หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
วิทยุเอกชนขนาดเล็กไม่ใช่วิทยุชุมชน

วิเชียร คุตตวัส  ผู้ประสานงานสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ มติชนรายวัน วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9875

ทุกวันนี้มีเสียงบ่นจากประชาชนในเมืองใหญ่ๆ ว่า คลื่นวิทยุชุมชนไปแทรกทำให้การรับฟังสถานีวิทยุกระแสหลักใหญ่ๆ ไม่ชัดเจน หรือไปกวนคลื่นโทรทัศน์บางบ้าน ทำไมจึงเกิดสถานีวิทยุขนาดเล็ก(กำลังส่งต่ำ) ที่เรียกเองตัวเองว่าวิทยุชุมชนมากมายในตอนนี้ วิทยุขนาดเล็กที่อ้างว่าเป็นวิทยุชุมชนนั้น เป็นวิทยุชุมชนจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าแอบอ้างคำว่าวิทยุชุมชนบังหน้าเพื่อทำธุรกิจด้านสื่อสาร

มาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ระบุให้คลื่นทั้งหลายในอากาศเป็น "ทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ" และให้มีองค์กรอิสระเพื่อมาดูแลการใช้คลื่น

มาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญทำลายการผูกขาดความเป็นเจ้าของคลื่นโดยรัฐ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นโทรคมนาคม, คลื่นวิทยุ/โทรทัศน์ และกำหนดให้มีองค์กรอิสระมาดูแลการใช้คลื่น ซึ่งเป็นที่มาของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปี 2543

ใน พ.ร.บ.นี้ มาตราที่ 26 อนุสี่ ระบุไว้ ดังนี้ "การจัดทำแผนแม่บทกิจกรรมกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และการอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าว ต้องคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยจะต้องจัดให้ภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่ไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบ....."

ภาคประชาชนหมายถึงใครกฎหมายระบุต่อไปในอนุห้าดังนี้ ".....ภาคประชาชนนั้นต้องดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะและไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจ"

วิทยุชุมชนไทยที่มาจากการเตรียมชุมชนของภาคประชาชนยึดหลักการนี้คือ ไม่แสวงหากำไรทางธุรกิจ ซึ่งก็เหมือนกับวิทยุชุมชนทั่วโลก ดังนั้น ลักษณะสำคัญของวิทยุชุมชนไทยข้อหนึ่งคือ เป็นระบบอาสาสมัคร ไม่แสวงหากำไรทางธุรกิจ ถ้าท่านหมุนหน้าปัดวิทยุไปเจอสถานีวิทยุที่ไม่คุ้นหูในรายการเต็มไปด้วยการขายสินค้าหรือบริการแล้วบอกตัวเองว่าเป็นวิทยุชุมชน นั่นเป็นสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็ก ไม่ใช่วิทยุชุมชนแน่นอน

ทำไมวิทยุเอกชนขนาดเล็กจึงเกิดขึ้นอย่างมากมายเมื่อปลายปี 2547 เรื่องนี้มีตำนาน

วิทยุเอกชนขนาดเล็กที่ออกอากาศมากมายในขณะนี้ เกิดจากแรงส่ง 3 ประการ

แรงส่งที่หนึ่ง หลังจากมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2545 ใจความว่า "...เพราะภาคประชาชนได้ขอใช้คลื่นความถี่ และมีการเปิดวิทยุชุมชนมากขึ้น หากมีการห้ามก็อาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้....." ทำให้การคุกคามด้านกฎหมายกับวิทยุชุมชนหมดไป สร้างความขุ่นข้องให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางคน จึงมีคำปรารภอมตะว่า "ถ้าจัดการ(จับกุม) พวกมัน(วิทยุชุมชน)ไม่ได้ ก็ยุให้คนอื่น(นักจัดรายการวิทยุอาชีพ)ตั้งสถานีแข่ง ให้มันเละกันไปเลย"

จึงมีการกระซิบจากเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์บางจังหวัดให้ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ต่างจังหวัด, นักจัดรายการวิทยุอาชีพ, นายทุนท้องถิ่น ตั้งสถานีวิทยุขนาดเล็กอ้างว่าเป็นวิทยุชุมชนขึ้นหาเลี้ยงชีพ

ในช่วงนั้น(2545-46) มีสถานีเอกชนขนาดเล็กตั้งขึ้นน้อยมาก ที่ไม่มีคนกล้าตั้งเพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้คำมั่นสัญญา กับคนเหล่านั้นได้ว่า ตั้งสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็กขึ้นมาแล้ว มีหลักประกันอะไรจะไม่ถูกจับ ผิดกับจุดปฏิบัติการเรียนรู้วิทยุชุมชนที่ตั้งโดยชุมชน ที่มีขบวนการทำความเข้าใจ/เตรียมความพร้อมชุมชน จนชุมชนมั่นใจจึงออกอากาศ

