หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ตำนานแก่งเสือเต้น

จอดป้ายบางนา : พิรอบ แต้มประสิทธิ์  กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18 มีนาคม 2548

น่าอนาถแท้ ทุกๆ ครั้งที่มีน้ำท่วม หรือภัยแล้ง อธิบดีกรมชลฯ มักจะอ้างสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นเป็นทางออกเสมอมา กลายเป็นตำนานฮิตติดตาเป็นข่าวร่ำไป ดูราวกับว่า การสร้างเขื่อนคือ สูตรสำเร็จ สำหรับการบูรณาการเอาน้ำท่วม และภัยแล้งเข้ามาไว้ด้วยกัน แล้วจะแก้ปัญหาได้

ทั้งๆ ที่ทางออกและทางเลือก หลายครั้ง ที่ไม่ต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น หากพิจารณาให้รอบคอบด้วยหลักการและเหตุผลด้วยแล้วไม่จำเป็นเลย ที่ต้องสร้างเขื่อนแห่งนี้

อะไรอยู่เหนือเหตุผล ที่ยังไม่กล่าวถึงของฝ่ายการเมือง ที่ซ่อนเร้นซับซ้อน โดยไม่ได้ปริปากออกมา ที่เหนือไปกว่าการแก้ปัญหา "น้ำท่วมและภัยแล้ง"

นอกจากงบประมาณที่มีจำนวนเม็ดเงินกว่า 12,000 ล้านบาท รวมทั้งมูลค่ามหาศาลหลายแสนล้านของป่าสักทองกว่า 20,000 ไร่ ที่เป็นผลประโยชน์พุ่งเป้าหมายของนักการเมืองระดับชาติ และท้องถิ่น รวมถึงผู้รับเหมาก่อสร้าง

เป็นเวลากว่า 10 ปีมาแล้ว ที่โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ยังเป็นฝันร้าย ไม่เคยจางหายไป จากการรับรู้ของผู้คน ชาวบ้าน ชุมชน ละแวกสองข้างลุ่มน้ำยม ที่รับรู้กันว่าเมื่อโครงการนี้เกิดขึ้น อะไรอีกเล่า จะเป็นปัญหาติดตามมากับพวกเขา ที่นักการเมือง และข้าราชการ พยายามหยิบยื่นให้ โดยเขาไม่เคยมีส่วนร่วมรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นเลย

จนมาถึงวันนี้ แม้รัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายชุดหลายยุคหลายสมัย แต่นักการเมืองก็ยังคิดอยู่เหมือนเดิม โดยไม่เปลี่ยนวิธีคิดการก่อสร้างโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น

เขื่อนแก่งเสือเต้น จึงถูกหยิบยกขึ้นมาปัดฝุ่นครั้งแล้วครั้งเล่า

ผลการศึกษาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ของ ดร.สุธาวัลย์ เสถียรไทย ได้ข้อสรุปทางเศรษฐศาสตร์ว่า การสร้างแก่งเสือเต้นไม่คุ้มทุน " การเก็บของป่า เห็ด หน่อไม้ พืชผักต่างๆ ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชาวบ้าน ยังมีมูลค่าสูงกว่าผลประโยชน์ที่ประเมินว่าจะได้จากแก่งเสือเต้นเสียอีก มูลค่าป่าสักทองธรรมชาติที่จะต้องสูญเสียไป ยังไม่มีการศึกษาและคำนวณอย่างเป็นระบบ ผลประโยชน์มหาศาลจากป่าสักทองแห่งนี้ นักการเมืองพยายามผลักดันโครงการ หวังจะได้ครอบครองได้เอาปัญหาน้ำท่วมมาบังหน้า สร้างกระแสปลุกผีแก่งเสือเต้นอยู่ชั่วนาตาปี "

การศึกษาขององค์การอนามัยโลก(FAO) ระบุด้วยว่า การป้องกันน้ำท่วม กรณีแก่งเสือเต้น สามารถเยียวยาป้องกันน้ำท่วมได้เพียง 8%

การศึกษาของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) สรุปว่า การสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นจะกระทบต่อนิเวศของอุทยานแห่งชาติแม่ยมเป็นอย่างมาก

การศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า พื้นที่จะสร้างแก่งเสือเต้นอุทยานแห่งชาติมีความอุดมสมบูรณ์ แหล่งป่าสักทองผืนเดียวที่เหลืออยู่ ดังนั้นควรเก็บรักษาไว้เพื่ออนาคตของประชาชนไทยและมวลมนุษยชาติ

หยุดเถิด!หยุดหากินกับโครงการแก่งเสือเต้น