หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ภารกิจ "ท้องถิ่น" แก้วิกฤติภัยแล้ง ยึดพระราชดำริพัฒนาแบบยั่งยืน

รายงาน : กัลยา ยะตำ-สำราญ สมพงษ์  กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2548

ภัยแล้งปีนี้ร้ายแรงหนักกว่าทุกปี ชาวบ้านทั่วทุกภาคไม่มีน้ำกินน้ำใช้ ทุกหน่วยต่างหาทางช่วยเหลือ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่อยู่ใกล้ชิดชาวบ้านมากที่สุด

ท้องถิ่นถึงจะมีเงินน้อยแถมงบประมาณปี 2549 ที่จะได้รับการจัดสรรจากรัฐร้อยละ 35 ก็อาจถูกปรับลดลงอีก รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาภัยแล้งโดยตรง เช่น ระบบประชาหมู่บ้าน ก็จะถูกหน่วยงานกลางดึงกลับไปทำเองอีก โดยอ้างว่า "ท้องถิ่นไม่มีน้ำยา"

ยังได้รับคำสั่งจากมหาดไทย ให้นำงบสำรองจ่ายฉุกเฉินนำออกมาช่วยชาวบ้าน หากยังไม่พออีก ก็ให้นำงบเหลือจ่ายจากโครงการอื่นๆ โอนมาใช้ก่อน ส่วนงบของท้องถิ่นที่ยังไม่มีการเบิกจ่าย ก็มีคำสั่งให้นำไปร่วมกับหน่วยงานอื่นเพื่อแก้ภัยแล้ง อย่างเช่น นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.มหาดไทย ได้เรียกประชุมผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ สั่งให้นำงบฉุกเฉินของท้องถิ่น 131 ล้านบาท และงบผู้ว่าฯซีอีโอ 73 ล้านบาท นำมาจัดหาน้ำแจกจ่ายชาวบ้าน

ดูจากตัวเลขของงบท้องถิ่นที่เตรียมไว้ช่วยภัยแล้งไม่น้อยเลยทีเดียว ดูจากตัวเลขที่ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา ระบุว่า ได้เตรียมงบตามแผนพัฒนา อปท.และงบกลางไว้ 1,112,472,479 บาท และยังมีโครงการประปาเอื้ออาทร 14,586 หมู่บ้าน ด้วยงบทั้งสิ้น 33,922,780,000 บาท

ขณะที่ท้องถิ่นเองทั้งตั้งงบและลุยช่วยอย่างเต็มที่ นายนวพล บุญญามณี นายก อบจ.สงขลา ได้ตั้งงบสำรองจ่าย 10 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ 16 อำเภอ นายวิฑูร หลังจิ นายก อบจ.สตูล ก็ได้จัดรถบรรทุกน้ำ 4 คันนำน้ำแจกชาวบ้าน

นายสุเทพ มะลิเผือก รองนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี แจงว่า ได้ร่วมกับจังหวัดและ อปท.ภายในจังหวัด ตั้งแผนระยะยาวจัดสรรงบประมาณปี 2549 ขุดเจาะบ่อน้ำตื้น และลอกฝายขนาดเล็กเก็บกักน้ำฤดูฝน 20 ฝาย

พื้นที่จังหวัดกระบี่ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิก็หนีไม่พ้นภัยแล้ง อบต.อ่าวนาง อ.เมือง ได้นำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายชาวบ้านเกือบ 50 ครัวเรือนทุกวัน

พื้นที่ภาคอีสานปีนี้แล้งอย่างหนักหลายจังหวัด นายอดิศร ตั้งรุ่งเรืองอยู่ ประธานสภา อบจ.กาฬสินธุ์ บอกได้อนุมัติงบกว่า 8 แสนบาท เป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงบรรทุกน้ำ พร้อมตั้งงบ 5 ล้านบาท ขุดบ่อน้ำเพื่อการเกษตร

แม้นแต่ภาคกลางที่ห่างแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง จ.ปทุมธานี ก็ขาดน้ำ นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายก อบจ.ปทุมธานี สั่งให้นำรถขนน้ำออกแจกจ่ายชาวบ้าน อ.หนองเสือ ที่แล้งหนัก นำรถแบ็คโฮจำนวน 4 คัน ช่วยขุดลอกคลองที่ตื้นเขินและทำการเปิดร่องน้ำให้น้ำไหลผ่านจากแม่น้ำเจ้าพระยาช่วยเหลือเกษตรกร

อบจ.เลย นำโดย นายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ นายก อบจ.เลย ได้ตั้งงบกลาง 2 ล้านบาท เพื่อการนี้ร่วมกับ อบต.เทศบาลร่วมกัน คอยช่วย ระยะยาวจัดหาเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ช่วยเหลือเกษตรกร

ส่วน อบต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก นำโดย นายฉลาด ยังเจริญ นายก อบต.นอกจากตั้งงบปี 2547 3 แสนบาท จัดสร้างเขื่อนดินกั้นแม่น้ำยม บริเวณหมู่ที่ 1 บ้านบางบ้า เพื่อทำนาปรัง ยังผ่านงบปี 2548 เป็นกองทุนให้กู้ยืมเพื่อซื้อน้ำมันให้ชาวนายืมอีกน้ำด้วย

นายอำนาจ ศิริชัย นายก อบจ. นครสวรรค์ ได้ประสานกับนายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายก อบจ.พิจิตร ปล่อยน้ำจากประตูคลองท่าขมิ้น เข้าสู่คลองหนองขอน ต.ท่าไม้ อ.ซุมแสง ช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะเป็นคลองสาขาแม่น้ำยมและเป็นพื้นที่ติดต่อกัน

อย่างไรก็ตามการที่ท้องถิ่นดำเนินการแก้ภัยแล้งยังเป็นลักษณะเฉพาะหน้า จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจนและถูกต้อง ซึ่ง รศ.สุเมธ แก่นมณี คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น บอกว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง สาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการไม่ดี จึงเกิดภัยแล้งน้ำท่วมซ้ำซาก

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นห่วงและตรัสสั่งให้นำโครงการฝนหลวงทำฝนเทียมช่วยชาวบ้าน และแนวทางตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงต่างหากที่จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งได้อย่างยั่งยืน"

ดูตัวอย่างที่ บ้านโพนงาม ต.ดอกล้ำ อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด ได้น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงรับสั่งให้กรมชลประทานช่วยเหลือชาวบ้านให้มีน้ำใช้ โดยส่งเสริมให้ขุดสระเก็บน้ำประจำไร่ หันมาทำการเกษตรผสมผสานควบคู่กับการทำนา ทุกวันนี้ชาวบ้านโพนงาม มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะไม่ต้องขาดน้ำ ไม่ต้องอพยพไปขายแรงงานเหมือนพื้นที่อื่น

การเข้าไปช่วยเหลือแก้วิกฤติภัยแล้งแต่ละพื้นที่ นับเป็นภารกิจที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเข้าไปแก้ แต่การแก้ปัญหาอย่างถูกต้องและยั่งยืนต่างหาก ถึงจะเป็นการช่วยเหลือที่แท้จริง