หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
มรณะผ่อนส่ง จากแม่เมาะถึงเวียงแหง

โดย ประสาร มฤคพิทักษ์ เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม pmarukpitak@yahoo.com  มติชนรายวัน วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9882

โครงการระเบิดเหมืองถ่านหินของ กฟผ. ที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ พื้นที่ 3,500 ไร่ (เฉพาะระยะแรก) เป็นอีกตัวอย่างของรัฐแย่งชิงทรัพยากรของประชาชน

จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าบริเวณพื้นที่เวียงแหงมีถ่านหิน 139 ล้านตัน แต่จะขุดมาใช้ 15 ล้านตัน ในเวลา 20 ปี เป็นลิกไนต์คุณภาพดี กล่าวคือ ให้พลังความร้อนสูง และมีก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต่ำ กฟผ.จะนำเอาถ่านหินจากเวียงแหง ไปผสมกับถ่านหินคุณภาพต่ำที่เหมืองถ่านหินลิกไนต์ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เพื่อเข้าสู่โรงถลุง ขณะนี้ กฟผ.ว่าจ้างอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นเงิน 17.9 ล้านบาท ในระยะเวลา 18 เดือน

อีกราว 4-5 เดือน ผล อีไอเอ จะสรุปออกมา

เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2548 ผู้เขียนเดินทางไปยังพื้นที่เวียงแหงบริเวณที่จะเปิดเหมือง ได้พบปะกับชาวบ้านราว 3,000 คน ที่รวมพลังกันต่อต้านโครงการดังกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว โดยชุมนุมกัน ณ ที่ว่าการอำเภอเวียงแหง เมื่อ 11 มีนาคม 2548 นายวสันต์ พานิช และนางสุนีย์ ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ไปร่วมเวทีรับฟังความเห็นที่เวียงแหง ปรากฏว่าชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. กลุ่มแม่บ้าน และพระสงฆ์ รวมแล้วกว่า 9% ของผู้คนทั้งเวียงแหงต่างมีความเห็นเป็นเอกภาพกันคัดค้านโครงการดังกล่าว

ทั้งที่เสียงคัดค้านหนักแน่น เป็นเสียงข้างมากเกือบทั้งหมด แต่ กฟผ. ยังคงใช้งบประมาณทำมวลชนสัมพันธ์ ด้วยการบอกว่าจะให้งานทำ ให้ทุนการศึกษาเด็กนักเรียน จัดฝึกอาชีพให้แม่บ้าน เอากฐินผ้าป่าไปทอดที่วัด ฯลฯ รวมทั้งจัดตั้งชาวบ้านให้ออกมาปะทะกับชาวบ้านด้วยกันเองตามความถนัด ด้วยฝีมือของมือปืนรับจ้าง ที่กระทำต่อชาวบ้านที่หัวเขื่อนปากมูลมาแล้ว

คราวนี้ชาวบ้านรู้ทัน จึงรวมพลังคัดค้านก่อนที่จะเปิดเหมือง เพราะถ้าเปิดเหมืองไปแล้ว ก็จะแก้ไขอะไรได้ยาก ดังเช่นการรวบหัวรวบหางระเบิดสุสานหอย 13 ล้านปีที่แม่เมาะเมื่อ 2 เดือนที่แล้วที่กระทำอย่างรวดเร็วทันใจ โดยประชาชนไม่ทันตั้งตัว

ทำไมชาวบ้านทั่วทั้งเวียงแหงจึงไม่เอาเหมืองถ่านหินเวียงแหง

ก่อนหน้านี้ชาวบ้านเวียงแหงนับร้อยคนเคยเดินทางไปดูผลงานของเหมืองแม่เมาะที่ จ.ลำปาง ไปดูไปรู้ไปเห็น สัมผัสด้วยตาและด้วยใจตนเองถึงความวิบัติต่อชีวิตทรัพย์สิน พืชผลและสัตว์เลี้ยงนานาชนิดอย่างประจักษ์แจ้ง

