หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
จบไม่ลง

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  ประชานิเวศน์  มติชนรายวัน วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9881

เจรจาซื้อขายหุ้นคลื่นความถี่โทรศัพท์มือถือไทยโมบายในระบบ 1900 เมกะเฮิร์ตซ์มาร่วมปี แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ถือหุ้นอยู่ 58% และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่มีหุ้นอยู่ 42% จะสามารถตกลงเรื่องราคากันได้ เพราะต่างฝ่ายต่างเสนอราคาที่ต่างกันลิบลับ โดยช่วงแรกที่ตกลงกันว่าจะขายหุ้นทั้งหมดให้กับ ทศท แน่นอน กสท ก็โก่งราคาถึงหลักหมื่นล้านบาท ขณะที่ ทศท เสนอให้ตัวเลขที่หลักร้อยล้านบาทเท่านั้น ทำให้เรื่องที่หลายฝ่ายเคยคิดว่าง่ายกลับยากขึ้นมาทันตาเห็น

หลังจากนั้นก็มีการเปิดโต๊ะเจรจากันหลายครั้ง ทั้งคุยกันเอง และใช้ที่ประชุมของคณะกรรมการกิจการร่วมค้าไทยโมบาย (ซุปเปอร์บอร์ด) ซึ่งมีนายไกรสร พรสุธี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะประธาน จนล่าสุดก็สามารถขยับตัวเลขการซื้อขายที่ห่างกันมากมาอยู่ในหลักเดียวกันได้ คือหลักพันล้านบาท

ทว่าตัวเลขที่ทั้งสองฝ่ายเสนอครั้งล่าสุดก็ยังห่างกันอยู่ถึงหลักพันล้านบาท จนต้องให้ทั้งสองฝ่ายกลับไปปรับตัวเลขใหม่ โดยตกลงร่วมกันว่าในส่วนของการซื้อขายหุ้นให้พิจารณาจากที่เคยลงทุนไปก่อนหน้านี้ โดย กสท ลงทุนในโทรศัพท์มือถือไทยโมบายไปเท่าไหร่ ก็ให้ ทศท ส่งคืนให้ กสท เท่านั้น ส่วนการซื้อคืนคลื่นความถี่ ทั้ง ทศท และ กสท รับปากว่าจะไปหาข้อสรุปร่วมกันเอง แต่ไม่ยืนยันว่าจะสรุปตัวเลขได้ตรงกันหรือไม่ แต่จะนำเสนอให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เป็นผู้กำหนดราคาที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ โดยตั้งเป้าว่าจะสรุปได้ภายในเดือนเมษายนนี้

จากก่อนหน้านี้ นายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทศท เคยประกาศว่าจะตกลงกันได้ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ ทศท ตัดสินใจขอซื้อหุ้นและคลื่นความถี่จาก กสท และอะไรที่ทำให้ กสท ยอมขาย

เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นหลักอีกเรื่องหนึ่งที่ทั้งสองฝ่ายต่างหยิบยกมาหารือกัน หลังจากที่มั่นใจว่าจะต้องเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปีนี้อย่างแน่นอน

จากการดำเนินงานของโทรศัพท์มือถือไทยโมบายที่ผ่านมา ประสบปัญหาขาดทุนสะสมมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 1 พันล้านบาท ขณะเดียวกันลูกค้าที่เคยใช้บริการอยู่ก็เริ่มทยอยออกไปใช้ของผู้ให้บริการรายอื่นแทน เพราะคิดค่าบริการถูกกว่า ดังนั้น ทศท จึงเห็นว่าการที่จะให้แข่งกับรายอื่นได้ จะต้องพัฒนาให้เป็นระบบ 3 จีเท่านั้น เมื่อคิดได้แบบนี้แล้ว จึงตัดสินใจที่จะเข้าไปบริหารจัดการเอง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น โดยหวังว่ารายได้จากธุรกิจโทรศัพท์มือถือจะเป็นรายได้หลักของ ทศท ในอนาคต ซึ่งได้ตั้งเป้าจะเปิดให้บริการภายในปีนี้ แต่ระหว่างนี้จะต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนก่อน เพราะจะต้องนำไปคิดคำนวณเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนด้วย

ขณะที่ กสท เอง ก็ต้องการขายหุ้นเพื่อหลีกทางให้ ทศท บริหารฝ่ายเดียว เพื่อจะได้มีเวลาทำโทรศัพท์มือถือ ในระบบซีดีเอ็มเอในส่วนภูมิภาคให้ดีที่สุด ซึ่งหวังว่าจะสามารถเป็นรายได้หลักให้กับ กสท ในอนาคตเช่นเดียวกัน โดยขณะนี้ได้ให้บริษัท หัวเหว่ย ซึ่งชนะการประมูล เป็นผู้ติดตั้งอุปกรณ์ให้ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปลายปีนี้ แต่การขายหุ้นและคลื่นความถี่ที่ยังไม่สามารถตกลงร่วมกันได้นั้น เพราะต้องหาตัวเลขที่พนักงานของทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับได้ด้วย หากตกลงกันเองโดยใช้ตัวเลขที่ไม่เหมาะสมก็เกรงว่าจะเกิดการต่อต้านจากพนักงานที่เห็นว่าบริษัทเสียหายได้

ดังนั้น ทางออกที่ ทศท และ กสท พอจะทำได้ในตอนนี้คือ พยายามหารือกันเรื่อยๆ แม้บางครั้งจะดูกลับไปกลับมา วนอยู่ในอ่างก็ตาม แต่ก็ยังมั่นใจว่าจะสำเร็จได้สักวัน แม้ว่าตอนนั้นอาจจะไม่มีผู้ใช้บริการแล้วก็ตาม

หน้า 20