|
||||||||||||
|
"รมว.บัวแก้ว"
สวมภาพลักษณ์ไทยบนเวทีโลก
พอล เลอมัง กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 25 มีนาคม 2548 หลังจากที่มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีโดยมีหน้าใหม่มากพอสมควร และหนึ่งในนั้นคือ นายกันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นลูกหม้อ จึงสมควรที่จะมาดูถึงฐานะของประเทศไทยในเวทีโลกกันว่าเป็นอย่างไร และน่าจะเน้นอะไร ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาไทยดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เปิดกว้าง และยืนอยู่ฝ่ายโลกเสรีมาโดยตลอด ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้อง บทบาทของไทยในช่วงหลังสงครามโลกเป็นต้นมา ประเทศไทย และคนไทยได้เข้าร่วมในเวทีโลกอย่างแข็งขัน โดยพยายามสร้างฐานะของประเทศในเวทีโลกมาต่อเนื่อง เรียกได้ว่า เป็นรัฐที่เข้าสังคมเก่ง และมีภาพพจน์ระดับที่ดีประเทศหนึ่ง ภาพพจน์ดีที่ว่านี้เป็นที่รู้กันดีในนานาชาติ เช่น ภาพลักษณ์ที่ว่าเป็นประเทศที่รักสันติ มีรอยยิ้มที่ชาวต่างชาติเรียกว่า "ยิ้มสยาม" มีอาหารอร่อย มีศาสนา มีสถาบันปกครองประเทศที่น่าชื่นชมน่ายกย่อง แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ภาพที่ดี ที่ไม่ดีก็มีเหมือนกัน ซึ่งที่ผ่านมาไทยก็เผชิญกับข่าวไม่ดีเหล่านี้เสมอ กว่าจะแก้ข่าวกันได้ก็กระเทือนภาพพจน์ดีๆ ไปไม่น้อยเหมือนกัน เช่น ล่าสุดภัยพิบัติจากสึนามิที่เราไม่มีระบบการเตือนภัย โชคดีที่น้ำใจของคนไทยสามารถบรรเทาภาพพจน์ที่เสียได้บ้าง ในสังคมระหว่างประเทศ ไม่ต่างจากสังคมชาวบ้านสักเท่าไหร่ หากมีเรื่องไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น และเป็นข่าว จะกระทบต่อภาพพจน์ของประเทศโดยรวมทันที เช่นตัวอย่างในปัจจุบัน ข่าวไข้หวัดนก ทันทีที่เกิดเรื่องในประเทศ ข่าวก็จะแพร่ไปทั่วโลกด้วยเวลาอันรวดเร็วทำให้เกิดปฏิกิริยาจากประเทศต่างๆ โดยที่อาจจะเป็นเพียงการรับรู้ข่าว และยังไม่ทราบข้อเท็จจริง นักการทูตจะเป็นผู้รับรู้ถึงการกระทบภาพพจน์ของประเทศเป็นด่านแรก นักการทูตก็จะรีบรายงานรัฐบาลเพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไข ในเมื่อภาพพจน์มีความสำคัญต่อประเทศถึงเพียงนี้ จึงจำเป็นต้องมีทั้งการรักษาภาพพจน์ประเทศ ให้อยู่ในฐานะที่ดีต่อไป และไม่เพียงรักษาเท่านั้นแต่ต้องส่งเสริม สร้างภาพพจน์ให้อยู่ในฐานะที่ดีให้นานที่สุดหรือตลอดไปด้วย ภาพพจน์คือ โอกาสของประเทศ ภาพพจน์ของประเทศที่ดีในระหว่างประเทศนั้นเป็นเรื่องที่กว่าจะได้มาไม่ง่ายเลย กว่าที่ไทยจะได้รับยกย่องว่า เป็นประเทศที่มีความโอบอ้อมอารีช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็ทำเอาไทยต้องเสียทรัพยากร คนและงบประมาณไปมาก หรือกว่าไทยจะได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่น่าเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก ก็ใช้เวลาหลายสิบปีจากการทำงานหนักของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เรื่องภาพพจน์จำเป็นไหม ตอบว่าจำเป็นมาก เพราะในสังคมโลก หากรัฐใดประเทศใดมีภาพพจน์ที่ดีแล้วก็ย่อมได้รับการชื่นชม ยอมรับจากประเทศต่างๆ อันจะนำมาซึ่งโอกาสในหลายๆ เรื่อง เช่น ความสัมพันธ์ ความร่วมมือในด้านต่างๆ ทำให้สามารถดำเนินการได้สะดวกขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจการค้า และสังคม ในทางตรงกันข้ามรัฐใดประเทศใดภาพพจน์ไม่ดี ก็จะถูกรังเกียจ บางครั้งก็ทำให้ถูกกีดกันจนถึงถูกบอยคอตหมดโอกาสในการติดต่อสัมพันธ์กับสังคมโลก ซึ่งก็จะส่งผลกระทบในด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ได้มาก ตัวอย่างประเทศเหล่านี้มีให้เห็นทั้งประเทศเพื่อนบ้าน และที่อยู่ไกลบ้าน รัฐบาลที่ผ่านมาได้พยายามสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลกเพิ่มมากขึ้น จากสมัยหนึ่งที่ไทยไม่กล้าใช้คำว่า ผู้นำในภูมิภาคมาถึงปัจจุบันไทยมีบทบาทเป็นผู้นำในภูมิภาค ไม่ว่าจะยอมรับออกมาหรือไม่กับคำๆ นี้ก็ตาม ในช่วง 10 ปีมานี้ ไทยมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศมากไม่ว่าจะเป็นในกรอบอาเซียน อาเซ็ม เอซีดี บิมสเทค เอเปค หรือในกรอบของสหประชาชาติ และไม่เพียงแต่ภาครัฐเท่านั้นแต่คนไทยในระดับล่าง ต่างมีโอกาสสัมผัสกับกิจการต่างประเทศมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในเมื่อการสร้างภาพพจน์ในเวทีระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นแล้ว ไทยก็ต้องมียุทธศาสตร์ในการนี้เหมือนกัน ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลทุกยุคสมัยดำเนินไปในทางเดียวกันคือ รักษาภาพพจน์ที่ดีที่มีอยู่แล้วให้ดีต่อไป ขณะเดียวกันส่งเสริมให้ประเทศและคนไทยมีบทบาทในเวทีโลกให้มากขึ้นในทุกทาง การที่ประเทศและคนไทยมีบทบาทในเวทีโลกนั้นจะส่งผลดีต่อภาพพจน์และฐานะของประเทศในทุกด้าน นอกจากนั้นยังเป็นสิ่งที่คนไทยควรภูมิใจที่ได้รับยกย่องในระดับระหว่างประเทศในหลายด้าน เช่น กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ (พระองค์วรรณฯ) เคยได้รับเกียรติเป็นประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติสมัยที่ 11 ก็เป็นบทบาทที่มีผลต่อฐานะของประเทศ ในเวทีการเมืองการทูตที่สำคัญ ฐานะในสังคมของคนมีความสำคัญฉันใด ฐานะของประเทศในสังคมโลกก็มีความสำคัญฉันนั้น ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นต้องรักษาภาพพจน์และสร้างฐานะในสังคมโลกให้อยู่ในระดับที่ดีต่อไป และไม่ใช่เฉพาะด้านการทูตแต่ในทุกๆ ด้าน รวมทั้งต้องแสดงความจริงใจในการเอื้ออาทรต่อปัญหาของโลกให้มากขึ้น ไทยยังจำเป็นต้องเพิ่มความสนใจไปยังภูมิภาคที่ยังเป็นจุดอ่อนของเรา โดยเน้นเรื่องการค้าการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน และความช่วยเหลือต่อแอฟริกา ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา ซึ่งประเทศเหล่านี้ได้แสดงออกในเวทีโลกในหลายโอกาสแล้วว่า เมื่อรวมตัวกันจะเป็นกลุ่มประเทศที่แสดงพลัง และมีบทบาทในเวทีโลกได้เหมือนกัน ไทยบนเวทีโลกต่อจากนี้จึงเป็นเรื่องที่ "คนบัวแก้ว" จะต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริง เพื่อสร้างภาพพจน์ของประเทศให้เข้มแข็ง ในโอกาสที่มีรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ ซึ่งเคยเป็นอดีตข้าราชการกระทรวงนี้มาก่อน และยิ่งเคยเป็นผู้แทนการค้าที่ส่งเสริมการรุก และบุกตลาดต่างประเทศอย่างกว้างขวางมาแล้ว จึงหวังว่ากระทรวงบัวแก้วในอนาคตอันใกล้จะสามารถปรับตัวเอง ให้เป็นเสาหลักในการดำเนินกิจการต่างประเทศได้อย่างภาคภูมิต่อไป
|