|
||||||||||||||
|
ร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ
กฎหมายสร้างสมานฉันท์ในชาติ
ทางออกของสังคมไทยแห่งอนาคต
โดย ดวง อันทะไชย สถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคมร้อยเอ็ด เมืองแสนวิชชาลัย มติชนรายวัน วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9877 สังคมไทยกำลังขาดความมั่นใจ และมั่นคงทางอารมณ์ตลอดจนเชื่อมั่นทางจิตใจอย่างรุนแรง ขาดผู้นำที่ประสาน และสมานฉันท์ให้ผู้คนในชาติหันหน้ามาคุยกันอย่างสันติวิธี ขาดผู้นำทางสังคมที่น้อมนำแนวทางปรัชญาการแก้ไขปัญหาที่อ่อนนุ่มใสสะอาด งดงาม เต็มไปด้วยเมตตาธรรมมาใช้ ที่บอกว่าเข้าใจเข้าถึงและพัฒนา อีกกลุ่มหนึ่งกลับกำลังห้อตะบึงมุ่งสู่ตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่างสวยหรู สู่ความเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจของเอเชีย มองเห็นทุกอย่างเป็นมูลค่าไร้ซึ่งคุณค่า แต่อีกมุมหนึ่งของสังคมยังต้องต่อสู้ฟาดฟันกันด้วยชีวิต เพื่อแลกกับความเชื่อและศรัทธาและความอยู่รอดที่แตกต่างกันคนละขั้ว โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สะท้อนประเด็นนี้ได้อย่างชัดเจน และคงไม่เฉพาะภาคใต้เท่านั้นที่ทำให้เรามองเห็นภาพของการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตนเองอย่างไม่แตกต่างกัน เพียงแต่ระดับความเข้มนั้นอาจจะมากน้อยไม่เท่ากันเท่านั้นเอง ภาพข่าวหรือข่าวจากสื่อมวลชนหรือหนังสือพิมพ์เป็นปรอทวัดอุณหภูมิของสังคมไทยได้ดีทีเดียว ว่าสังคมกำลังวิกฤตอย่างหนักหรือไม่ การเข่นฆ่ากันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับสังคมไทยไปเสียแล้ว สังคมถามหาความหมายสมานฉันท์ของคนในชาติคืออะไร อยู่ไหน มีทางออกอย่างไร มีแนวทางใดบ้างที่กำหนดไว้ และในที่สุดนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ตัดใจเชิญอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างคุณอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นประธานหรือผู้ประสานเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ของชาติขึ้นมา เพื่อหยุดการฆ่ากันในแต่ละวันของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกันสร้างความสมานฉันท์ให้แก่คนในชาติ ซึ่งมีแนวโน้มว่าเหตุการณ์จะรุนแรงและซับซ้อนขึ้นไปเรื่อยๆ สังคมเชื่อตรงกันว่า ความสมานฉันท์หรือเส้นทางสมานฉันท์คือทางออกสำคัญของการปรองดองในชาติเท่านั้น มิใช่เรื่องสีแดง สีเขียว หรือสีเหลือง และไม่ใช่เรื่องของเงินงบประมาณหรือทุนนิยม หรือมิใช่ใครจะมีอำนาจล้นฟ้าสั่งการได้ทุกอย่าง หรือมิใช่ใครจะแพ้หรือชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย อำนาจเป็นเพียงมายาภาพเท่านั้น คำถามก็คือสังคมสมานฉันท์มีรูปแบบ หรือหน้าตาอย่างไร มีแนวคิดเรื่องดังกล่าวปรากฏอยู่ที่ใดบ้าง ในฐานะผู้เขียนเวียนวนอยู่ใน "กระบวนการปฏิรูปภาคสังคม" มาหลายสิบปีทั้งปฏิรูปการศึกษา และปฏิรูประบบสุขภาพ พบว่าความสมานฉันท์ที่สังคมใฝ่หาและเรียกร้องนั้นมีปรากฏใน (ร่าง) พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ... มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 เป็นความงดงามที่ผู้คนทั่วประเทศรวมทั้งคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ร่วมกันเขียนไว้ในมาตรา 3 ที่ให้ความหมายของคำว่าสมัชชาว่า