หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ธุรกิจ "การเมือง" ศึกษาผ่าน งบโฆษณา จาก ทุกพรรค

บทความพิเศษ  มติชนรายสัปดาห์  วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1284

ในความเห็นของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ เจ้าของคอลัมน์ "คลื่นความคิด" ในส่วนเศรษฐกิจหนังสือพิมพ์ "มติชน"

ปัจจุบัน การตลาดมีบทบาทสำคัญต่อทุกธุรกิจและองค์กรอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ในอดีต ธุรกิจนำการตลาด แต่ปัจจุบัน การตลาดได้มีบทบาทสำคัญในการนำธุรกิจอย่างชัดเจน

การที่พรรคไทยรักไทยได้คะแนนนิยมอย่างล้นหลาม พื้นฐาน 1 มาจากการรู้จักใช้การตลาด

(1) การวางแผนจากภายนอกเข้าสู่ภายใน (outside-in, not inside-out planning)

(2) ใช้การสื่อสารด้วยตราสินค้าผ่านความเชื่อถือและศรัทธาที่มีต่อผู้นำพรรค (brand and celebrity contacts)

(3) ทำการสื่อสารการตลาดอย่างต่อเนื่อง (marketing communication continuum)

(4) มีการกำหนดกลยุทธ์ของเนื้อหาในการทำการตลาดภายใต้ฐานศูนย์ (zero based massage dilivery)

(5) ใช้ทุกรูปแบบของการสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการอย่างเต็มศักยภาพ (use any and all forms of contacts)

(6) มีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง (build relationships)

(7) มีการสำรวจและประเมินผลอย่างใกล้ชิด (accountability)

ขณะเดียวกัน วารสารรายงานและวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวทางด้านสื่อโฆษณา (Media Matters) ของบริษัทมายด์แชร์ ได้อาศัยข้อมูลจาก นีลสัน มีเดีย รีเสิร์ช ศึกษาเปรียบเทียบการใช้งบประมาณโฆษณาประชาสัมพันธ์พรรคการเมืองในห้วงก่อนการเลือกตั้งประมาณ 4-5 เดือน

เป็นข้อมูลทั้งการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548

ปรากฏว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 มีการวางแผนโฆษณาเป็นระบบ มีรูปแบบที่ชัดเจน มีการออกแคมเปญอย่างต่อเนื่อง พรรคใหญ่ทั้งหลายต่างก็ขับเคี่ยวกันทั้งด้านนโยบายและกลยุทธ์ทางการเมือง

โดยอยู่บนพื้นฐานของกลยุทธ์โฆษณาและการตลาดซึ่งออกมาในรูปแบบการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Marketing Communication : IMC)

จากข้อมูลที่ได้ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 กับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ในห้วงก่อนการเลือกตั้งประมาณ 4-5 เดือน พรรคการเมืองต่างๆ มีการใช้สื่อโฆษณาได้อย่างครบถ้วน

โดยมีการใช้งบประมาณโดยรวมในการซื้อสื่อเพิ่มขึ้นถึง 6%

โดยที่ สื่อกลางแจ้งและสื่อโรงภาพยนตร์มีการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ส่วนสื่อวิทยุและนิตยสาร มีบทบาทน้อยมากในการประชาสัมพันธ์

พรรคไทยรักไทยใช้จ่ายงบประมาณมากขึ้นเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 นั่นก็คือเพิ่มจาก 30,589,000 บาท เป็น 51,327,000 บาท คิดแล้วเท่ากับเพิ่มขึ้น 67.82%

พรรคประชาธิปัตย์ใช้จ่ายงบประมาณมากขึ้นเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 นั่นก็คือ เพิ่มจาก 6,758,000 บาท เป็น 13,175,000 บาท คิดแล้วเท่ากับเพิ่มขึ้น 95%

พรรคชาติไทยใช้จ่ายงบประมาณมากขึ้นเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 นั่นก็คือ เพิ่มจาก 24,554,000 บาท เป็น 32,181,000 บาท คิดแล้วเท่ากับ 31.10%

ที่น่าสนใจคือ พรรคมหาชน ใช้เงินเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์มากถึง 78,672,000 บาท

กระนั้น ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงงบประมาณในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เท่านั้น

จากตัวเลขงบประมาณการโฆษณาประชาสัมพันธ์นี้สะท้อนอะไร

ประการ 1 สะท้อนว่าทุกพรรคการเมืองล้วนมีพื้นฐานมาจากการระดมทุนที่แน่นอน ไม่มีพรรคการเมืองใดปฏิเสธรากฐานของทุน

ประการ 1 สะท้อนว่าทุกพรรคการเมืองล้วนใช้กลไกทางด้านการตลาด

ที่เคยประณามหยามเหยียดว่า พรรคไทยรักไทยใช้กลไกทางด้านการตลาดกระทั่งกำชัยได้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 มาถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ทุกพรรคล้วนตกไปอยู่ในวังวนของกลไกทางด้านการตลาด

นี่ยังไม่นับรวมเงินอื่นๆ ที่มิได้มีการบันทึกเอาไว้อย่างเป็นหลักฐาน

 

หน้า 14