|
||||||||||||||
|
"อภิสิทธิ์-บรรหาร"
เจาะช่องโหว่ นโยบาย"ทักษิณ"
รายงาน มติชนรายวัน วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9875 หมายเหตุ - คำอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญทั่วไป เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ในวาระคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 **นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ "...เพื่อให้สบายและมั่นใจว่า เราไม่ได้คิดแต่เพียงว่าวิจารณ์แย้งติติง โดยไม่มีทางเลือก ถ้าสิ่งใดที่เราแย้ง ติ และวิจารณ์ เราก็ควรจะตอบสังคมได้ว่า ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ควรจะทำอย่างใด..." ...ถ้าอีก 4 ปีข้างหน้า เป็นไปอย่างที่แถลงนโยบาย คนส่วนใหญ่พอใจ เพราะแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการวาดภาพของเศรษฐกิจ สังคม การเมืองในอุดมคติ ถ้าเพิ่งเข้ามาอยู่ในประเทศ ได้อ่านก็คงไม่มีข้อวิจารณ์ใดๆ แต่สภาพความเป็นจริงของบ้านเมือง ไม่ได้เขียนนโยบายขึ้นมาบนความว่างเปล่า ต้องอ้างอิงกับความเป็นจริงของสถานการณ์ สังคม และประเทศชาติในปัจจุบันหลายเรื่อง และไม่ต้องการให้รัฐบาลหลุดลอยออกไปจากความเป็นจริง ถ้าไม่เก็บเกี่ยวบทเรียนของความผิดพลาดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ก็จะมีความเสี่ยงว่าจะทำผิดพลาดซ้ำอีก การปฏิบัติจริงของนโยบายหลายเรื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แม้จะพยายามปฏิเสธหลายครั้ง ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ปัจจัยที่เป็นผลประโยชน์การเมือง ผลประโยชน์อย่างอื่นก็เข้ามามีส่วนในการชี้นำ ครอบงำการนำนโยบายไปปฏิบัติ ครั้งนี้ผมได้จัดทำสิ่งที่เป็นข้อเสนอด้วยในหลายต่อหลายปัญหา เพื่อให้สบายและมั่นใจว่า เราไม่ได้คิดแต่เพียงว่าวิจารณ์แย้งติติง โดยไม่มีทางเลือก ถ้าสิ่งใดที่เราแย้ง ติ และวิจารณ์ เราก็ควรจะตอบสังคมได้ว่า ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ควรจะทำอย่างใด สิ่งที่รัฐสภาจะสอบถามหรือให้ความเห็นนั้น รัฐบาลอาจจะบอกได้ว่า จะไปอยู่ในแผนบริหารราชการแผ่นดิน แผนปฏิบัติการ หรือแผนนิติบัญญัติ แต่ไม่ได้กำหนดให้แผนเหล่านั้นมาผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา จึงขอให้แผนต่างๆ เหล่านั้นได้แจ้งสภาโดยเร็วที่สุด และควรทำกรอบงบประมาณ 4 ปี เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ว่า การจะเสนองบฯต้องสอดคล้องกับนโยบายที่แถลงอย่างแท้จริง ในส่วนของแผนนิติบัญญัติ ขอให้วุฒิสภาและฝ่ายค้านเข้าไปมีส่วนร่วม อะไรที่ฝ่ายนิติบัญญัติเห็นชอบ จะได้เร่งรัดประกาศใช้เป็นกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว อะไรที่ยังแตกต่าง ถ้าเป็นไปได้ หาทางคลี่คลายกันให้ได้ ไม่ใช่เข้ามาอยู่ในสภาแล้วเป็นอุปสรรคคลี่คลายไม่ได้ รัฐบาลเองมีความคิดที่จะปรับปรุงแก้ไขยกเลิกกฎหมายเกือบ 400 ฉบับ ซึ่งดูสถิติการทำงานของรัฐสภาที่ผ่านมา คงเป็นเรื่องยากที่จะผ่านทั้ง 400 ฉบับ ถ้าการทำงานยังเป็นแบบเดิม ขอให้นายกฯใส่ใจกับผลการเลือกตั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พรรครัฐบาลไม่ได้รับเลือกตั้งมาแม้แต่ที่นั่งดียว ประชาชนใน 3 จังหวัดบอกอย่างสันติ แต่บอกด้วยเสียงดังชัดเจนตามวิถีทางประชาธิปไตย ว่า เฉพาะใน 3 จังหวัดนั้นท่านเดินมาผิด ถ้ารัฐบาลทำตามนโยบายนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ไม่เชื่อว่าจะมีวันนี้ เชื่อว่าปัญหาจะค่อยๆ ได้รับการคลี่คลายไปโดยลำดับ ปัญหาที่มันลุกลาม เพราะการประเมินสถานการณ์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงและไม่คำนึงถึงความสลับซับซ้อน เรื่องเร่งด่วนอื่นคือ ปัญหาผู้ประสบภัยจากสึนามิ ต้องทำให้กลับคืนสู่ชีวิตดั่งเดิม เรื่องภัยแล้ง การแถลงถึงสถานการณ์ และความช่วยเหลือต้องทำเป็นระบบ เรื่องราคาน้ำมัน ที่ขึ้นราคาอีก 3 บาทนั้น ยังเหลือช่องว่างอีก 3 บาท ขอเสนอให้รัฐบาลประกาศกรอบเวลาชัดเจน และไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน ด้วยการลดเว้นภาษีสรรพสามิต และนำเงินภาษีที่เก็บได้เกินเป้ามาชดเชยหนี้ของกองทุนน้ำมัน เศรษฐกิจไทยในขณะนี้ ตัวเลขมหภาคหลายตัวชะลอตัว ที่ร้ายคือ ขณะนี้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบ ซึ่งรัฐบาลประมาทไม่ได้ และขณะนี้มีหนี้นอกงบฯที่ผูกติดกับภาวะเศรษฐกิจและความล้มเหลวของโครงการรัฐ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องบริหารจัดการ และควรให้ลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ต้องไม่กระทบเอกชน คือต้องไม่แย่งแหล่งเงินของเอกชน และอย่าให้กระจุกตัวในเขต กทม.และปริมณฑล เรื่องการกระจายอำนาจ เสนอว่า ให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดสรรงบฯ และเพื่อให้รัฐบาลรักษาคุณภาพ และประสิทธิภาพของงาน อาจใช้วิธีจัดสรรงบฯอย่างมีเงื่อนไข ส่วนเรื่องเขตการค้าเสรีนั้น ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ และการบริการที่ดี มากกว่าคิดแต่จะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ บางประเภทไม่ควรนำเข้าตลาด เช่น เขื่อนและสายส่ง เพราะไม่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับความมั่นคง และต้องสร้างกระบวนการแข่งขัน การแก้ความยากจน โครงการตามนโยบายนี้เป็นการมองปัญหาว่า หากให้คนจนมีเงินทุนและจะหลุดพ้นความยากจน ต้องระวัง เพราะจะแก้ในโครงสร้างทั้งระบบไม่ได้ ควรปรับเส้นความยากจน ยังมีเรื่องช่องว่างที่มีมากขึ้น สัดส่วนหนี้ต่อรายได้สูงขึ้น ไม่มีความเป็นธรรมในเศรษฐกิจ รัฐบาลควรออกกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ส่วนการไม่เก็บภาษีผู้มีอายุเกิน 65 ปี ขอให้ทำโดยรอบคอบ ไม่ควรยกเว้นให้ผู้ที่มีหุ้นและทรัพย์สินมาก ระบบการกู้ยืมทางการศึกษารูปแบบใหม่ หรือไอซีแอล (Income Contingency Loans) นั้น ไม่ควรยกเลิกการอุดหนุนสถาบันการศึกษา เพราะจะทำให้หน่วยกิตสูงขึ้น และให้ปรับปรุงแนวการจูงใจเรื่องภาษี เพราะจะทำให้คนฐานะดีได้ประโยชน์ ภาพที่วาดไว้ในนโยบายนี้ใน 4 ปีข้างหน้า ทำได้ไม่ได้อยู่ที่หลายเงื่อนไข หนึ่งในนั้นคือเรื่องการเมืองที่สุจริต ที่โปร่งใส มั่นใจว่าออกไปพูดที่ไหนก็ยังไม่มีใครเชื่อ 4 ปีข้างหน้า จึงท้าทาย อย่าเพียงแต่คิดถึงอนาคตของพรรค อำนาจ ความมั่งคั่งของคนเฉพาะกลุ่ม แต่ขอให้คิดถึงอนาคต ที่ประเทศ สังคม ชาติของเรา ต้องอยู่ยาวนาน แม้ท่านนายกฯจะเป็นนายกฯ 20 ปี ประเทศชาติต้องอยู่ไกลกว่านั้น ขอให้นึกถึงสิ่งเหล่านี้ให้มาก และขอให้นึกถึงคำปฏิญาณตนที่ได้ดำเนินการไว้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว **นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย "... ผมมีข้อมูลเรื่องแหล่งน้ำอย่างละเอียด หากนายกฯต้องการผมพร้อมจะให้ข้อมูลทุกเมื่อ..." "...