หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
อย่าตกเข้าสู่กับดัก ของผู้ก่อความไม่สงบ

โดย ประเวศ วะสี  มติชนรายวัน วันที่ 03 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9946

แนวทางการแก้ปัญหาไฟใต้มี 3 ประการคือ

การไม่ตกเข้าสู่กับดักของผู้ก่อความไม่สงบ

การจำกัดและขจัดความรุนแรง

สร้างเงื่อนไขนำไปสู่การร่วมสร้างสังคมสันติและการวางอาวุธ ในที่นี้จะกล่าวถึง 2 ประการแรก

การไม่ตกเข้าสู่กับดักของผู้ก่อความไม่สงบ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า คนมุสลิมส่วนใหญ่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ต้องการแบ่งแยกดินแดน ไม่ได้เป็นผู้ก่อความรุนแรง เป็นคนที่รักในหลวงและรักประเทศไทย

ผู้วางแผนก่อความไม่สงบมีจำนวนน้อยและแฝงเร้น ใช้วิธีก่อความรุนแรงทำร้ายและทำลายสัญลักษณ์ เช่น ยิงใส่ศูนย์ศิลปาชีพ ฉีกธงชาติ และในอนาคตอันใกล้เชื่อว่าจะเพิ่มการกระทำเช่นนี้อีก เพื่อล่อให้รัฐบาลส่งกำลังขนาดใหญ่เข้าปราบปรามอย่างรุนแรง ในการปราบปรามอย่างรุนแรงนั้น จะไม่โดนผู้ก่อการร้ายเพราะหลบหลีกแฝงเร้นรวดเร็ว แต่จะไปโดนคนดีๆ ที่เป็นคนส่วนใหญ่ เพื่อทำให้คนเกลียดชังและเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลมากขึ้นๆ ผู้ก่อการร้ายจะได้มีเกราะกำบังมากขึ้นและก่อการร้ายมากขึ้น ตามคำที่พวกคอมมิวนิสต์ชอบพูดว่า "ตายสิบเกิดแสน" คือยิ่งฆ่า(โดนคนดี) ผู้ก่อการร้ายยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้น

ในกรณีกรือเซะนั้นชัดเจนว่าเขาวางแผนมาให้ถูกฆ่าในมัสยิด เพื่อส่งภาพออกไปทั่วโลกว่าทหารไทยฆ่ามุสลิมในมัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อดึงโลกอิสลามทั้งหมดให้เข้ามาเป็นศัตรูกับรัฐบาลไทย และสร้างความเห็นใจจากชาวโลกและองค์กรระหว่างประเทศ เรื่องนี้เราตกเข้าสู่กับดักของเขา

คนไทยทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน กองกำลัง สื่อมวลชน และสังคม ควรจะมีความเป็นเอกภาพในความเข้าใจถึงการวางกับดักของผู้ก่อความไม่สงบ และไม่ตกไปสู่กับดักของเขา

การพูดถึงสันติวิธีและความสมานฉันท์ ไม่ได้แปลว่าไม่จัดการกับคนทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่ไม่เห็นใจเจ้าหน้าที่และผู้บริสุทธิ์ที่ถูกทำร้าย ไม่ใช่การเข้าข้างผู้ก่อความไม่สงบ แต่เพื่อมีสติไม่ตกหลุมพรางของผู้วางแผนการก่อความไม่สงบที่ต้องการให้ความรุนแรงบานปลายจนคุมไม่อยู่

สื่อมวลชนจะต้องระมัดระวังในการสื่อสารที่อาจเพิ่มความเกลียดชังระหว่างกันโดยไม่รู้ตัว เช่น อย่าใช้คำพูดว่า "มุสลิมก่อการร้าย" เพราะจะไปทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าคนมุสลิมทั้งหมดเป็นผู้ก่อการร้าย ซึ่งไม่ตรงต่อความจริง ความจริงก็คือคนมุสลิมเกือบทั้งหมดเป็นผู้ไม่ต้องการความรุนแรง รักในหลวงและรักประเทศไทย อย่าผลักให้เขาไปเป็นพวกผู้ก่อการร้าย

ในขณะที่ผู้วางแผนก่อความไม่สงบ ซึ่งอาจมีมากกว่าหนึ่งกลุ่ม พยายามก่อให้คนไทยเข้าใจผิดกัน เกลียดกัน เข้าปะทะกันจนวุ่นวายบานปลาย การพูดจาต้องมีสติ รู้ว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด ต้องใช้หลักวจีสุจริตให้ครบทุกข้อคือ

(1) เป็นความจริง

(2) พูดเป็นปิยวาจา

(3) พูดถูกกาลเทศะ

(4) พูดแล้วต้องเกิดประโยชน์ ไม่เกิดโทษ

ตัวอย่างเช่นข่าวว่า "ทหารทำผู้หญิงมุสลิมท้อง" เป็นวจีสุจริต โดยนัยทั้ง 4 ประการข้างต้นหรือไม่ เป็นประโยชน์หรือโทษอย่างไร ถ้ามีสติก็จะเห็นไม่ยาก ในยามเช่นนี้ต้องผนึกกันทุกภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ได้

