หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2005 p1

บทความปี 2004 p2 บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
"วัฒนา" แย้มแนวโน้มดีเซล ทั้งปีขึ้น 3บาท ที่เหลือรัฐบาลชดเชยต่อ

มติชนรายวัน  วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9869

บอกรับได้ทำศก.ลดลง0.75% เล็งให้รถ10ล้อบรรทุกเกิน26ตัน ทีมรมต.แก้น้ำมันแพงยังไม่เคาะ

ประชุมปรับขึ้นราคาดีเซลยังไม่มีข้อสรุปจะเคาะแนวทางไหน "สมคิด"ขอหารือกับ รมว.พลังงานอีกครั้งก่อนเสนอนายกฯและนำเข้า ครม.อังคารหน้า "วิเศษ"ยันปรับแน่แต่ไม่ลอยตัว ยอมรับกองทุนแบกต่อได้อีกไม่นาน "วัฒนา เมืองสุข" แย้มแนวโน้มปรับขึ้น 3 บาทต่อลิตร ส่วนอีก 3 บาท รัฐยังชดเชย อ้างถ้าลอยตัวทันที คนจะช็อคและกระทบจีดีพีสูงมาก หอการค้าและเอกชนส่วนใหญ่หนุนให้ลอยตัว ชี้ช่วงกลางปีเหมาะที่สุด

@ ขึ้นดีเซลยังไม่สรุป-"สมคิด"รอนายกฯ

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นสูง

นายสมคิดเปิดเผยภายหลังการหารือว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงผลกระทบจากระดับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในหลายๆ ด้าน อาทิ ด้านระดับราคาสินค้า การขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการประหยัดพลังงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งได้หลักการที่ค่อนข้างชัดเจนและได้ข้อสรุปเบื้องต้นตรงกันแล้ว แต่ให้ไปศึกษารายละเอียดเชิงลึกอีกครั้ง โดยเฉพาะ สศช.และกระทรวงพลังงาน โดยวันที่ 18 มีนาคม ตนจะหารือกับนายวิเศษ จูภิบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุป ก่อนรายงานนายกรัฐมนตรีให้ทราบ ในวันที่ 21 มีนาคม จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 22 มีนาคม

@ ย้ำกองทุนน้ำมันรับภาระมากแล้ว

นายสมคิดกล่าวว่า ยังไม่ขอเปิดรายละเอียดใดๆ เพราะต้องรายงานนายกรัฐมนตรีก่อน แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ ราคาสินค้าที่จะปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซล ทั้งที่ต้นทุนที่แท้จริงของภาคการผลิตไม่กระทบมากเท่าใดนัก เพราะภาคการผลิตส่วนใหญ่ใช้น้ำมันเตา แต่ภาคที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือภาคการขนส่ง ดังนั้น ทางรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์จะต้องเรียกประชุมทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการอีกครั้ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า สำหรับผลที่ได้รับจากการตรึงราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมานั้น รัฐบาลประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจุบัน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวมาอยู่ที่ 40 เหรียญต่อบาร์เรลแล้ว ดังนั้น แนวนโยบายจำเป็นต้องเปลี่ยนไป เพื่อให้เหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด ซึ่งแนวทางคือการปรับขึ้นราคาน้ำมันแบบมีการบริหารจัดการ(Managed Float)

"แนวทางการประหยัดพลังงานนั้น มาตรการจูงใจด้านภาษีเป็นแนวทางหนึ่งที่เตรียมไว้ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการรณรงค์ให้มีการประหยัดพลังงานและการส่งเสริมให้ใช้พลังงานทดแทนอย่างจริงจัง เนื่องจากขณะนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้แบกรับภาระการชดเชยราคาน้ำมันมากแล้ว" นายสมคิดกล่าว

@ เล็งลดมาตรฐานน้ำมันแก้แพง

แหล่งข่าวจากที่ประชุมหาแนวทางการแก้ปัญหาน้ำมันแพง เปิดเผยว่า นายสมคิดสั่งการให้สรุปคัดเลือกแนวทางที่สำคัญๆ ซึ่งเบื้องต้นที่ประชุมได้เลือกไว้ 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1.การยกเลิกการอิงราคาน้ำมันในประเทศกับราคาในตลาดสิงคโปร์ 2.ลดมาตรฐานคุณภาพน้ำมันลงเพื่อให้มีราคาถูก 3.ขอความร่วมมือกับโรงกลั่นน้ำมันให้ลดค่าการกลั่นลง จากเดิมอยู่ที่ระดับ 1.12 บาทต่อลิตร และ 4.ให้กระทรวงการคลังลดการจัดเก็บหรือยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ที่จัดเก็บจากน้ำมันดีเซลอยู่ 2.30 บาทต่อลิตร และจัดเก็บจากน้ำมันเบนซิน 3.68 บาทต่อลิตรแล้ว ให้จัดเก็บเฉพาะภาษีโรงเรือน ภาษีเทศบาล และภาษีมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ แนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือแนวทางที่ 2 เพราะแนวทางที่เหลือมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น แนวทางที่ 1 จะทำให้เกิดปัญหาต่อธุรกิจน้ำมันในประเทศ เมื่อราคาในตลาดสิงค์โปร์สูงกว่าในประเทศ จะมีการส่งออกน้ำมันไปสิงคโปร์ได้ แนวทางที่ 3 เป็นการแทรกแซงกลไกตลาด และแนวทางที่ 4 ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ ซึ่งแต่ละปีจัดเก็บได้ประมาณ 80,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ นายสมคิดยังสั่งการให้ สศช.ไปพิจารณาว่า หากมีการขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่ระดับ 1, 2, 3, 4 และ 5 บาทต่อลิตร จะมีผลกระทบต่อจีดีพีและเงินเฟ้อมากน้อยเพียงใด

@ ก.พลังงานเสนอ4แนวทาง

นายวิเศษ จูภิบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานเสนอแนวทางการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลให้ที่ประชุมพิจารณา 4-5 แนวทาง ขั้นต่ำสุด 60 สตางค์ 1 บาท 1.50 บาท 2 บาท 2.50 บาท ไปจนถึงระดับสูงสุด 5 บาทกว่า แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเลือกแนวทางใด ขอพิจารณาตัวเลขทั้งทางด้านผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และแนวโน้มราคาน้ำมันในระยะใกล้ก่อน ซึ่งตอนนี้ราคาน้ำมันยังไม่นิ่ง โดยนายสมคิดได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวงและหน่วยงานไปดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้น พร้อมกับเสนอมาตรการรองรับ ซึ่งจะมีการประชุมกันอีกครั้งในเร็ววันนี้

@ ยันขึ้นดีเซลแน่เพราะแบกอีกไม่ไหว

"ราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นแน่ เพราะกองทุนน้ำมันแบกรับได้อีกไม่มาก แต่จะเป็นแนวทางไหนนั้น ขอพิจารณากันอีกครั้ง แต่คงไม่ปล่อยลอยตัวทันที เพราะจะมีผลกระทบมาก ส่วนมาตรการรองรับการปรับขึ้นราคาน้ำมันนั้น กระทรวงพลังงานก็จะเสนอให้ปั๊มน้ำมันสวัสดิการเปิดขายก๊าซโซฮอล์ทุกแห่ง และให้รถของหน่วยงานราชการเติมก๊าซโซฮอล์แทนน้ำมันเบนซิน 95 พร้อมกับจะเสนอให้ ครม.ใช้เครื่องมือทุกชนิด และทุกวิถีทางเพื่อจูงใจให้ประชาชนประหยัดพลังงาน และหันมาใช้พลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น ทั้งก๊าซโซฮอล์ ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์(เอ็นจีวี) ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันได้ด้วย" นายวิเศษกล่าว

