|
||||||||||||
|
อุตสาหกรรมเกษตรแบบครบวงจรในภาวะน้ำมันแพง
คอลัมน์ คลื่นความคิด โดย ปัญญลักษณ์ สุวรรณฯ มติชนรายวัน วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9882 เป็นอันว่าชาวโลกต้องยอมรับสภาวะน้ำมันแพงโดยไม่มีทางหยุดยั้งราคาน้ำมันดิบได้และมีข่าวจาก "นักปั่นราคา" ว่าราคาน้ำมันดิบจะขึ้นไปถึงบาร์เรลละ 80 เหรียญสหรัฐภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า สำหรับเมืองไทยนั้นแต่เดิมรัฐก็เข้ามาพยุงราคาโดยอาจจะคาดว่าราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นนั้น เป็นอาการชั่วคราวจึงจำเป็นต้องพยุงราคาน้ำมันเพื่อไม่ให้เป็นตัวเร่งเพิ่มค่าครองชีพและทำให้เกิดเงินเฟ้อ แต่ภาวะที่คิดว่าเป็นภาวะชั่วคราวนั้นกลายเป็นอาการยืดเยื้อ รัฐจึงต้องปล่อยให้ประชาชนรับภาระเอง ด้วยการปล่อยให้ขึ้นราคา ถึงแม้ว่าราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลวันนี้ลิตรละ 18.19 บาท จะยังต่ำกว่าราคาเป็นจริงไปลิตรละ 3.59 บาท แต่ไม่ช้าไม่นานชาวบ้านคงต้องจ่ายตามราคาจริง ในเรื่องราคาน้ำมันนั้นต้องไม่ลืมว่าราคาขายปลีกทุกวันนี้ไม่ว่าน้ำมันเบนซิน หรือน้ำมันดีเซลนั้นไม่ใช่ต้นทุนอันแท้จริง เพราะราคาขายปลีกถูกบวกด้วยภาษีอากรและเงินชดเชยรูปแบบต่างๆ อีกทั้งกำไรของโรงกลั่นที่กลับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ เรื่องทั้งหลายทั้งปวงนี้ไม่เห็นค่อยมีใครนำพาที่จะคิดปรับปรุงแก้ไขเอาแต่หาวิธีว่าจะผลักภาระให้ประชาชนเท่าใด เมื่อไร การลดกำไรของบริษัทค้าน้ำมันทั้งหลายรวมทั้งโรงกลั่นดูเป็นเรื่องต้องห้ามที่ผู้คนเป็นอันมากไม่เข้าใจ เมื่อไม่มีหนทางจะลดราคาน้ำมันปิโตรเลียมได้ทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป รัฐจึงได้พยายามสนับสนุนให้มีการวิจัยและมีการใช้เชื้อเพลิงทดแทนอย่างอื่น พูดกันถึงก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยก็พึ่งไม่ได้จริงจังนัก เพราะในทางปฏิบัตินั้น เท่ากับเป็นสมบัติของผู้รับสัมปทานต่างชาติไปแล้ว เมื่อเราจะซื้อหามาใช้ก็ต้องใช้เงินดอลลาร์และราคาก็เดินตามราคาน้ำมันดิบของโลก เชื้อเพลิงทดแทนอีกอย่างหนึ่งที่รัฐกำลังตื่นเต้นให้ความสนใจคือการเอา "เชื้อเพลิงชีวภาพ" (Bio-Fuel) มาใช้ผสมกับเชื้อเพลิงจากปิโตรเลียม นำเอาแอลกอฮอล์มาผสมกับน้ำมันเบนซินได้เป็นก๊าซโซฮอล์ขายปลีกในราคาลิตรละ 20.59 บาท สำหรับก๊ซโซฮอล์ 95 ถูกกว่าเบนซิน 95 