|
||||||||||||||
|
หุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-แอฟริกา
สร้างมิติใหม่ภูมิปัญญาชาวบ้าน
พอล เลอมัง กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 12 เมษายน 2548 ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาไม่มีประเทศไหนเลย ที่จะสนใจการให้ตรงนี้ มีแต่จะเข้าไปค้าขายเพื่อเอากำไร แล้วปล่อยให้คนต้องเผชิญชีวิตกับธรรมชาติเอาเอง หากไทยต้องการเริ่มยุคใหม่ คงต้องพิจารณาตรงนี้ให้ดี นโยบายของไทยที่มองตะวันตกในแบบที่ทอดยาวไกลไปถึงแอฟริกาเป็นเรื่องที่ทำกันมานานพอสมควรแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ก็มีการจัดสัมมนาเรื่อง ยุคใหม่ของหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-แอฟริกา โดยเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลกัน ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ติดตามข่าวอยู่วงนอก และอยากจะเห็นการรุกแอฟริกาเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพจึงขอตั้งข้อสังเกตดังนี้ 1.ความสำคัญของภูมิภาคแอฟริกาในแง่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และตลาดการค้ายังคงเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่ในวงแคบเฉพาะคนที่มีธุรกิจค้าขายกับแอฟริกาอยู่แล้ว 2.โอกาสทางธุรกิจและการค้าที่ตลาดแอฟริกา ที่มีนั้นถูกสกัดกั้นด้วยอุปสรรคที่ได้ถูกระบุออกมาหลายประการ เช่น ความไม่สนใจของผู้ประกอบการไทย ความไม่มั่นคงทางการเมืองในแอฟริกา ระยะทางที่ห่างไกลทำให้มีต้นทุนในการขนส่งสูง รูปแบบการซื้อขายที่ไม่เหมือนกัน และการติดต่อสื่อสารที่ใช้ภาษาต่างกัน 3.การมองแอฟริกาที่ผ่านมามองด้วยมิติทางความสัมพันธ์ทางการเมืองเป็นตัวนำอย่างเดียว แน่นอนว่า การส่งเสริมการค้าของไทยนั้นมีอยู่แต่มาตรการส่วนใหญ่ จะเป็นการดำเนินการสร้างภาพพจน์ที่ดี สร้างความน่าสนใจโดยการให้ข้อมูลและช่องทางทางธุรกิจเท่านั้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ผิดในลักษณะว่าหน่วยราชการเป็นผู้ไปเคาะประตู แต่ให้เอกชนที่สนใจต้องไปเปิดประตูค้าขายกันเอง 4.รัฐบาลและผู้ประกอบการไทยยังมองว่าแอฟริกาเป็นเพียงภูมิภาคที่หากจะไปค้าขายต้องสามารถทำกำไรได้ในระยะสั้น การจะเป็นยุคใหม่ของหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทยกับแอฟริกานั้นหมายความว่า ไทยต้องมียุทธศาสตร์ใหม่มาตรการใหม่ และดำเนินการรุกไปพร้อมกันในทุกด้าน รัฐบาลเคยประกาศว่า ไทยจะไม่เป็นประเทศผู้ขออีกต่อไป แต่จะเป็นประเทศผู้ให้ ในกรณีนี้ การเป็นประเทศผู้ให้ต่อภูมิภาคแอฟริกาจะต้องมีนโยบายที่ให้อย่างจริงใจและให้อย่างเต็มที่ มิใช่ให้เพื่อการค้าและแสวงหากำไรอย่างเดียว แต่ให้เพื่อให้ประเทศเหล่านั้นมีความเจริญมากขึ้น ประชาชนได้รับประโยชน์จากการให้ของไทย เช่น ภูมิปัญญาชาวบ้านของไทย ควรจะมีส่วนที่จะทำให้มีความเป็นอยู่ของชาวแอฟริกาดีขึ้น ผลที่จะได้ในระยะยาวคือความนิยมชมชอบความเป็นไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่ากำไรที่ได้ในระยะสั้น ต้องไม่ลืมว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่แอฟริกาไม่เจริญเท่าภูมิภาคอื่นเพราะคนไม่มีความรู้ ไม่มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะดำรงชีพอย่างสมดุล และดูเหมือนว่าที่ผ่านมาไม่มีประเทศไหนเลยที่จะสนใจการให้ตรงนี้ มีแต่จะเข้าไปค้าขายเพื่อเอากำไรแล้วปล่อยให้คนต้องเผชิญชีวิตกับธรรมชาติเอาเอง หากไทยต้องการเริ่มยุคใหม่คงต้องพิจารณาตรงนี้ให้ดี ยุคใหม่ก็ควรมีอะไรใหม่ๆ โดยรวมมิติทางด้านวัฒนธรรม และภูมิปัญญาชาวบ้านของไทย ไว้ในยุทธศาสตร์การบุกแอฟริกาเข้าไปด้วย เช่น อาจริเริ่มให้ตั้งโครงการอาสาสมัครไทยไปแอฟริกา เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยและพัฒนาแอฟริกาประจำอยู่ในทุกสถานทูตที่ไทยมีอยู่ในภูมิภาคแอฟริกา หรือแม้กระทั่งการจะคิดที่จะสอนภาษาไทยให้แพร่หลายในหมู่คนแอฟริกันก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย รวมทั้งการเชื่อมต่อความรู้ผ่านสัญญาณดาวเทียมทางโทรทัศน์โกลเบิลเน็ตเวิร์คที่แพร่ไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่แอฟริกาโดยอาจจะมีรายการเฉพาะสำหรับคนแอฟริกัน มีเป้าหมาย หรือการเรียนการสอนทางไกล ที่จะสามารถเผยแผ่ความรู้และภูมิปัญญาของไทย สิ่งเหล่านี้จะสร้างสัมพันธ์ทางจิตใจที่แนบแน่น และทำให้อุปสรรคความไกลกันทางภูมิศาสตร์หมดไป อันจะส่งผลดีในระยะยาวต่อไทย ก็มิใช่ความเข้าใจแบบเดิมๆ หรอก หรือที่ทำให้การมองตะวันตกไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เพราะเราไม่ต้องการให้อย่างเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก แต่จะให้อย่างลูกค้าแดนไกล ความรู้เกี่ยวกับแอฟริกาจะต้องได้รับการเผยแพร่ให้กว้างขวางสู่ประชาชนระดับรากหญ้า เพื่อจะได้เห็นถึงความสำคัญของภูมิภาคนี้และเกิดปฏิสัมพันธ์ในระดับประชาชนมากขึ้น เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่ว่าคนในแอฟริกามีความนิยมชมชอบสินค้าไทยเป็นอย่างยิ่ง และแม้มีอุปสรรคมากมายก็ยังอุตส่าห์หาทางมาซื้อสินค้าไทยไปขายในประเทศของตน อุปสรรคที่เป็นปัญหาอยู่ จะต้องได้รับการแก้ไขในทางปฏิบัติ มิใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องของเอกชน ที่จะต้องไปดำเนินการต่อเอง จะเห็นว่าลู่ทางและโอกาสนั้น มีแต่การค้าไม่เกิดขึ้นเพราะไม่มีตัวกลาง ตัวกลางที่ว่านี้แน่นอนว่าไม่ใช่เอกชน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ผลเต็มที่ แต่ควรเป็นตัวกลางจากหน่วยราชการของทั้งสองฝ่ายที่จะต้องพยายามอำนวยความสะดวกทางการค้าให้เกิดขึ้น ถ้าจะบุกแอฟริกาที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลรวม 53 ประเทศเช่นนี้ การมีตัวแทนไทยอยู่เพียง 6 แห่งเป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกัน และไม่สามารถจะสร้างเครือข่ายให้เกิดขึ้นได้ จึงควรมีการตั้งจุดเครือข่ายโดยเฉพาะทางด้านการค้าให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางของไทย เพราะสิ่งนี้จะทำให้ผู้ประกอบการของแอฟริกาได้ใกล้ชิดกับข้อมูล และช่องทางการค้าขายตลอดจนสินค้า และผู้ประกอบการของไทย โดยผ่านทางตัวกลางนี้ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้าในเบื้องต้น ในความเป็นจริงแล้ว การให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการในเรื่องการพัฒนาศักยภาพ การอำนวยความสะดวกทางการค้า ของประเทศในแอฟริกา เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไทยควรจะใช้เป็นอาวุธในการบุกแอฟริกาแบบผู้ให้ที่จริงใจ เพราะยิ่งแอฟริกามีโครงสร้างและบุคลากรในเรื่องนี้ที่ดี เช่น ระเบียบขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออก พิธีการศุลกากร ท่าเรือ ระบบการสื่อสาร การคมนาคม ก็จะทำให้ไทยสามารถค้าขายได้สะดวกยิ่งขึ้น ยุทธศาสตร์ของไทยในแอฟริกา จึงต้องชูการให้เป็นหลักและที่สำคัญให้อย่างจริงใจ และทุกด้านพร้อมกัน ซึ่งในระยะยาวจะทำให้ไทยกับแอฟริกาไม่ได้เป็นเพียงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป็นมิตรแท้ด้วย อย่างไหนจะดีกว่า
|