หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ฤดูใบไม้ผลิ ที่สหประชาชาติ

บทความ  โดย โคฟี่ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ  ประชาชาติธุรกิจ หน้า 6  วันที่ 31 มีนาคม 2548  ปีที่ 28 ฉบับที่ 3675 (2875)

เมื่อวันจันทร์ ข้าพเจ้าได้เสนอรายงาน เรื่อง In Larger Freedom แก่ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ แห่งสหประชาชาติ วันจันทร์เป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิสำหรับผู้เข้าชมในนิวยอร์ก และข้าพเจ้าหวังว่า รายงานนี้จะจุดประกายการเริ่มต้นใหม่สำหรับระบบนานาชาติ และของสหประชาชาติเอง บางท่านอาจเห็นว่าถ้อยแถลงที่น่าตื่นตาตื่นใจและดู เสแสร้งจากองค์กรนั้น ดูล้าสมัยและไม่ค่อยเกี่ยว ข้องกับเสรีภาพ

คำว่า "in larger freedom" ถูกนำมาจากคำเกริ่นของผู้มีส่วนร่วมก่อตั้งซึ่งเป็นเจ้าของคำเปิด "We the peoples" ซึ่งข้าพเจ้าใช้เป็นชื่อรายงานสหัสวรรษของข้าพเจ้าเมื่อ 5 ปีก่อน ในทั้งสองเรื่องนี้ ข้าพเจ้าเพียงต้องการเตือนให้รัฐบาลของโลกที่ได้มอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบนี้แก่ข้าพเจ้า ว่าพวกเขาอยู่ในสหประชาชาติเพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนของพวกเขา ซึ่งคาดหวังให้พวกเขา ร่วมกันทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายตามกฎบัตรขององค์กรที่บัญญัติไว้

เป้าหมายขององค์กรสรุปคร่าวๆ ได้แก่ สันติ ภาพ สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม และการพัฒนา

สหประชาชาติมักล้มเหลวที่จะบรรลุเป้าหมายอันประเสริฐเหล่านี้ ซึ่งความล้มเหลวนี้ สะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นจริงของโลกทางการเมือง ที่สหประชาชาติกำลังหาทางเอาชนะ อย่างไรก็ตาม อิสรภาพทางการเมืองได้ก่อตัวขึ้นแล้ว โดยเริ่มจากการที่ประชาชนในเอเชียและแอฟริกาได้รับอิสรภาพจากการเป็นอาณา นิคม และจากนั้นอีกหลายต่อหลายคนได้ล้มล้างระบบเผด็จการและอ้างสิทธิที่จะเลือกผู้นำของตนเอง

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว การเลือกว่าจะอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยหรือฝ่ายเผด็จการ หรือการพยายามแทรก แซงกิจการภายในของสมาชิกนั้น เป็นเรื่องยากสำหรับสหประชา ชาติ ต่างจากปัจุบันนี้ ที่สมาชิกเกือบทั้งหมดต่างก็ยอมรับระบอบประชาธิปไตย อย่างน้อยก็ในทางทฤษฎี ว่าเป็นสิ่งควรปฏิบัติ และสหประชาชาติก็ทำงานหนักกว่าองค์กรอื่นใด เพื่อส่งเสริมสถาบัน และกิจการทางประชาธิปไตยทั่วโลกให้เข้มแข็ง ในปีที่ผ่านมาสหประชาชาติจัดตั้ง หรือช่วยเหลือการจัดการเลือกตั้ง ในประเทศต่างๆ มากกว่า 20 ประเทศ ซึ่งบ่อยครั้งเป็นภาวะที่ต้องการการตัดสินใจที่เฉียบขาด อย่างในอัฟกานิสถาน ปาเลสไตน์ อิรัก หรือบุรุนดี การตัดสินใจเห็นพ้องกันของประเทศสมาชิกสหประชาชาติ สามารถเพิ่มความช่วยเหลือ และทำให้กลไกระหว่างประเทศที่จะปกป้องสิทธิมนุษยชน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและน่าเชื่อถือมากขึ้นได้ ข้าพเจ้าได้เสนอวิถีทางที่จะทำให้สิทธิมนุษยชนมีมาตรฐานเดียวกับความปลอดภัย และการพัฒนาในสหประชาชาติที่ปรับปรุงแล้วในรายงาน 60 ปีแห่งสันติภาพ และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในอุตสาหกรรมโลก ได้ทำให้เศรษฐกิจ และพลังงานทางเทคโนโลยี พิชิตความยากจน และความเจ็บป่วย ของผู้ยากจนนั้นแก่มนุษยชาติปัจจุบันได้เป็นครั้งแรก ต้องขอบคุณการประชุมที่ต่อเนื่องของสหประชาชาติและผลของการประชุม ที่มอนเตร์เรย์และโจฮันเนสเบิร์ก ของผู้นำจากรัฐบาลต่างๆ ในปี พ.ศ. 2545 ที่มีข้อตกลงต่างๆ ในสิ่งที่ต้องดำเนินการ เป้าหมายพัฒนาใน 10 ปีของสหประชาชาติที่มีคำมั่นว่าจะลดจำนวนความยากจนลงครึ่งหนึ่งให้ได้ เมื่อถึงปี พ.ศ. 2558 เป็นการแถลงนโยบายสำหรับผู้ยากจนที่ได้สิทธิใหม่ทั่วโลก