ใครที่ติดตามข่าวผลกระทบจากเหมืองลิกไนต์ที่แม่เมาะก็จะพบว่า หลายหมู่บ้านใกล้เคียงกับเหมือง ประชาชนตายไปแล้วนับร้อยศพจากสารพิษของเหมือง ยังรอตายอีกนับหมื่นคน ที่กำลังพิพาทในศาลเกี่ยวกับการย้ายถิ่นที่อยู่ให้พ้นรัศมีพิษภัยของสารพิษ อีกนับพันคน

นางมะลิวัลย์ นาควิโรจน์ ชาวบ้านห้วยคิง จากแม่เมาะเปิดโปงให้ชาวเวียงแหงรู้ว่าทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่แม่เมาะ หลับตายไปสิบกว่าคน ตายทั้งที่ยังไม่หลับไปหลายร้อยคน เป็นความในศาลอีกนับร้อยคน เธอพูดด้วยความรันทดว่า

"คำพิพากษา (ของศาล) ยังบ่ทันมา มัจจุราชมาถึงก่อน"

"ปอดเฮาฝ่อ ปอดคนแม่เมาะเหลือกึ่งเดียว"

"ละอ่อนอายุ 10 ขวบ หลับตายเฉยเลย"

นางหทัยรัตน์ สมแจ้ง จากบ้านห้วยคิง แม่เมาะเช่นกัน เปิดเผยว่า เธอ สามี และลูกสาวอายุ 7 ขวบ เป็นโรคโพรงจมูกอักเสบ มีปัญหาการหายใจ "แม้แต่ลูกสาวยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นครั้งคราว"

"ชาวบ้านที่นั่นตายไปแล้วกว่า 300 คน เจ็บป่วยอีกเป็นหมื่นคน ถังออกซิเจนที่ชาวบ้านร่วมกันซื้อ ต้องใช้และส่งทอดเป็นมรดก จากคนตายไปให้คนรอตายใช้ต่อ"

"ข้าวในนาเม็ดลีบ ต้นกระถิน ต้นชะอมใบหงิกงอเหมือนโดนเพลี้ยกิน"

"น้ำฝนที่รองไว้ ทิ้งไว้แค่สองวัน จะเป็นตะกอนสีดำ เกาะตัวกันอยู่ในน้ำ ใครไม่เชื่อก็ให้ไปดูของจริงที่แม่เมาะ อย่าไปดูที่ กฟผ. จัดฉากสวยๆ หลอกไว้"

ปรากฏการณ์ตายผ่อนส่งของคนแม่เมาะพิสูจน์ ได้ด้วยการให้แพทย์ตรวจร่างกายชาวบ้านเป็นที่ประจักษ์ทั่วไป อย่าว่าแต่คนเวียงแหงจะรู้สึกผวาเลย คนกรุงเทพฯ อย่างผู้เขียนก็พลอยสะดุ้งไปด้วย

คนเวียงแหงได้ตั้งคำถามต่อไปนี้ให้กับตนเองต่อโครงการเหมืองถ่านหินลิกไนต์ว่า

1.เสียงระเบิดถ่ายหิน 24 ชั่วโมง ตลอดวันตลอดคืนต่อเนื่องกันนาน 20 ปี จะเอาหรือไม่เอา

2.บ้าน วัด ร้านค้า อาคาร โรงเรียน สิ่งก่อสร้างสั่นสะเทือน แตกร้าว และพังพินาศ จะเอาหรือไม่เอา

3.เห็ดไม่ออกดอก ข้าวเม็ดลีบ ใบกระเทียมใบหอมหงิกงอ หัวกระเทียมและหอมเล็กลีบ จะเอาหรือไม่เอา

4.ไก่ไม่ฟักไข่ จะเอาหรือไม่เอา

5.ฝุ่นละออง สารพิษ เข้าปอด เกิดน้ำมูกไหลตลอด เลือดออกจมูก เป็นมะเร็งหลอดลม เป็นมะเร็งปอด จะเอาหรือไม่เอา