@ กล่อมปตท.-ไทยออยล์ลดค่ากลั่น

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการให้โรงกลั่นน้ำมันลดค่าการกลั่นลง เพื่อลดภาระการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลหรือไม่ นายวิเศษกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่เข้าไปสั่งการ หรือแทรกแซงเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของเอกชน แต่ในทางกลไกของตลาด เป็นเรื่องที่บริษัทน้ำมันและโรงกลั่นฯสามารถทำได้อยู่แล้ว ขึ้นกับผู้ประกอบการจะพิจารณาปรับลดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้เพียงใด

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ในที่ประชุมวันนี้ได้มีการเรียกบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) มาหารือเรื่องการปรับลดค่าการกลั่นน้ำมันลง เพื่อช่วยลดภาระของประชาชนในการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล เนื่องจากขณะนี้ค่าการกลั่นน้ำมันอยู่ในระดับสูง ประมาณ 8-10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หากปรับลดค่าการกลั่นน้ำมันลง 1 เหรียญฯจะสามารถแบ่งเบาภาระการปรับขึ้นราคาน้ำมันได้ 25 สตางค์ต่อลิตร แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะใช้แนวทางนี้หรือไม่

นายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน กล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้สั่งให้ลดค่าการกลั่น แต่ให้ผู้ค้าน้ำมันเตรียมรับภาระการทยอยปรับขึ้นดีเซล โดยในส่วนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งตลาดนิวยอร์ก และเบรนต์วันนี้ก็เพิ่มขึ้น แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อส่งออก(โอเปค) จะประกาศเพิ่มกำลังการผลิตอีก 5 แสนบาร์เรลต่อวันก็ตาม แต่ ปตท.จะยังไม่ปรับราคาน้ำมันเบนซินในสัปดาห์นี้

@ "วัฒนา"ดันเพิ่มนน.บรรทุกเกิน26ตัน

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การขึ้นราคาน้ำมันดีเซลไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตมากนัก เนื่องจากการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ใช้น้ำมันเตา แต่จะกระทบภาคการขนส่ง เพราะจะทำให้ต้นทุนปรับเพิ่มสูงขึ้น จึงเสนอในที่ประชุมให้ขยายเพดานน้ำหนักการบรรทุก จากที่กำหนดเพดานไว้ 26 ตัน เพื่อเพิ่มความสามารถในการขนส่ง แต่ยังไม่ได้พูดถึงตัวเลขที่ชัดเจน ดังนั้น คงต้องศึกษาว่าการขยายเพดานน้ำหนัก จะต้องทำให้ต้นทุนการซ่อมแซมถนนสูงขึ้นมากน้อยแค่ไหนและเมื่อเทียบกับเงินที่จะเสียไปจากการนำเข้ารถบรรทุกจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยต้องสูญเสียเม็ดเงินจากการนำเข้าประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ทั้งที่การบรรทุกน้ำหนักสามารถทำได้เต็มกำลัง 40 ตัน แต่กลับมีข้อกำหนดไว้เพียง 26 ตัน ทำให้ต้องบรรทุกหลายเที่ยวและหลายคันรถ" นายวัฒนากล่าว

