หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
สมานฉันท์อย่างไรจึงจะดับไฟใต้

ธรรมรัฐ : ดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ wamorn@chula.ac.th  กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  24  มีนาคม  2548

น่าจะพอกันทีกับระบบการตั้งกรรมการในวาระแห่งชาติชุดต่างๆ ด้วยการเอาผู้บริหารระดับสูงในแวดวงราชการ โดยยึดถือเอาตำแหน่งแห่งหนที่ติดตัวผู้นั้น หรือคัดสรรเพียงบรรดานักการเมือง ที่ยังหางานให้ทำไม่ได้ มารับภาระอันสำคัญของชาติ

แนวความคิดเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์จากคณะบุคคลกลุ่มต่างๆ เป็นความริเริ่มที่ควรให้การสนับสนุน แต่การจะผลักดันให้คณะกรรมการขับเคลื่อนไปในทิศทางที่จะสามารถบรรลุเป้าประสงค์สำคัญ คือ การยุติปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนสามจังหวัดภาคใต้ เป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

แม้ว่าคณะกรรมการจะมีอดีตนายกรัฐมนตรี นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ซึ่งคนจำนวนมากยอมรับได้ และมีความคาดหวังกับการทำงานของคุณอานันท์ ค่อนข้างมาก แต่ในองค์ประกอบของคณะกรรมการก็ยังคงปรากฏเงาของกลุ่มผลประโยชน์ที่ไม่แน่ใจนักในเรื่องของความเป็นกลาง และความจริงใจ โดยเฉพาะในภาคการเมือง ชื่อของบุคคลหลายๆ คน ที่ปรากฏทางสื่อเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ดูเหมือนจะตั้งคำถามชวนสงสัยได้ว่า มีเหตุผลอย่างไรจึงเชื้อเชิญหรือแต่งตั้งบุคคลบางท่านเข้ามา ทั้งนี้ไม่ได้มีข้อรังเกียจหรือมองว่าฝ่ายการเมืองจะเข้ามาแก้ไขปัญหาไม่ได้ แต่เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบของกรรมการจะเห็นว่า องค์ประกอบของคนในพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับปัญหายังมีสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมนัก

น่าจะพอกันทีกับระบบการตั้งกรรมการในวาระแห่งชาติชุดต่างๆ ด้วยการเอาผู้บริหารระดับสูงในแวดวงราชการโดยยึดถือเอาตำแหน่งแห่งหนที่ติดตัวผู้นั้น หรือคัดสรรเพียงบรรดานักการเมืองที่ยังหางานให้ทำไม่ได้มารับภาระอันสำคัญของชาติ เสมือนเป็นที่ฝึกงานหรือสร้างชื่อโดยไม่คำนึงถึงความต้องการหรือปัญหารากเหง้าของท้องถิ่น

สำหรับความขัดแย้ง และความรุนแรงในภาคใต้ มีนักวิชาการและนักคิดจำนวนไม่น้อยยอมรับกันว่า เนื้อร้ายของปัญหาที่สุมให้ไฟใต้ไม่เคยมอดไป ก็คือ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต่อประชาชนในพื้นที่ด้วยความลักลั่น เสมือนหนึ่งแบ่งแยกแล้วปกครอง สร้างความร้าวฉานแบ่งแยกเขาแบ่งแยกเรา อันเป็นบ่อเกิดของอคติความไม่เข้าใจกันและเป็นชนวนให้ความรุนแรงขยายลุกลามออกไปอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของรัฐบาลเองมีความมุ่งมั่นในการใช้ความพยายามบรรเทาเยียวยาปัญหาในภาคใต้ จะว่ามาถูกทางแล้วหรือไม่ คำตอบคงพิจารณาได้จากความรุนแรงรายวัน ซึ่งคงฟ้องได้ถึงผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา รัฐบาลจะอ้างว่าเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศคงไม่ได้ เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันก็คือ สำเนาเดียวกับรัฐบาลทักษิณหนึ่ง ที่เคยถูกทดสอบการแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ มาตลอดระยะเวลาสี่ปีเต็มมาแล้ว ประชาชนคงไม่สามารถให้มีฮันนีมูนพีเรียด (honeymoon period) ระยะเวลาแห่งการเรียนรู้ศึกษาปัญหาได้อีกต่อไป

