หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
ขึ้นปีที่ 11 องค์การการค้าโลก ทางข้างหน้าที่ต้องทบทวน

พอล เลอมัง  กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  2  มีนาคม พ.ศ. 2548

อนาคตขององค์การการค้าโลก (WTO) เป็นชื่อที่จำเป็นต้องขอใช้ ไม่มีคำอื่นที่ตรงกว่านี้ เพราะเป็นชื่อรายงานของคณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ 8 คน ตั้งโดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การคนปัจจุบัน (ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์) อีกทั้งเป็นชื่อที่เหมาะสมกับเวลา เพราะรายงานออกมาในปีที่ 10 (10 ปีเต็ม) ของการก่อตั้งองค์การ

ในปี 2548 นี้ จะเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความสำคัญต่ออนาคตขององค์การ เนื่องจากจะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งที่ 6 ที่ฮ่องกงในเดือน ธ.ค.ปีนี้ เพื่อผลักดันให้การเจรจาคืบหน้า และมองเห็นหนทางที่จะปิดรอบเจรจาที่เรียกว่ารอบโดฮาได้ แต่หากไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาก็หมายถึงว่า องค์การจะสูญสิ้นความน่าเชื่อถืออย่างแน่นอน นั่นคือไม่มีอนาคต

10 ปีของการเปิดตัวของ WTO ซึ่งมาจากแกตส์เดิม (จาก 23 ประเทศเป็น 148 ประเทศ) ใช้เวลาพัฒนาตัวเองไม่น้อย หากรวมเวลาของแกตส์ด้วยก็นับว่า องค์การนี้มีอายุที่แท้จริง 57 ปีแล้ว หากเปรียบเป็นคนก็ต้องถือว่าเป็นผู้สูงอายุแล้ว

หากมองภาพในลักษณะที่ว่า ในระยะ 47 ปีแรกนั้น แกตส์ยังเป็นคนเก็บตัวไม่คบใครมากนัก แต่พอเป็นองค์การระหว่างประเทศอย่างเต็มตัว ก็เริ่มเปิดตัวเข้าสังคมมากขึ้น มีเพื่อนฝูงมากขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องดี เพราะทำให้วง (เล่นขายของ) ใหญ่ขึ้น แต่ก็นั่นแหละยิ่งวงใหญ่มากขึ้นเท่าใด ก็ทำให้มีปัญหาความขัดแย้งมากขึ้นเช่นกัน จึงเป็นเวลาเหมาะสมที่จะต้องมานั่งทบทวนกันว่า ทางเดินข้างหน้าขององค์การการค้าโลกนี้จะเป็นไปในรูปใด

ต้องชมว่า เป็นการริเริ่มที่ดีของผู้อำนวยการใหญ่ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และสามารถดึงคนที่มีความรู้เกี่ยวกับการค้าโลกมาทำงานให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นนายปีเตอร์ ชูทเทอร์แลนด์ อดีตผู้บริหารแกตส์และ WTO อาจารย์มหาวิทยาลัยดังหลายคน นักธุรกิจรวมทั้งอดีตเอกอัครราชทูตประจำ WTO

ถ้าจะว่าไปแล้ว การริเริ่มศึกษารายงานไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้น ณ เวลานี้ก็ได้ เพราะในขณะนี้สิ่งที่น่าห่วงที่สุดก็คือการเจรจาไม่มีท่าทีว่าจะคืบหน้าไปมากนัก และถ้าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป รอบโดฮาคงยืดเยื้อเช่นเดียวกับรอบอื่นๆ ในอดีต แต่เพราะความฉลาดลึกของผู้ริเริ่มเรื่องนี้ ที่จะสร้างหรือฉายแนวทางที่มีเหตุมีผลในอนาคตขององค์การให้เห็นกันในช่วงเวลาสำคัญ เพื่อที่จะมีกำลังใจในการเจรจากันต่อไป ซึ่งนับว่าถูกต้องทีเดียว

เพราะที่ผ่านมา เหตุผลง่ายๆ ที่ใช้อธิบาย ได้เวลามีปัญหาในการเจรจาก็คือองค์การการค้าโลกเป็นองค์การที่ขึ้นอยู่กับสมาชิกจะทำให้เกิด (สมาชิกเป็นผู้บริหารงานเจรจาด้วยหลักการฉันทามติ) ฉะนั้นหากการเจรจาไม่คืบหน้าก็เพราะสมาชิกยังตกลงกันไม่ได้ และพอใจที่จะให้เป็นเช่นนั้น ดังนั้นการฉายภาพในอนาคตให้เห็นจึงเป็นสิ่งดี ในแง่จิตวิทยาหากคุณต้องการให้องค์กรอยู่รอด คุณต้องเปลี่ยนท่าที

ในอารัมภบทของผู้อำนวยการคนปัจจุบันกล่าวว่า เหตุผลหนึ่งที่ให้มีการศึกษาครั้งนี้ ก็เพื่อจะศึกษาการดำเนินงานของตัวองค์การเองด้วยว่า จะต้องปรับปรุงอย่างไรจึงจะช่วยเสริมให้ระบบเจรจาการค้าพหุภาคีในอนาคตเป็นไปอย่างเรียบร้อย เพียงการริเริ่ม ก็เป็นเจตนารมณ์ที่ต้องการให้องค์การมีความก้าวหน้าแล้ว ส่วนจะทำได้หรือไม่ได้ตามข้อเสนอเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