ผมขอพูดเกี่ยวกับ 3 หัวข้อที่รัฐบาลควรให้ความสนใจและเร่งแก้ไขคือ เรื่องน้ำ ครู และแพทย์ สำหรับเรื่องน้ำนั้นเกี่ยวพันทั้งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและน้ำสำหรับการเกษตร นโยบายของรัฐบาลในปี 2544 พูดเรื่องการขุดบ่อน้ำของเกษตรกรไว้ แต่ในนโยบายปีนี้น่าตกใจ เพราะไม่มีการพูดถึงเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำกินน้ำใช้ไว้เลย มีแต่ข่าวว่าจะทุ่มเงินนับ 2 แสนล้านมาแก้ปัญหาภัยแล้ง ทั้งนี้น้ำสำหรับอุปโภคบริโภคนั้นก่อนการปฏิรูปกระทรวงทบวงกรม มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ได้แก่ กรมอนามัย การประปาส่วนภูมิภาค กรมทรัพยากรธรณี และกรมโยธา แต่พอหลังจากปฏิรูปกระทรวงแล้ว มีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะคือ กรมน้ำบาดาล และกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ในช่วงที่เปลี่ยนถ่ายงานกันนั้น เครื่องจักรขุดเจาะบ่อบาดาลมูลค่าเครื่องละ 20-30 ล้านไปกองอยู่ที่กรมน้ำบาดาล โดยไม่จัดสรรงบประมาณให้ไปทำ ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระบุว่าจะมอบหมายงานให้ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบ ทำให้ในระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาประชาชนขาดโอกาสที่จะมีน้ำบาดาลใช้อย่างน่าเสียดาย ส่วนน้ำสำหรับการเกษตรนั้น แม่น้ำสายหลักคือ ปิง วัง ยม น่าน ต่างมีเขื่อนรองรับน้ำทั้งหมด ยกเว้นแม่น้ำยมที่การก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นไม่สำเร็จเสียที แม้ว่าจะอนุมัติโครงการไปตั้งแต่สมัยที่ผมเป็นรัฐบาล ในปี 2539 แต่เกิดการประท้วงและเป็นห่วงเรื่องป่าสักทองที่ อ.แม่สะเอียบ เวลาผ่านมาแล้ว 10 ปีนายกฯควรจะให้คนไปสำรวจว่าป่าสักทองยังมีเหลืออยู่หรือไม่ ผมมีข้อมูลเรื่องแหล่งน้ำอย่างละเอียด หากนายกฯต้องการผมพร้อมจะให้ข้อมูลทุกเมื่อ ในเรื่องปัญหาครูซึ่งเกี่ยวเนื่องกับปัญหาการปฏิรูปการศึกษาว่า ระหว่างการร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ และผมทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทราบว่ามีปัญหาเรื่องขาดแคลนครูสอนในวิชาเอก คือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ขาดอุปกรณ์การศึกษา และโรงเรียน พอมาถึง 4 ปีรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการถึง 5 คน ปัญหาต่างๆ ทางการศึกษายังไม่ดีขึ้น และยังมีความรุนแรงมากกว่าเก่า เพราะครูยังขาดแคลนเพราะการเออร์ลี่รีไทร์ การประกาศเลิกยุบโรงเรียนขนาดเล็กของนายอดิศัย โพธารามิก ที่แม้มีนักเรียนไม่ถึง 100 คนยังเปิดสอนตามเดิม ย่อมทำให้ขาดแคลนครูผู้สอน โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรคนั้น การให้การรักษาที่มีประสิทธิภาพ และครบวงจรนั้นในการดำเนินงานของรัฐบาลที่ผ่านมาผมไม่เห็นด้วย แต่ไม่ทราบว่ารัฐบาลจะตระหนักหรือไม่ว่า ปัญหาอยู่ที่จุดไหน เคยบอก พ.ต.ท.ทักษิณที่แล้วว่าโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคมีปัญหา แม้ว่าผมจะไปสำรวจความคิดเห็นประชาชนในภาคอีสาน จะพบว่าส่วนใหญ่พอใจ แต่คงไม่รู้ว่าโครงการนี้ สร้างความอึดอัดให้กับบุคลากรทางการแพทย์เพียงใด เงินเดือนเงินค่าตอบแทนของแพทย์และพยาบาลที่จะต้องขึ้นทุกปี 6% แต่กลับไม่ได้ขึ้น พวกเขาจะอยู่ได้อย่างไร ระบบการส่งต่อคนไข้มีปัญหา เพราะไม่ค่อยมีโรงพยาบาลอยากจะรับต่อ บางเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณที่ถนัดดูแต่ภาพใหญ่ๆ อาจจะไม่ได้ดูเรื่องเล็กๆ เมื่อท่านบอกว่ามีเงินนอกระบบหลายแสนล้านบาท ก็ควรจะจัดสรรมาดูแลเรื่องน้ำ ครู และแพทย์บ้าง เพื่อทำให้อีก 4 ปีของรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น..." หน้า 2
|