แรงส่งประการที่สอง คือในปี 2547 สัมปทานเวลาสถานีวิทยุในต่างจังหวัดโดยเฉพาะสถานีวิทยุทหารเปลี่ยนมือเกือบหมด มีการขึ้นราคาเวลารายการโดยเจ้าของสัมปทานรายใหม่ ทำให้นักจัดรายการวิทยุอาชีพ ที่เคยเช่าเวลาจัดรายการในสถานีวิทยุนั้นๆ ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายได้กลายเป็นคนตกงาน

เมื่อกรมประชาสัมพันธ์รับประกันคนเหล่านั้นว่าสามารถตั้งสถานีวิทยุขนาดเล็กใต้ร่มกรมประชาสัมพันธ์ได้ โดยเข้าโครงการ "เตรียมความพร้อมวิทยุชุมชน" เท่านั้นแหละมีการตั้งสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็กขึ้นมากมายหลายร้อยสถานี

แรงส่งประการที่สาม คือการให้โฆษณาได้ชั่วโมงละ 6 นาที วิทยุชุมชนจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติครบถ้วน 3 อย่างคือ เป็นของชุมชน โดยชุมชนและเพื่อชุมชน

ดังนั้น ชุมชนต้องรู้ว่าต้องแบกรับค่าใช้จ่ายของวิทยุชุมชนของตนได้จึงออกอากาศ ผิดกับสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็ก ที่ต้องดิ้นรนหาเงินเลี้ยงชีพ เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงกรมประชาสัมพันธ์จัดให้ โฆษณาได้ชั่วโมงละ 6 นาที ดีดลูกคิดรางแก้วตั้งสถานีไม่กี่เดือนก็คืนทุนแล้ว

ที่น่าสลดใจคือ เจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนตั้งตัวเป็นคนรวบรวมหุ้นส่วนตั้งสถานีวิทยุภายใต้ "โครงการเตรียมความพร้อมวิทยุชุมชน" บางคนยุให้เอกชนรีบมาขึ้นทะเบียนร่วมโครงการทั้งๆ ที่ไม่มีสถานีหรือยังไม่ได้เตรียมการใดๆ เลย อ้างว่าเพื่อยึดคลื่น

ท่านรองนายกฯวิษณุ เครืองาม ที่ดูแลเรื่องนี้ น่าเรียกบัญชีผู้ขอเข้าร่วมโครงการมาดู

แรงส่งทั้งสามประการทำให้เกิดสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็กมากมายเกือบพันสถานี ที่เรียกตัวเองว่าวิทยุชุมชน

เมื่อไปรบกวนการฟังวิทยุการดูโทรทัศน์ชาวบ้าน วิทยุชุมชนจริงก็ถูกเหมารวมไปด้วยว่ารบกวนชาวบ้าน ทั้งๆ ที่เวลา 3 ปีที่ผ่านมา วิทยุชุมชนจริงไม่เคยก่อปัญหานี้ บางแห่งมีปัญหารบกวนตอนเริ่มออกอากาศ แต่ชุมชนก็ประชุมร่วมกันแก้ปัญหาไปได้

ในที่นี้จึงอยากเรียกร้องต่อสังคมดังนี้

หนึ่ง-วิทยุชุมชนเคารพในสิทธิของเอกชนในการตั้งสถานีวิทยุเอกชนขนาดเล็ก แต่กรุณาอย่าใช้ชื่อว่าวิทยุชุมชน จะใช้ชื่อวิทยุท้องถิ่นหรือชื่ออื่นก็ได้

สอง-วิทยุเอกชนขนาดเล็กน่าจะรวมตัวกันเป็นผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อการต่อรองกับ กสช. เพราะพวกท่านต้องไปใช้คลื่น 80% ที่เป็นของภาครัฐและเอกชน ไม่มีสิทธิใช้คลื่น 20% ที่เป็นของภาคประชาชนได้ ถ้าไม่รวมตัวกัน พวกท่านก็จะถูกทุนใหญ่ฮุบคลื่นไปทั้งหมด

สาม-รัฐต้องไม่แก้ปัญหานี้แบบเหมารวม ต้องแยกออกเป็นสองพวก คือวิทยุเอกชนขนาดเล็กและวิทยุชุมชน เพราะทั้งสองต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งความเป็นมา ปรัชญา การก่อเกิดและการดำเนินงาน การแก้ปัญหาแบบเหมารวม ก็เข้าทางที่กล่าวไว้ตอนต้น "ทำให้เละแล้วค่อยรวบ"

สี่-สองหลับตานึกภาพดูว่าถ้าให้กรมประชาสัมพันธ์โฆษณาชั่วโมงละ 6 นาที รายการวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ จะเละขนาดไหน วิทยุชุมชนเขาก็กลัวอย่างนั้นแหละ

หน้า 6