หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2005 p1

บทความปี 2004 p2 บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
ดร.โกร่งชี้อีก 4 ปีศก.ขาลง นายกฯ สมัยหน้าอ่วม

กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2548

ดร.โกร่งฟันธงเศรษฐกิจไทยจะถึงจุดสูงสุดใน 4 ปีข้างหน้า จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงขาลง ทำให้นายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะต้องบริหารงานอย่างยากลำบาก

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทแอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) ได้บรรยายพิเศษเรื่อง "ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ปี 2548" ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จัดโดยสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ว่าในปี 2548 นี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการขยายตัวประมาณ 7% สูงกว่าการคาดการณ์ของรัฐบาล เนื่องจากจะมีการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ของรัฐบาล ทั้งเรื่องน้ำ ไฟฟ้า ระบบการขนส่งมลชน ขณะที่ภาคเอกชนเองก็จะมีการลงทุนในปีนี้มากขึ้นเช่นกัน หลังจากที่ชะลอมาตั้งแต่ปี 2547 เพราะมีปัจจัยมากระทบต่อเศรษฐกิจมากถึง 5 ปัจจัย ประกอบด้วย ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาไข้หวัดนก อัตราดอกเบี้ย ภาวะราคาน้ำมันและปัญหาคลื่นยักษ์สึนามิ

"การขยายตัวที่ระดับ 7% อาจจะมีการลดลงได้เล็กน้อย แต่เชื่อว่าไม่เพิ่มสูงขึ้นแน่นอน เพราะยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุน อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ ที่รัฐบาลต้องควบคุมไม่ไห้มีการขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่น เช่น ภูเก็ต หรือกรุงเทพฯ และระวังอย่าให้เป็นเรื่องระหว่างประเทศ" นายวีรพงษ์ กล่าว

ขณะเดียวกันปัจจัยราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเช่นกัน โดยในส่วนของน้ำมันนั้นในปี 2548 ราคาจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน แต่จะผันผวนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา และคาดว่า ราคาน้ำมันที่ตลาดสหรัฐเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 45-50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ปัจจัยดอกเบี้ยนั้นก็มีการปรับขึ้นเช่นกัน จากเดิมที่คาดว่าจะมีการปรับในช่วงกลางปี

แต่คาดว่า การปรับอัตราดอกเบี้ยจะขยับไปช่วงปลายปี เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับซื้อเงินดอลลาห์สรัฐมากขึ้น เพื่อรักษาระดับค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่ามากเกินไป ขณะเดียวกันก็ควรรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยของไทยกับสหรัฐไว้ไม่ให้เกิน 0.25% จากที่ปัจจุบันห่างกันอยู่ประมาณ 0.50%

"ในระยะยาว 4-5 ปี คงคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจได้ยาก แต่ตามทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์แล้ว วัฏจักรของเศรษฐกิจอยู่ในช่วง 10-12 ปี ขึ้น 6 ปี ลง 6 ปีโดยประมาณ ถ้าไม่มีปัจจัยร้ายแรงอื่น ๆ มากระทบ เช่น เกิดสงคราม เป็นต้น สำหรับประเทศไทย เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้นมาแล้ว 2 ปี เหลืออีก 4 ปี ก็จะเป็นขาลง ซึ่งต้องติดตามว่า จะลงแบบนุ่มนวลหรือรุนแรง อย่างไรก็ตาม คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะถึงจุดพีคในช่วงเลือกตั้งครั้งหน้า ดังนั้นใครที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะค่อนข้างลำบาก" นายวีระพงษ์กล่าว