การจำกัดและขจัดความรุนแรง

เราต้องจำกัดและขจัดความรุนแรงให้ได้

ที่จริงฝ่ายบ้านเมืองมีกำลังมากกว่าผู้ก่อความไม่สงบมาก กุญแจจึงอยู่ที่การผนึกกำลังให้เป็นเอกภาพ มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพ ขณะนี้ผู้รับผิดชอบหลัก 4 คนคือ

พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

พล.ท.ขวัญชาติ กล้าหาญ แม่ทัพภาค 4

พล.ต.ท.สมศักดิ์ แขวงโสภา ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9

ล้วนเป็นคนดี

(ไม่ได้หมายความว่า พล.อ.สิริชัย ธัญศิริ เป็นคนไม่ดี คุณสิริชัยเป็นคนดีมาก ทั้งขยัน ทั้งรับผิดชอบ และมีหัวใจความเป็นมนุษย์ ที่กล่าวถึง 4 ท่านข้างต้นพูดจากสภาพที่รัฐบาลกำหนดตัวในปัจจุบัน) อีกประการหนึ่งทางฝ่ายตำรวจยังได้รับการสนับสนุนจากผู้บัญชาการตำรวจคือ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ซึ่งเป็นคนดีอย่างยิ่ง

คนดีเหล่านี้จะต้องผนึกกันแก้ปัญหาให้ได้

ในพื้นที่ภาคราชการทั้งหมดจะต้องผนึกกันและผนึกกับผู้นำชุมชนเต็มพื้นที่

ชุมชนและผู้นำชุมชนคือกุญแจของการแก้ปัญหาทุกชนิด

ภาคราชการต้องมีความเป็นเอกภาพในการสนับสนุนชุมชน และต้องไม่ทำให้ชุมชนอ่อนแอ ต้องเอาข้างราชการที่ไม่ทำงานหรือที่รังแกประชาชนออกจากพื้นที่

กลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในพื้นที่ คือหัวใจของการสร้างความเป็นเอกภาพ ประสิทธิภาพ และคุณภาพ

นอกจาก (1) คุณขวัญชาติ (2) คุณสมศักดิ์ (3) คุณอดุลย์ แล้ว กลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในพื้นที่ควรจะมีสมาชิกเพิ่มคือ

(4) รองปลัดกระทรวงมหาดไทยอาวุโสที่ลงไปประจำในพื้นที่

(5) รัฐมนตรีดีๆ สักคนหนึ่งที่จะลงไปประจำอยู่ในพื้นที่ หรือจะรองนายกรัฐมนตรีก็ได้

(6) ผู้นำชุมชนที่เป็นที่เคารพนับถือของคนในพื้นที่

ที่เน้นคำว่าพื้นที่ เพราะกลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในพื้นที่ต้องพบปะกันเป็นประจำ สร้างความเข้าใจของทุกฝ่ายให้ตรงกัน สามารถนำเข้าและรักษาข้าราชการที่ดี ขจัดข้าราชการที่ไม่ดีออกไปจากพื้นที่

ข้าราชการที่ดีในพื้นที่คือกุญแจของความสำเร็จในการขจัดความรุนแรง

แนวทางการทำงานคือ ชุมชนเข้มแข็ง งานมวลชน ข่าวกรองที่แม่นยำ การประกบถูกตัวอย่างเจาะจง(ประกบหมายถึงเพื่อป้องกันไม่ให้ก่อความรุนแรง)

ถ้าข้าราชการไม่ดี ย่อมทำตามแนวทางข้างบนไม่ได้ คือถ้าความสัมพันธ์กับมวลชนไม่ดี ข่าวกรองก็ไม่แม่นยำ ข่าวกรองไม่แม่นยำก็จะนำไปสู่นโยบายและการปฏิบัติที่ผิดพลาด ความรุนแรงแทนที่จะลดลงก็กลับเพิ่มขึ้น

โดยสรุปยุทธศาสตร์ที่จะลดและขจัดความรุนแรงคือ การผนึกให้ความดีมีพลัง ถ้ากลไกของรัฐขาดความสามารถที่จะผนึกกำลังความดีในพื้นที่ย่อมไม่สามารถแก้ไขความรุนแรงได้ จึงควรให้ความสนใจเป็นพิเศษที่ความแข็งแรงของกลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น

ที่กล่าวมาคือแนวทาง 2 ประการคือ หนึ่ง การไม่ตกเข้าไปสู่กับดักของผู้ก่อการความไม่สงบ และสอง การจำกัดและขจัดความรุนแรง

ส่วนประการที่สามคือ ควรสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่การร่วมสร้างสังคมสันติสุขและการวางอาวุธ จะได้กล่าวต่อไปภายหลัง

หน้า 7