หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
"แม้ว" หารือ "เติ้ง" รับข้อมูล "นโยบาย" "กรณ์-อภิมงคล" โชว์ชำแหละศก.

มติชนรายวัน วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9876

พี่สอนน้อง - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินเข้ามานั่งหารือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งคาดว่ากำลังอธิบายเสนอแนะการแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับนายกฯฟัง ในระหว่างประชุมอภิปรายนโยบายของรัฐบาลเป็นวันที่ 2 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม

นายกฯฟิตเข้าห้องประชุมถกนโยบายคนแรก ฝ่ายค้าน-ส.ว.รุมวิพากษ์ ยึดบริโภคนิยม เอาเงินเป็นตัวตั้ง การศึกษา สาธารณสุขเหลว งบฯ 30 บาท รักษาทุกโรคไม่พอ ทำโรงพยาบาล ตจว.ตัวเลขติดลบ ประชดอ่านแต่หนังสือโอกาสการแข่งขัน ไร้ศีลธรรม "แม้ว"จับเข่าคุย"เติ้ง" ปชป.โผล่แจม อภิปรายวันที่สองชืด รมต.-ส.ส.เมิน ห้องประชุมโหรงเหรง

@ นายกฯฟิตเข้าประชุมรัฐสภาคนแรก

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปรากฏตัวในห้องประชุมรัฐสภา เป็นคนแรกของกลุ่มรัฐมนตรี ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นวันที่สอง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ทั้งนี้ เมื่อนายโภคิน พลกุล ประธานรัฐสภา ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมเมื่อเวลา 09.30 น. นายกฯได้เดินเข้าไปในห้องประชุม ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นายจอน อึ๊งภากรณ์ ส.ว.กทม. เป็นผู้ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายรัฐบาลหมวด 2 นโยบายพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพเป็นคนแรก เน้นไปที่การเรียกร้องให้ส่งเสริมโอกาสประชาชนให้เข้าถึงหลักประกันทางด้านการศึกษาและสาธารณสุข

นายจอนกล่าวว่า มี 4 ประเด็นที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการศึกษา คือ 1.การยกเลิกการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาในระดับมัธยมปลาย ซึ่งจะเริ่มต้นในปีการศึกษา 2549 ซึ่งแม้จะมีการทดแทนด้วยทุนให้เปล่า แต่ที่มาของทุนและวิธีการยังไม่ชัดเจน 2.การลอยตัวค่าหน่วยกิตระดับอุดมศึกษา 3.การกู้ยืมเงินในระบบใหม่ที่ได้เฉพาะค่าเล่าเรียน ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าหอพัก และ 4.การออกนอกระบบของมหาวิทยาลัย จนปัจจุบันมีนักศึกษาต้องออกจากสถาบันไปหลายคน เพราะค่าเล่าเรียนที่สูงขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหา เพื่อให้เด็กได้เรียนหนังสือด้วย

@ ปชป.ติงบริโภคนิยมเงินเป็นใหญ่

จากนั้น นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ยกผลการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ขึ้นอภิปราย ถึงปัญหาคุณภาพของนักเรียน รวมถึงปัญหาด้านสาธารณสุขที่สุขภาพเด็กไทยยังน่าเป็นห่วง นอกจากนี้ ในด้านสังคมยังคงมีปัญหาอยู่เช่นกัน แม้ผลการปราบปรามยาเสพติดจะดี แต่ปัญหาอาชญากรรมและอุบัติเหตุยังสูง ปัญหาเด็กเล่นเกมคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่สถิติการใช้บัตรเครดิตที่ก่อให้เกิดปัญหานี้ตามมาจำนวนมาก

"คนไทยยังเผชิญกับอากาศที่เป็นพิษ ฝุ่นละออง และขยะที่เป็นพิษจำนวนมาก ดังนั้น นายกฯต้องยอมรับความจริงว่า การพัฒนาคนที่ผ่านมายังไม่มีคุณภาพ และจำเป็นต้องหยิบยกขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เพราะปัญหาสังคมขณะนี้มีวัยรุ่นหลอกลวงเพื่อนไปข่มขืน หรือพ่อข่มขืนลูก ทุนทางสังคมถูกทำลาย เพราะมีการเน้นเรื่องบริโภคนิยมเอาเงินเป็นตัวตั้ง" นายชินวรณ์กล่าว

นายผ่อง เล่งอี้ ส.ว.กทม. อภิปรายแสดงความไม่เห็นด้วย ที่จะให้นำธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อ้างว่าจะทำให้ประชาชนบริโภคมากขึ้น และสุรายังเป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงต่อการพัฒนาประเทศ จึงเรียกร้องให้ทำสงครามกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่นเดียวกันกับการทำสงครามต่อต้านยาเสพติด

