หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2005 p1

บทความปี 2004 p2 บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
เขตเศรษฐกิจพิเศษ กับอุตสาหกรรมมลพิษ (1)

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  โดย เศรษฐ์ สันติ psanti@matichon.co.th  มติชนรายวัน วันที่ 07 มีนาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9858

แม้มีเสียงคัดค้านและท้วงติงในการจัดตั้ง "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" จากบุคคลหลายกลุ่ม หลายพวก แต่เชื่อแน่ว่ารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คงอ้างความชอบธรรมที่ได้รับเลือกตั้งด้วยเสียงถล่มทลายเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษต่อไป และน่าจะเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลอีกด้วย

นอกจากเสียงทักท้วงว่านโยบายดังกล่าาวเป็นช่องทางเอื้ออำนวยให้กล่มทุนพรรคไทยรักไทยเป็นพิเศษแล้ว

มีประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่งคือ เรื่องอุตสาหกรรมไม่สะอาดที่ก่อพิษภัยต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน ที่รัฐบาลควรคำนึงถึงมากกว่า ผลประโยชน์ทางด้านเศรษบกิจที่เป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียว เพราะนั่นคือภาพลวงตา

เบญจา ศิลารักษ์แห่งสำนักข่าวประชาธรรมได้เขียนเรื่องนี้ไว้น่าสนใจ มีสาระสำคัญดังนี้

อุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชน เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ

เดิมทีอุตสาหกรรมเหล่านี้มีแหล่งผลิตอยูในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรปตะวันตก ต่อมามีการเคลื่อนย้ายการลงทุนไปสู่กลุ่มยุโรปตะวันออก ญี่ปุน และกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ไต้หวัน สิงคโปร์

จนถึงปัจจุบันเริ่มเคลื่อนย้ายมาสู่ประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งไทยมากขึ้น เพราะอุตสาหกรรมดังกล่าว ก่อปัญหามลพิษอย่างรุนแรงในประเทศนั้นๆ เช่น กรณีที่เกิดขึ้นในสหรัฐ ณ บริเวณหุบเขาซิลิกอน เมืองซานตาคลารา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เกิดเหตุการณ์สารเคมีอันตรายของบริษัทิเล็กทรอนิกส์รั่วไหลออกจากถังเก็บ และปนเปื้อนในแหล่งน้ำสาธารณะจนทำให้ประชาชนป่วยเป็นมะเร็ง เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักลดลง

เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นที่บริเวณเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีโรงงานผลิตสารกึ่งตัวนำในอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิคส์ จำพวก semiconductor non- semiconductor ประมาณ 400,000 โรงงาน จนทำให้น้ำใต้ดินมีการปนเปื้อนสารพิษ ไดคลอโรทาลีน(dichloroethylene) และไตรคลอโรเอ็ดทาลีน(trichloroeethylene) ญี่ปุ่นต้องเสียต้นทุนในการบำบัดคุณภาพดินและน้ำใต้ดินถึง 13 ล้านเยน

ประเทศไต้หวัน สกอตแลนด์ที่เคยมีการพัฒาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ก็ประสบปัญหาไม่ต่างกันคือพบสารปนเปื้อนในใต้ดิน คนงานป่วยเป็นมะเร็ง เช่นกัน

จากรายงานการศึกษาของสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม พบว่า ระหว่างปี 2513-2541 มีการเคลื่อนย้ายการลงทุนอุตสาหกรรมมาสู่ประเทศกำลังพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ มีจำนวนบรรษัทข้ามชาติจากทั่วโลกเพิ่มจาก 7,000 บริษัท เป็น 53,600 บริษัท

สาเหตุมาจากประชาชนและรัฐบาลในประเทศพัฒนาแล้วเกิดความตื่นตัวมากขึ้นในด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องมาจากเห็นผลกระทบอันรุนแรงดังกล่าว ภาครัฐจึงต้องดำเนินการนโยบายและมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด แต่ก็ต้องหาทางเลือกให้แก่บริษัทผู้ผลิตด้วย

จึงมีแนวทางลดการการผลิตภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ หันไปส่งเสริมนักธุรกิจของตนให้ไปลงทุนในประเทศกำลังพัฒนา

เมื่อเข้ามาลงทุนในประเทศกำลังพัฒนาจะอ้างว่าเป็นการส่งเสริมการลงทุน สร้างงาน แต่ความเป็นจริงที่แฝงเร้นคือการกำจัดของเสียของประเทศตนไปให้แก่ประเทศอื่นนั่นเอง

หน้า 20