การกำหนดให้มีคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติขึ้นมา เชื่อแน่ว่าย่อมไม่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ดูเก๋ไก๋หรือได้ชื่อว่ามีคณะบุคคลรองรับแผนงานหรือนโยบายแห่งรัฐ แต่จะต้องมีการกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงานของคณะกรรมการ ที่ชัดเจน โดยนำตัวแผนงานมาเป็นปัจจัยการประเมิน หรือที่มักนิยมพูดกันติดปากว่า ต้องมีแอ็คชั่นแพลน (action plans) อะไรบ้าง

แม้ว่าการสร้างความสามัคคีปรองดองให้สัมฤทธิผลจะเป็นเรื่องยากในการวัดประเมินผล และยากต่อกำหนดเวลาแน่นอนตายตัวในการแก้ปัญหาก็ตาม แต่กรอบเวลา และแผนงานที่กล่าวถึง จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การวัดประสิทธิภาพของคณะกรรมการสมานฉันท์เป็นไปอย่างสมเหตุสมผล

ในอีกด้านหนึ่งที่มีเสียงสะท้อนจากภาครัฐเสนอให้พ่วงเอาคำว่า "ยุติธรรม" ลงไปเป็นส่วนหนึ่งของชื่อคณะกรรมการด้วย เท่ากับการสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลเริ่มมีความเข้าใจหรืออย่างน้อย "พยายาม" ที่จะทำความเข้าใจ และซึมซับรับรู้ปัญหาที่แท้จริง ได้มากขึ้นกว่าในช่วงต้นของการแก้ปัญหาในภาคใต้ ที่เป็นการสุ่มแหแก้ปัญหา แบบหลงทิศทางมาเกือบตลอดเวลา

แต่เมื่อรัฐเริ่มตระหนักว่า ความไม่เป็นธรรม การเอารัดเอาเปรียบและการใช้อำนาจอิทธิพล คือ พื้นฐานของความสลับซับซ้อนในปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ จึงต้องฝากไปยังภาครัฐเพื่อขยายผลต่อไปให้ได้ว่า ในความไม่เป็นธรรม และความเดือดร้อนที่แท้จริงของท้องถิ่น และชุมชนมีอะไรบ้าง

ประการสำคัญ เมื่อมีคณะกรรมการสมานฉันท์ขึ้นมาแล้ว รัฐพึงใช้ประโยชน์จากคณะกรรมการ ให้เกิดมรรคผลที่แท้จริง มากกว่าเพียงปฏิบัติให้เป็นไปตามคำมั่นสัญญาทางการเมือง ที่ผู้นำรัฐบาลเน้นหนักมากในช่วงเวลาภายหลังการเข้ารับตำแหน่งในสมัยที่สอง เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเองได้ยืนยันว่า จะทำโครงการทุกโครงการที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ ซึ่งย่อมรวมถึงคณะกรรมการสมานฉันท์ที่จัดตั้งขึ้นภายหลังความเคลื่อนไหวของนักวิชาการบางกลุ่ม ที่มีทั้งผู้ให้การสนับสนุนและคัดค้าน

เมื่อเป็นดังนี้แล้ว รัฐบาลไม่ควรรีรอในการผลักดันการดำเนินการของคณะกรรมการชุดนี้ให้เป็นมากกว่า คณะกรรมการ "ตรายาง" เช่นเดียวกับคณะกรรมการแห่งชาติในอดีตหลายต่อหลายชุด ที่ทำให้ภาคประชาชนหมดความเชื่อถือศรัทธา

นอกจากนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของคุณอานันท์ ในฐานะบุคคลสำคัญทางการเมืองไทยว่าจะสามารถพลิกฟื้นความรุนแรงของภาคใต้ให้มีความสงบสุข และสันติภาพที่ถาวรเกิดขึ้นอีกครั้งได้มากน้อยเพียงใด