ลิตรละ 1.50 บาท ส่วนก๊าซโซฮอล์ 91 ลิตรละ 20.29 บาท ถูกกว่าเบนซิน 91 ลิตรละ 1 บาท ก๊าซโซฮอล์นี้ในบ้านเราก็คือส่วนผสมระหว่างน้ำมันเบนซินกับแอลกอฮอล์ในสัดส่วน 95 ต่อ 5 สำหรับในประเทศบราซิลนั้นใช้ผสมสัดส่วนแอลกอฮอล์ถึงร้อยละ 10 ในประเทศเรานั้นแอลกอฮอล์ที่นำมาผสมน้ำมันเบนซินนั้นกลั่นมาจากอ้อยหรือกากน้ำตาล กลั่นมาจากมันสำปะหลังก็มีบ้าง แต่ในหลักวิชานั้นแอลกอฮอล์ทำจากธัญพืชอื่นๆ ก็ได้หรือแม้กระทั่งจากไม้ก็ได้แต่มีกรรมวิธีที่สลับซับซ้อนมากกว่า ในด้านไบโอดีเซลนั้นก็เป็นการใช้น้ำมันพืชมาทดแทนน้ำมันดีเซลโดยตามแผนยุทธศาสตร์ไบโอดีเซลของไทยนั้น คิดจะเอาน้ำมันจากพืชเพียง 2% ผสมกับดีเซล 98% โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มส่วนผสมน้ำมันจากพืชใน 6 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2554) ให้ถึง 3% แต่ในหลายประเทศได้มีการเอาน้ำมันพืชที่สังเคราะห์อย่างดีขจัดไขมันและสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป ไม่ต้องผสมกับดีเซลจากปิโตรเลียมแต่อย่างไรเลย เขานำไปใช้กับเครื่องยนต์ที่ติดตั้งประจำที่ นำไปใช้กับยานพาหนะต่างๆ ตั้งแต่เรือ รถไปถึงรถไฟอย่างได้ผล ไม่มีปัญหา ปัญหาเรื่องน้ำมันขณะนี้ของโลกไม่ใช่ปัญหาเรื่องความขาดแคลนแต่เป็นปัญหาเรื่องราคา การที่จะนำเอาเชื้อเพลิงทดแทน เข้ามาใช้นั้น ไม่ใช่อยู่ที่ทางเทคนิคว่าใช้ได้หรือไม่ได้ เพราะถึงวันนี้ได้มีการพิสูจน์แจ้งชัด ทั้งในห้องทดลอง และการใช้จริงแล้วว่า ไม่ว่าแอลกอฮอล์หรือน้ำมันพืช ย่อมใช้ทดแทนเชื้อเพลิงได้อย่างไม่มีปัญหา ถ้าใช้ให้ถูกต้อง แต่ปัญหาที่สำคัญคือปัญหาเรื่องราคาและแหล่งวัตถุดิบ พูดตามจริงแล้วถ้าไม่มีการอุปถัมภ์ในทางภาษีแล้วราคาแอลกอฮอล์และราคาน้ำมันพืชนั้น ยังไม่ถูกกว่าราคาน้ำมันจากปิโตรเลียมมากพอที่จะล่อใจผู้ใช้ ปัญหาใหญ่ของเชื้อเพลิงชีวภาพไม่ว่าแอลกอฮอล์ หรือไบโอดีเซลคือแหล่งวัตถุดิบ และระดับราคาที่มักจะมีราคาผันผวน เนื่องจากวัตถุดิบที่เรานำมาใช้นั้นมีทางเลือกในการจำหน่ายหลายช่องทาง อย่างที่เป็นปัญหาในปัจจุบันของเมืองไทยนั้น โรงงานผลิตแอลกอฮอล์ของเรา กำลังมีปัญหาอย่างมากโดยราคากากน้ำตาลแพงขึ้นมาก ได้ข่าวว่าโรงงานแอลกอฮอล์บางแห่งถึงต้องปิดตัวเอง อย่างไรก็ตาม การหาแหล่งเชื้อเพลิงทดแทนนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับประเทศที่ไม่มีแหล่งน้ำมันปิโตรเลียมเอง อย่างประเทศไทยเรา