หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2005 p1

บทความปี 2004 p2 บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
แนวทางของความสมานฉันท์

สิทธิพร จรดล นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2548

หากยึดเอาเหตุการณ์วันปล้นปืนค่ายทหาร ที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาไฟใต้ จนมาถึงวันนี้ เหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่ายๆ จึง สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา ไม่ประสบผลสำเร็จ

การกำหนดนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมามักถูกกำหนดจากผู้มีอำนาจในส่วนกลางมากกว่าที่จะให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วม โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ชุดที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ไปรับฟังเสียงของประชาคมในพื้นที่เมื่อเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ก็ไม่ได้รับการพิจารณา แต่กลับถูกเพิกเฉยจากรัฐบาล

ในเมื่อเสียงของประชาชนในพื้นที่ถูกเพิกเฉย การกำหนดนโยบายจึงมาจากฝ่ายบริหารผู้มีอำนาจแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยที่ฐานคิดของรัฐบาลชุดนี้ที่ถือเรื่องเงินและเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น วิธีคิดในการมองปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงอยู่ในกรอบปัญหาด้านเศรษฐกิจที่เป็นความยากจน นำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่ใช้วิธีหว่านเงินงบประมาณลงไปในพื้นที่

ครั้งที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีได้ลงไปในพื้นที่ปัญหา ได้กล่าวถึงเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาซึ่งชาวบ้านสะท้อนให้ฟัง คือเรื่องความไม่เป็นธรรม เช่น กรณีการจับอุสตาซไปดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่กลับไม่มีการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ทำผิด ในการเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมบริเวณหน้า สภอ.ตากใบ หรือกรณีการหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งผู้ทำผิดยังไม่ถูกลงโทษ โดยที่ พล.อ.สุรยุทธ์ มองว่า เงื่อนไขความไม่เป็นธรรมเช่นนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดขบวนการก่อความไม่สงบในอดีตมาแล้ว

บทความของ นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ เรื่อง "แนวทาง/วิธีการในการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้" ในหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้บ่งบอกถึงปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเกิดจากสาเหตุหลักๆ คือ

1.ปัญหาทางประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี

2.ปัญหาความคับแค้นทางด้านจิตใจ เพราะถูกเอารัดเอาเปรียบทางด้านวัฒนธรรมและสังคม โดยเฉพาะการกล่าวหาว่าเป็นผู้ฝักใฝ่คิดเหตุก่อการร้าย

3.ความเสมอภาคทางการศึกษา ที่มักไม่ได้รับการเอาใจใส่จากรัฐ

4.การถูกดูหมิ่นแคลนทางสังคมในวงกว้าง มีผลให้คนมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้รู้สึกถูกประทุษร้ายทางด้านจิตใจ เช่น เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมครูสอนศาสนาก็มักฟันธงเลยว่าผู้ถูกจับกุมเป็นคนชั่วโดยที่ยังไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม

ที่ผ่านมา มีผู้พยายามนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลอยู่มากมาย แต่ปัญหากลับอยู่ที่รัฐบาลเอง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่ยึดติด กับการบริหารแบบ CEO เห็นได้จากล่าสุดหลังจากชนะการเลือกตั้ง กับนโยบายการแบ่งโซนพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นโซนสีแดง สีเหลือง และสีเขียว เพื่อจำกัดขอบเขตของวงเงินงบประมาณ SML ที่จะลงไปในแต่ละหมู่บ้าน ก็ไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่

เป็นเรื่องที่ดีที่นายกรัฐมนตรีปรับท่าทีเสียใหม่ หันหน้าจับมือกับทุกฝ่ายในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่ดำรงอยู่ และกลับมาใช้ "แนวทางของความสมานฉันท์" จากทุกๆ ฝ่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรต้องรับฟังความต้องการของประชาชนในพื้นที่ มากกว่าที่จะยัดเยียดนโยบายลงไปด้วย