@ แย้มปรับขึ้นไม่เกิน3บ./ลิตร

นายวัฒนากล่าวว่า สำหรับการหารือเรื่องผลกระทบจากการขึ้นราคาดีเซลนั้น ที่ประชุมมีมุมมองแยกเป็น 2 แนวทาง คือ 1.หากขึ้นครั้งเดียวเต็มจำนวน 6 บาททันที จะกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจสูงมาก และจะทำให้ประชาชนช็อคได้ 2.การทยอยปรับขึ้น ซึ่งมีการพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นไม่เกิน 3 บาทต่อลิตรตลอดทั้งปี ส่วนอีก 3 บาท รัฐจะยังชดเชยเหมือนเดิม แนวทางนี้คาดว่าจะกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจ 0.75% ซึ่งเป็นผลกระทบในระดับที่ยอมรับได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใช้เงินในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลสูงถึง 6.04 บาทต่อลิตร หรือประมาณ 302.54 ล้านบาทต่อวัน หรือรวมแล้วใช้เงินในการตรึงราคาน้ำมันตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2547 จนถึงวันที่ 17 มีนาคม 2548 เป็นเงิน 74,764.63 ล้านบาท แยกเป็นน้ำมันเบนซิน 95 จำนวน 2,672.63 ล้านบาท น้ำมันเบนซิน 91 จำนวน 4,302.45 ล้านบาท และน้ำมันดีเซลจำนวน 67,789.55 ล้านบาท

@ หอการค้าชี้กลางปีเหมาะ"ลอยตัว"

นายอาชว์ เตาลานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนได้เตรียมพร้อมสำหรับการขยับขึ้นราคาดีเซล เพราะได้ทราบนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ปีที่แล้ว จึงได้วางแผนรณรงค์ประหยัดพลังงาน โดยขณะนี้ลดการใช้พลังงานได้ 10% หากขยับขึ้นราคาดีเซลควรเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และเวลาที่เหมาะสำหรับการลอยตัวมากที่สุดคือช่วงกลางปีนี้ ถึงแม้ราคาน้ำมันดีเซลจะขยับขึ้น แต่ก็ไม่กระทบต่อภาวะการแข่งขันในด้านการส่งออก เพราะทั่วโลกล้วนได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าจะกระทบต่อราคาสินค้าและค่าขนส่ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประมงและอาหารที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอันดับแรก

@ สมาคมขนส่งหนุนลอยตัวไปเลย

นายบุ่นเอี้ยน ศรีแสนสุชาติ ว่าที่นายกสมาคมขนส่งสินค้า กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยหากรัฐบาลจะมีการปรับเพิ่มน้ำหนักรถบรรทุก แทนการปรับขึ้นค่าขนส่ง เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และไม่ต้องการให้รัฐบาลสูญเสียงบประมาณในการซ่อมแซมถนนจำนวนมาก รัฐบาลควรลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลไปเลย หากมีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 5-6 บาทต่อลิตร จะทำให้ค่าการขนส่งสูงขึ้นเพียง 10-15% เท่านั้น หากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือภาคการขนส่ง ก็อาจจะให้ใช้น้ำมันดีเซลฟรี เช่นให้ใช้ฟรีคันละ 50 ลิตรต่อเดือน เป็นต้น นอกจากนี้ ควรมีมาตรการส่งเสริมการขนส่ง 2 เที่ยว เพื่อลดการเดินรถเที่ยวเปล่า ที่ปัจจุบันมีสูงถึง 80% โดยรัฐอาจจะให้สิทธิพิเศษกับบริษัทที่มีการขนส่ง 2 เที่ยว ให้สามารถซื้อรถบรรทุกคันใหม่ได้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เป็นต้น

@ "พาณิชย์"เรียกห้างถกรับมือ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ว่านายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน(คน.) เชิญผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และซับพลายเออร์ผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ประมาณ 30 ราย มาหารือถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่จะกระทบต่อราคาสินค้า ในบ่ายวันที่ 18 มีนาคม 2548

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การหารือในวันที่ 18 มีนาคม คาดว่าทางกระทรวงพาณิชย์จะมีการทบทวนความร่วมมือในด้านการตรึงราคาสินค้า ที่จะสิ้นสุดเดือนมีนาคมนี้ รวมถึงขอความร่วมมือในการกำหนดราคาสินค้าและปริมาณที่เหมาะสมในช่วงเทศกาลสงกรานต์