6.น้ำ(แม่แตง-เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเวียงแหงทั้งอำเภอ) แห้ง น้ำเสีย มีตะกอนขุ่นของสารพิษ ดื่มไม่ได้ อาบก็ทำลายผิวหนัง จะเอาหรือไม่เอา

7.กลิ่นถ่านหินซึ่งลุกไหม้ได้ด้วยตัวมันเอง เกิดสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (พิษปีศาจ) ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจและปอด กัดเนื้อเยื่อปอด ลำคอ ผิวหนัง หายใจขัด หัวใจเต้นผิดปกติแสบตา แสบคอ แสบจมูก เจ็บหน้าอก จะเอาหรือไม่เอา

8.เกิดฝนกรด ที่เปลี่ยนเป็นกรดกำมะถัน ทำลายพืชผักให้เหี่ยวแห้งตาย จะเอาหรือไม่เอา

9.พื้นที่สวน ไร่ นา อันอุดมสมบูรณ์ ถูกเปลี่ยนเป็นเหมือง หากินไม่ได้อีกต่อไปจะเอาหรือไม่

10.พื้นที่ป่าเคยเก็บเห็ด เก็บหน่อไม้ เก็บผักป่ามากินก็สลายไปด้วย จะเอาหรือไม่

11.น้ำห้วยห้าสายหลักที่ไหลลงสู่น้ำแม่แตง คือ ห้วยโป่งอาจ ห้วยผักกูด ห้วยโป่งขืน ห้วยแม่แพม และห้วยผักห้า ซึ่งอยู่บริเวณที่จะรองรับดินหน้าเหมืองเอามาทิ้ง ห้วยทั้งห้าจะถูกถมหรือถูกย้ายไปอยู่ที่อื่น ที่ไหนก็ไม่รู้ จะเอาหรือไม่เอา

12.จะต้องขนส่งถ่านหินจากเวียงแหง ไปพักที่แม่จา ด้วยรถสิบล้อ จากบ้านแม่จาใช้รถพ่วงบรรทุกไปที่แม่เมาะเพื่อการถลุง ใช้ถนนสายเชียงดาว-แม่เมาะ และสายพร้าว-แม่เมาะใช้รถสิบล้อ 460 คันต่อวัน หรือ 20 คันต่อชั่วโมง ใช้รถพ่วง 260 คันต่อวัน หรือ 10 คันต่อชั่วโมง เกินฝุ่น เสียง อุบัติเหตุ และความพินาศของถนนอย่างฉกรรจ์ จะเอาหรือไม่เอา

ชาวบ้านตั้งคำถาม 12 ข้อแล้วพากันตอบด้วยตนเองว่า ไม่เอา อย่างแข็งขัน หนักแน่น เป็นเอกภาพ

ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช นักวิชาการที่ทรงภูมิปัญญาและมีภูมิธรรมสูงส่งในฐานะประธานบอร์ด กฟผ. นายวิเศษ จูภิบาล รมว.กท.พลังงานคนใหม่ รู้หรือไม่ว่า กฟผ.กำลังเอามวลชนปะทะมวลชน เดินหน้าเต็มลูกสูบเพื่อจะแย่งชิงพื้นที่ของชาวบ้าน 3,500 ไร่ ให้ได้

ยังเห็นดีเห็นงามอยู่หรือ กับการส่งมอบความตายผ่อนส่งให้แก่ชีวิต วัฒนธรรม พืชผล และทรัพย์สินของคนเวียงแหง กว่า 20,000 คน

แม่เมาะนั้น คนตายและรอตายอีกมากมาย จะไถ่บาปอย่างไรก็ไม่มีวันหมด แล้วยังคิดจะก่อเวรก่อกรรมซ้ำเติมให้กับคนเวียงแหงอีกหรือ

หน้า 6