เป็นกระบวนการที่ให้ประชาชน และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเรียนรู้อย่างใช้ปัญญา และสมานฉันท์เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพหรือความมีสุขภาพของประชาชน โดยจัดให้มีการประชุมอย่างเป็นระบบ และอย่างมีส่วนร่วม และหมวด 4 มาตรา 38 ระบุว่าสมัชชาสุขภาพคือกระบวนการสมานฉันท์ในการหาทางออกหรือแก้ปัญหาของพื้นที่เฉพาะประเด็นอย่างมีส่วนร่วม มีพลังและสร้างสรรค์ เช่น กรณี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ร่าง) พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ... คือเครื่องมือหรือนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหา และหาทางออกของสังคมอย่างสร้างสรรค์และสมานฉันท์ "ในฐานที่ผมเป็นรัฐบาลผมมีหน้าที่ที่จะทำความปรารถนาของคนส่วนใหญ่ เพื่อคนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ รัฐบาลจะรับเข้าไปสู่กระบวนการบริหาร และกระบวนการนิติบัญญัติต่อไป" พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีซึ่งกล่าวในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2545 ว่าเห็นด้วยและเห็นชอบที่จะผลักดันให้ประกาศใช้เป็นธรรมนูญสุขภาพของคนไทยโดยเร็ว สิ่งที่อยากเรียกร้องจากคนชายขอบของประเทศ ไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ก็คือหากทุกฝ่ายเห็นว่า (ร่าง) พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ....ฉบับนี้ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาเป็นทางออกของสังคมไทย เป็นรูปแบบการสร้างสมานฉันท์ของคนในชาติได้ เป็นแนวคิดที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากคนในชนบท และในเมือง ทั่วประเทศหลายล้านคนเป็นความเชื่อ และศรัทธาว่าแนวทางนี้คือ เส้นทางสมานฉันท์ของคนในชาติ คือวิถีการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และสันติสุข ควรหรือไม่ที่รัฐสภา จะรีบผ่าน (ร่าง) พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ... ฉบับนี้ออกมาใช้โดยเร็ว ท่ามกลางความมืดมิด และทางตันในเวลานี้ เมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2548 เราอาจจะได้เห็นผู้คน ทั้งชาติและใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หันมาร่วมมือร่วมใจกัน สร้างชาติบ้านเมืองก็เป็นไป มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรมิใช่หรือ เพียงผ่านกฎหมายฉบับเดียวที่มีคุณอนันต์ และมีค่ามหาศาลต่อสังคมไทย รัฐสภาผ่านกฎหมายมากี่ร้อยกี่พันฉบับ หลายฉบับก็มีผลประโยชน์เพียงแค่คนไม่กี่กลุ่ม หรือส่งผลต่อกลุ่มทุนบางกลุ่ม และเกิดความขัดแย้งของผู้คนทั้งในเรื่องวิธีคิด และแนวทางแต่ (ร่าง) พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.ฉบับนี้ ผ่านกระบวนการยกร่างโดยผู้คนที่แตกต่างหลากหลายทั่วประเทศ ผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์ทั้งนักวิชาการ นักกฎหมาย สื่อมวลชนตลอดจนนักการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับชาติมาแล้ว สังคมกำลังมาถึงทางตัน และใฝ่ฝันหาทางออกที่เป็นวิธีสมานฉันท์ (ร่าง) พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.... คือคำตอบ และเส้นทางไปสู่การสร้างสมานฉันท์และความสามัคคีของผู้คนในชาติรีบผ่านและประกาศใช้โดยเร็วเถิด... หน้า 9
|