ไม่มีข้อแก้ตัวที่จะทอดทิ้งผู้ร่วมโลกที่ยากจนกว่าพันล้านคนที่อยู่ในความทุกข์ทรมานอีกต่อไป สิ่งที่เราต้องการก็คือการตัดสินใจบางอย่างจากรัฐบาลของทั้งประเทศที่ร่ำรวยและยากจน

5 ปีที่ผ่านมา สันติภาพและความปลอดภัยดูเหมือนเป็นสิ่งที่ได้มาง่ายกว่าการพัฒนา การโจมตีจากผู้ก่อการร้าย และการขัดแย้งที่ขมขื่นที่มีกับอิรัก ได้ก่อให้เกิดความไม่มั่นใจ และเราก็ยังเผชิญกับความขัดแย้งรุนแรงในหลายพื้นที่ของแอฟริกา แต่วิกฤตการณ์สามารถสร้างโอกาสได้ การเกิดภัยคุกคามทำให้เหล่าประชาชาติตื่นตัวที่จะขานรับกันในหมู่คณะ การตัดสินใจสามารถสนับสนุนการ ร่วมกันต่อต้านการก่อการร้าย อาวุธทำลายล้าง อาชญากรรมโดยเจตนา การแพร่ระบาดของโรค ความปรวนแปรของอากาศ การล่มสลายของประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า สงครามกลางเมือง การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

สหประชาชาติเป็นสภาที่ผู้นำประเทศสามารถคิดหากลยุทธ์ในการจัดการปัญหารอบโลก และเป็นเครื่องมือ ในการทำให้กลยุทธ์เหล่านั้นได้ผลในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ยังสามารถเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ถ้าคณะสมัชชาใหญ่ได้รับการจัดการที่ดีขึ้นและให้คำสั่งที่ชัดเจนกว่าเดิมแก่พวกเราในสำนักงานเลขาธิการ พร้อมกับความยืดหยุ่นพลิกแพลงเพื่อทำงานให้สำเร็จ คณะมนตรีความมั่นคงจำเป็นที่จะต้องเป็นตัวแทนที่แสดงออกมากขึ้นถึงความรับผิดชอบและความเต็มใจที่จะปฏิบัติหน้าที่เมื่อจำเป็น

ข้าพเจ้าเสนอการตัดสินใจในสิ่งเหล่านี้ และเรียกร้องให้ผู้นำของโลกขานรับ พร้อมกับการปฏิบัติตามที่สหประชาชาติได้ประชุมไว้ในเดือนกันยายน ในขณะที่ทางซีกโลกเหนือจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง แต่ถ้าผู้นำทั้งหลายในโลกรับผิดชอบมากขึ้น สหประชาชาติก็เริ่มจะผลิดอกออกผลอีกครั้ง และด้วยความร่วมมือของผู้นำเหล่านั้น จะก่อให้เกิดความหวังใหม่ของโลกสำหรับอิสรภาพ ความยุติ ธรรม และความปลอดภัยที่มากขึ้นกว่าเดิม