@ ทักษิณจับเข่าคุยบรรหาร40นาที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะสมาชิกอภิปรายอยู่นั้น พ.ต.ท.ทักษิณเดินลงมาจากที่นั่งคณะรัฐมนตรี เข้าไปพูดคุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นเวลาราว 40 นาที ทั้งนี้เป็นที่คาดหมายกันว่า เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นถึงการแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้งที่นายบรรหารอภิปรายไปเมื่อวันที่ 22 มีนาคม เนื่องจากนายบรรหารได้นำแผนที่ขึ้นมาประกอบการหารือด้วย จากนั้นนายสัมพันธ์ ทองสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เดินไปนั่งข้างพ.ต.ท.ทักษิณ โดยใช้เวลาพูดคุย 5 นาที ก่อนที่นายกฯจะเดินออกไปนอกห้องประชุมทางประตูหลัง โดยทักทาย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ระหว่างเดินออกจากห้องด้วย

ก่อนหน้านั้นในช่วงเช้า นายบรรหารให้สัมภาษณ์ว่า จะติดตามดูการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2549 ในเดือนมิถุนายนว่า รัฐบาลจัดสรรงบฯเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวตามข้อเสนอแนะหรือไม่ หากไม่จัดสรรเท่ากับว่าไม่ให้ความสนใจความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งนี้ยังเชื่อว่า ข้อเสนอแนะที่พูดไปนายกรัฐมนตรีคงรับไปพิจารณา

ส่วนนายโภคินก็ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมจะเริ่มต้นขึ้น โดยขอบคุณสมาชิกทุกคนที่อภิปรายเน้นเนื้อหาสาระ ปฏิบัติตามข้อตกลง จนการประชุมวันแรกไม่มีการประท้วงเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของรัฐสภา

@ ปชป.ชี้งบฯสาธารณสุข2หมื่นล.ไม่พอ

สำหรับการอภิปรายในห้องประชุมนั้น บรรดา ส.ส.และ ส.ว.ยังคงแสดงความเป็นห่วงเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเข้าถึงและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง การให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ชุมชน การเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ในท้องถิ่น ด้วยการตั้งโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งแพทย์ รวมทั้งแสดงความเป็นห่วงเรื่องการนำภาษีบาปมาใช้ในโครงการหลักประกันสุขภาพ

นพ.วัลลภ ไทยเหนือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องสุขภาพคืองบประมาณที่ไม่เพียงพอทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล โดยพบว่าการของบประมาณด้านสุขภาพมีเพียง 2 หมื่นล้านบาท จึงขอให้รัฐบาลเห็นความสำคัญในด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2547 ที่มีการจัดออกกำลังกายแต่ละจังหวัด ซึ่งพบว่ามีเพียง 4 จังหวัดเท่านั้นที่มีการออกกำลังเกิน 100 จึงไม่อยากให้การออกกำลังกายเป็นการสร้างภาพ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค มีปัญหางบประมาณ ปี 2548 รัฐบาลวางค่าใช้จ่ายต่อหัวไว้ที่ 1,400 บาท ขณะที่ฝ่ายวิชาการวางไว้ 2,346 บาท ในปี 2549 รัฐบาลวางไว้ 1,600 บาท ฝ่ายวิชาการวางไว้ 2,585 บาท จำนวนเงินที่ไม่เพียงพอทำให้โรงพยาบาลในจ.พิษณุโลก ถึง 6 แห่ง มีรายรับติดลบ

@ อัดอ่านแต่หนังสือแข่งขันห่างศีลธรรม

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว.กทม. กล่าวว่า การที่นายประชา มาลีนนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า นับตั้งแต่นี้ไปจะทำวาระแห่งชาติเพื่อเด็ก ซึ่งอาจจะทำได้แต่ไม่ใช่แค่การระดมสมองเพื่อหาทางออกแล้วเลิกไป คิดแบบนี้เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ แต่วิธีแก้ไขคือ การนำพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาบังคับใช้ โดยให้อำนาจท้องถิ่นในการตั้งกรรมการคุ้มครองเด็ก สร้างฐานวิชาการ และต้องมีกระทรวงที่ดูแลเด็กและครอบครัวโดยตรง

นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ คัดค้านการนำหวยใต้ดินมาทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมต่อว่านายกฯเลือกอ่านเฉพาะหนังสือที่ทำให้เหนือคนอื่นด้านการแข่งขัน แต่ไม่สอนให้คนเป็นคน มีศีลธรรม

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทย ที่แสดงความเป็นห่วงโครงการของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะนำเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้ามาใช้ในด้านการศึกษามากขึ้น โดยเกรงว่าจะไม่มีระบบป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เช่น เว็บโป๊ และเกมลามก

จากนั้น นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงว่า ยอมรับว่า 4 ปีที่ผ่านมางานปฏิรูปการศึกษาไม่คืบหน้าเพราะติดปัญหาโครงสร้างบุคลากร และขั้นตอนกฎหมาย แต่มั่นใจว่าในอีก 4 ปีข้างหน้าจะเห็นพัฒนาการที่ชัดเจน ตามหลักการของ 1.การให้โอกาสทางการศึกษากับทุกคน 2.การบริหารด้านการศึกษา และ 3.พัฒนาการศึกษาไทยให้เทียบเท่ากับประเทศที่เจริญแล้ว ทั้งนี้ นายกฯได้จัดสรรเงินนอกระบบมาหนุนด้านการศึกษา 1 แสนล้านบาทสำหรับการพัฒนาการศึกษาไทยในอีก 4 ปีข้างหน้า เฉลี่ยปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท

@ ห้องประชุมโหรงเหรง-รมต.เมิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายในช่วงบ่ายนั้นเป็นไปอย่างจืดชืด ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมส่วนใหญ่เป็น ส.ว.และ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย นำทีมลูกพรรคนั่งฟังการอภิปรายในห้องประชุม ส่วน ส.ส.ไทยรักไทยนั้นผู้ที่อยู่ในห้องประชุมส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เตรียมตัวจะอภิปรายสนับสนุนการแถลงนโยบายของรัฐบาล และชื่นชม พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ ในส่วนคณะรัฐมนตรีนั้น มี พ.ต.ท. ทักษิณไม่ได้นั่งอยู่ในห้องประชุมสภา มีเพียงรัฐมนตรีไม่กี่คนที่นั่งอยู่ในห้อง อาทิ นายอศัย นายรุ่ง แก้วแดง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาฯ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขณะที่รัฐมนตรีบางคนนั้น จะเดินเข้าห้องประชุมก็ต่อเมื่อถูกอภิปรายพาดพิงถึง เช่น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กลับเข้าห้องประชุมเมื่อนายสันติภาพ อินทรพัฒน์ ส.ว.น่าน อภิปรายพาดพิงเรื่องการบริหารงานของบอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทย นายอดิศร เพียงเกษ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องเข้ามานั่งในห้องประชุมเมื่อถูกนายมังกร ยนต์ตระกูล ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคชาติไทย พาดพิง กรณีเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสนใจประชาชนในภูมิภาคมากๆ ด้วยเพราะใน ครม.มีรัฐมนตรีที่มาจากภาคอีสานหลายคน ไม่ใช่เอาใจเฉพาะคนกรุงเทพฯ

ระหว่างการอภิปรายดำเนินอยู่นั้น นายอภิสิทธิ์หารือกับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานวิปฝ่ายค้าน ตกลงกันว่าจะตัดตัวผู้อภิปรายเหลือเพียง 33 คน จากเดิมที่วางไว้ 53 คน โดยการอภิปรายวันสุดท้ายนั้นพรรคจะเน้นไปที่หมวดของความมั่นคง

@ ปชป.หน้าใหม่ชำแหละนโยบายศก.

จากนั้นในเวลา 16.00 น. เป็นการอภิปรายในหมวดที่ 3 บรรดา ส.ว.และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายแก้วสรร อติโพธิ ส.ว.กทม. และ 2 ส.ส.หน้าใหม่ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ คือนายกรณ์ จาติกวณิช และ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและแข่งขันได้ โดยส่วนใหญ่แสดงความเห็นห่วงเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

นายกรณ์อภิปรายว่า รัฐบาลควรกลับไปพิจารณาในรายละเอียดด้วยว่า ภาพที่เปลี่ยนไปในเศรษฐกิจมหภาคโดยรวมควรจะมีผลกระทบต่อนโยบายสำคัญๆ ทางเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างไร เพราะที่จะเดือดร้อนที่สุดคือผู้ที่มีหนี้สิน ซึ่งเงินออมที่รัฐบาลชี้แจงนั้น เป็นเงินออมของภาคเอกชน ในขณะที่เงินออมครัวเรือนลดลงทุกปี นอกจากนี้ โครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล รัฐบาลจำเป็นต้องกลับไปพิจารณาในรายละเอียด โดยเฉพาะด้านพลังงานและขนส่งมวลชน คือ ระบบรถไฟฟ้าใน กทม. เพื่อให้การใช้งบฯสมดุล เมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนไป

@ เมกะโปรเจ็คต์เสี่ยงทำศก.ชะลอตัว

นายเกรียงศักดิ์กล่าวว่า แนวทางการระดมทุน 1.5 ล้านล้านบาทมาทำโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล ภายใน 4 ปี เป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะหากโครงการอภิมหาช้างล้ม ย่อมจะสะเทือนมาก อาจเกิดปัญหาทั้งความไม่แน่นอนของต้นทุนและผลตอบแทน ที่รัฐบาลจะต้องหาเงินเพิ่มขึ้นสูงถึง 6.75 แสนล้านบาท และการลงทุนมากจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อ อาจจะส่งผลทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวในระยะยาว รัฐต้องแข่งขันเพื่อแย่งเงินออมกับผู้ลงทุนในภาคเอกชน ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ดุลบัญชีเดินสะพัดเข้าสู่ภาวะขาดดุลเพราะต้องนำเข้าจำนวนมาก

"ผมมีข้อเสนอเจาะจงสำหรับโครงการรถไฟฟ้าใน กทม.ว่า รัฐควรผลักดันการสร้างเมืองบริวาร (เพื่อกระจายความเจริญออกไปจากกรุงเทพมหานครชั้นใน ในระยะยาว" นายเกรียงศักดิ์กล่าว

หน้า 1