|
||||||||||||||
|
ยอดหนี้สาธารณะ
ณ 31 ธันวาคม 2547 อยู่ที่ 47.84%
ของ GDP
รายงานพิเศษ มติชนรายสัปดาห์ หน้า 101 วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1284 สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง รายงานยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 ว่า มีจำนวน 3,120,803 ล้านบาท หรือ 47.84% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) เป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 1,805,581 ล้านบาท เป็นหนี้ของรัฐวิสาหิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 932,447 ล้านบาท และเป็นหนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF1) 379,775 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 หนี้สาธารณะลดลง 2,112 ล้านบาท โดยเป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงเพิ่มขึ้น 2,858 ล้านบาท เป็นหนี้ของรัฐวิสาหิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 960 ล้านบาท และเป็นหนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF1) ลดลง 5,930 ทั้งนี้ หนี้สาธารณะจำแนกได้เป็นหนี้ต่างประเทศ 638,526 ล้านบาท หรือ 20.64 หนี้ในประเทศ 2,482,277 ล้านบาท หรือ 79.54% หนี้ระยะยาว 2,504,438 ล้านบาท หรือ 80.25% หนี้ระยะสั้น 616,365 ล้านบาท หรือ 19.75% ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง การบริหารหนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 กระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตร เพื่อชดใช้ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF1) ที่ครบกำหนดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2547 จำนวน 34,900 ล้านบาท ซึ่งได้กู้เงินระยะสั้นมาชำระคืน และในเดือนพฤศจิกายน 2547 ได้ออกพันธบัตรในวงเงิน 14,000 ล้านบาท และใช้เงินส่วนเกินจากการประมูลพันธบัตร (Premium) 24 ล้านบาท เพื่อชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น 14,024 ล้านบาท นอกจากนี้ ได้ไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลตามโครงการช่วยเพิ่มเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) ก่อนครบกำหนดในวงเงิน 287 ล้านบาท ทำให้สามารถลดยอดหนี้คงค้างได้ 287 ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยในอนาคต 52 ล้านบาท ส่วนรัฐวิสาหกิจ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้กู้เงินในประเทศเพื่อ Roll Over หนี้เดิม 3,000 ล้านบาท และได้กู้เงินในประเทศเพื่อลงทุน 2,000 ล้านบาท ขณะที่ภาครัฐโดยกระทรวงการคลังดำเนินการชำระหนี้จากงบประมาณ 3,900 ล้านบาท เป็นการชำระคืนเงินต้น 4 ล้านบาท ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวม 3,986 ล้านบาท การดำเนินการบริหารจัดการหนี้ของภาครัฐในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2548 (ตุลาคม 2547-กุมภาพันธ์ 2548) ในด้านต่างประเทศได้มีการปรับโครงสร้างหนี้เป็นเงินรวม 34,654 ล้านบาท โดยเป็นของรัฐบาล 22,022 ล้านบาท และรัฐวิสาหิจ 12,632 ล้านบาท ทำให้ลดยอดหนี้คงค้างได้รวม 9,326 ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยได้ 3,340 ล้านบาท ด้านในประเทศได้มีการปรับโครงสร้างหนี้รวม 75,101 ล้านบาท โดยเป็นการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDE 1) ของกระทรวงการคลัง 66,439 ล้านบาท และไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลตามโครงการช่วยเพิ่มเติมเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Tier 1) ก่อนครบกำหนด 287 ล้านบาท และการ Roll Over หนี้ของรัฐวิสาหกิจรวม 8,662 ล้านบาท ขณะที่ภาครัฐได้กู้เงินในประเทศไปแล้ว 89,742 ล้านบาท เป็นการกู้ของกระทรวงการคลัง 10,000 ล้านบาท รัฐวิสาหิจ 79,742 ล้านบาท
|