การดำเนินการในเรื่องนี้จึงมิใช่จำกัดอยู่เฉพาะในด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้เชื้อเพลิงทดแทนมาเท่านั้น แต่จะต้องคำนึงถึงการจัดการโครงการที่ดีซึ่งไม่มีอะไรเหมาะไปกว่า การนำเอาระบบอุตสาหกรรมเกษตรแบบครบวงจรมาใช้ และต้องมีการคัดเลือกพืชที่ไม่มีทางเลือกใช้ได้มากนัก มาเป็นแหล่งวัตถุดิบหลัก ขณะนี้ทิศทางการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพของเมืองไทยนั้นไปในทางเลือกพืชที่มีอยู่เช่น อ้อย น้ำมันปาล์ม เป็นอาทิ พืชทั้งสองอย่างนี้มีตลาดการบริโภคอยู่มากแล้วจึงทำให้ระดับราคาผันผวนไปตามกลไกตลาด แต่ถ้าได้เลือกพืชที่ไม่มีทางใช้อย่างอื่นมากนัก เช่น สบู่ดำ(Jatropha) ซึ่งกินไม่ได้ได้แต่นำน้ำมันมาใช้ สบู่ดำเป็นพืชที่มีกำเนิดแถบอเมริกาใต้แต่ได้มีผู้นำเข้ามาปลูกในแอฟริกา ในเอเชียอย่างได้ผล ในบ้านเรานั้นมีแปลงทดลองของกระทรวงเกษตร 3-4 แห่งทั่วประเทศ ปรากฏว่าให้ผลดีปลูกง่าย ไม่มีโรค พืชนี้ปลูกได้ในที่ดินที่ไม่มีคุณภาพและทนแล้งได้เป็นอย่างดีสมควรที่รัฐจะได้ทำการส่งเสริมอย่างจริงจัง ไมใช่เลือกแต่พืชที่มีตลาดต้องการอยู่มากแล้วอย่างน้ำมันปาล์มมาเป็นพืชหลักในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ อยากจะพูดว่าขึ้นต้นก็ผิดเสียแล้ว ตามแผนยุทธศาสตร์ของทางราชการในด้านการเตรียมเชื้อเพลิงชีวภาพได้มีการเสนอนำเอา "เอสพีวี" (Special Purpose Vehicle) เพื่อเข้ามาเป็นเจ้าภาพจัดการระบบการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ จนถึงขั้นการจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพนั้น เป็นแนวความคิดที่ถูกต้อง เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมการเกษตรแบบครบวงจร แต่หลักคิดที่ถูกต้องนี้เมื่อรัฐนำออกไปใช้ จะมีผลสัมฤทธิ์เช่นเดียวกับของเอกชนหรือไม่นั้น ต้องเป็นเรื่องที่จะต้องติดตามดูกันต่อไป อุตสาหกรรมเกษตรแบบครบวงจรในบ้านเราที่ประสบความสำเร็จมีให้เห็นกันก็มีอุตสาหกรรมเลี้ยงไก่เป็นต้น อุตสาหกรรมเลี้ยงไก่ในบ้านเรานี้มีโครงสร้างที่ละเอียดซับซ้อนความสัมพันธ์ระหว่างเกษตรกร กับธุรกิจนั้นไม่ใช่เพียงแค่ว่าเกษตรกรเป็นลูกไร่ที่เรียก "คอนแทร็กฟาร์เมอร์" เท่านั้น แต่มีความสัมพันธ์กันถึงขั้นเป็นหุ้นส่วนการผลิต ฉะนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดผู้ดำเนินการเอสพีวีของรัฐจำเป็นต้องเข้าใจระบบอย่างลึกซึ้งเสียก่อน หน้า 20
|