นายสาธิต วรรณศิลปิน กรรมการ สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เปิดเผยว่า สมาคมได้จัดทำแบบสอบถามนักวิเคราะห์ เพื่อสอบถามความเห็นเกี่ยวกับพลังงาน โดยมีนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์แสดงความเห็นรวม 25 แห่ง โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ หรือ 88% เห็นว่ารัฐบาลควรปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลค้าปลีกในประเทศลอยตัว ขณะที่มีเพียง 8% ที่ไม่เห็นด้วย

@ หักคอบขส.-รฟท.ลดค่าโดยสาร50%

นายอดิศร เพียงเกษ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า มีนโยบายขอความร่วมมือไปยังบริษัท ขนส่ง จำกัด(บ.ข.ส.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เพื่อขอลดอัตราค่าโดยสารของรถ บ.ข.ส.รถร่วม และรถไฟลงประมาณ 40-50% ให้กับผู้โดยสารที่จะเดินทางในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์คือระหว่างวันที่ 4-7 เมษายนนี้ และช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้คณะกรรมการของแต่ละหน่วยงานอนุมัติอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งกำหนดให้ได้ข้อสรุปภายใน 7 วัน โดยช่วงเทศกาลดังกล่าว รถ บ.ข.ส.จะขนส่งคนได้กว่า 1,200,000 คน รถไฟขนส่งได้กว่า 60,000 คน

นายธวัชชัย เผ่าเหลืองทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด(บ.ข.ส.)กล่าวว่า บ.ข.ส.ยินดีที่จะปฏิบัติตามนโยบาย แต่การปรับลดราคาคงทำให้ บ.ข.ส.ประสบปัญหาการขาดทุนบ้าง นอกจากนี้ จะขอความร่วมมือกับรถร่วมเอกชนให้ลดราคาลงเช่นกัน

@ "เจ๊เกียว"เมินลดราคา-รุกขอปรับขึ้น

ด้านนางสุจินดา เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องหารือร่วมกับผู้ประกอบการรถร่วมรายอื่นๆ ด้วย เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการได้แบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาก นอกจากเรื่องน้ำมันแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายเรื่องการดูแลรักษารถและเด็กรถด้วย แต่ปริมาณผู้โดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์วันที่ 10-12 เมษายน ถือว่าจะมีปริมาณคนเดินทางจำนวนมากที่สุด ส่วนการปรับลดราคา 40-50% นั้น ในส่วนของรถร่วมโดยสารคงไม่สามารถปรับลดราคาได้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 เมษายนนี้ เวลาประมาณ 13.30 น. ทางสมาคมจะเรียกประชุมผู้ประกอบรถร่วมโดยสารที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน เพื่อกำหนดนโยบายในภาพรวม เสนอขอให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติการปรับอัตราค่าโดยสารของรถร่วมตามต้นทุนที่แท้จริง

@ น้ำมันโลกพุ่งสวนโอเปคเพิ่มผลิต

รายงานข่าวเอเอฟพีจากกรุงลอนดอนระบุว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ราคาน้ำมันดิบโลกได้ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์กำหนดส่งมอบเดือนเมษายน ได้พุ่งขึ้นไปถึงระดับ 55.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลด้วย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบไลต์ ที่นิวยอร์ก พุ่งขึ้นไปถึงระดับ 56.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากที่กระทรวงพลังงานของสหรัฐ ได้ประกาศตัวเลขน้ำมันสำรองทั้งน้ำมันดิบสำรอง น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์และน้ำมันที่โรงกลั่น ว่าได้ลดลง 2.6 ล้านบาร์เรล 2.9 ล้านบาร์เรล และ 1.9 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ ในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดลง ณ วันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันครั้งนี้สวนทางกับที่กลุ่มโอเปค ได้มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบอีกวันละ 500,000 บาร์เรล ในเดือนเมษายนนี้ และอาจจะเพิ่มโควต้าผลิตได้อีกวันละ 500,000 บาร์เรล ในเดือนพฤษภาคม

หน้า 1