รายงานนี้ต้องถือว่ามีความเป็นอิสระ เพราะผู้ทำการศึกษานั้นล้วนมีความรู้และประสบการณ์ลึกซึ้งในเรื่องการเจรจาการค้าโลก และวางการวิเคราะห์ไว้ 2 ด้านคือ ด้านปรับปรุงองค์กรและทบทวนหลักการสำคัญของระบบการค้าพหุภาคี ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาได้รับการโจมตีและวิจารณ์อย่างหนักจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดเสรีและกระแสโลกาภิวัตน์

จึงดูเหมือนจะมุ่งตอบคำถามของกลุ่มคนเหล่านี้ได้ดีทีเดียวเรียกว่า คุณต่อว่าวิจารณ์ฉันอย่างไร ฉันก็จะขออธิบายกลับดังนี้

ในบทแรก กล่าวถึงโลกาภิวัตน์กับองค์การการค้าโลกกรณีของการเปิดเสรีทางการค้า เป็นเหมือนการเกริ่นประวัติความเป็นมาและเหตุผลของการมีองค์การ และได้ตอบคำถามที่มีผู้โจมตีการค้าเสรีที่มีประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ผลประโยชน์ที่เกิดจากการค้าเสรีจะตกอยู่กับใคร อย่างไร เพียงใด ประเทศยากจนจะได้ประโยชน์อะไรจากการนี้ และจะกระทบต่อประเทศยากจนที่กำลังพัฒนาหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องแรงงาน รวมทั้งการค้าและสิ่งแวดล้อมจะไปด้วยกันได้ไหม

และได้กล่าวถึงการดำเนินการขององค์การที่ให้โอกาส แต่ไม่ได้รับประกันว่าสมาชิกทุกคนจะประสบความสำเร็จเท่ากันเสมอไป

ข้อเสนออื่นที่น่าสนใจ ได้แก่ หลักการไม่เลือกปฏิบัติ อธิปไตยของสมาชิกในแง่ของการค้า ความสัมพันธ์กับองค์การระหว่างประเทศอื่น ความโปร่งใสและท่าทีต่อกลุ่มทางสังคม กระบวนการระงับข้อพิพาท กระบวนการตัดสินใจในองค์การ กระบวนการการเจรจา จัดประชุม บทบาทของผู้อำนวยการ และฝ่ายเลขานุการ

หลายเรื่องเป็นเรื่องที่เคยเสนอมาในอดีต แต่ไม่ได้รับการยอมรับ เช่น การทำความตกลงแบบหลายฝ่ายที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เห็นด้วยเข้าร่วม และผู้ที่ยังไม่เห็นด้วยหรือไม่พร้อมก็สามารถที่จะไม่เข้าร่วมในความตกลงได้ หรือเรื่องอำนาจและหน้าที่ของผู้อำนวยการและฝ่ายเลขานุการที่เคยพยายามจะให้มีบทบาทมากขึ้น ในขณะที่หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ก้าวหน้า เช่น การเสนอให้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีทุกปี และประชุมสุดยอดผู้นำประเทศทุก 5 ปี เพื่อผลักดันการเจรจาให้คืบหน้า

ข้อเสนอต่างๆ สะท้อนชัดเจนถึงการปรับแนวความคิดของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารองค์การและการเจรจาการค้าในเวทีโลก ที่อยากจะเห็นองค์การมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่มีความน่าจะเป็นไปได้ และน่าจะยอมรับได้จากสมาชิกมากกว่าที่จะให้เปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง

อนาคตอันใกล้สุดที่จะต้องจับตามองต่อไปก็คือ การประชุมที่ฮ่องกงในปลายปีนี้ เพราะจะเป็นตัวกำหนดอนาคตขององค์การและการค้าโลก จะเป็นเวลาที่จะเผชิญความจริงว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างสมาชิกที่ผ่านมาในประเด็นต่างๆ นั้น จะสามารถหาทางออกได้อย่างไรที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ ได้แก่ เรื่องเกษตร การลดการอุดหนุนของประเทศพัฒนาแล้ว การเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม การค้าบริการ การแก้ไขกฎระเบียบ การต่อต้านการทุ่มตลาด และการอำนวยความสะดวกทางการค้า

ในขณะนี้หลายฝ่ายต่างเริ่มตระหนักว่า เวลาของการต้องตัดสินใจกำลังจะมาถึงในไม่ช้า ในขณะที่ผู้อำนวยการใหญ่ชาวไทยก็พยายามอย่างยิ่งที่จะโน้มน้าว กระตุ้นเตือนสมาชิกให้เห็นถึงหายนะที่จะเกิดขึ้นหากการเจรจาไม่มีผลที่เป็นรูปธรรม

คาดกันว่า ช่วงเดือน ก.ค.น่าจะได้มีการตกลงกันในหลักการเบื้องต้นในประเด็นสำคัญ พอจะเป็นแนวทางให้สมาชิกมีความหวังได้บ้างว่า เมื่อถึงเวลานั้น บรรดารัฐมนตรีทั้งหลายจะสามารถตกลงแลกเปลี่ยนอะไรกันได้บ้างที่ฮ่องกง

ณ เวลานี้ ฮ่องกงจึงเป็นอนาคตสำคัญที่เป็นจุดเป็นจุดตายของการเจรจารอบโดฮา ที่จะแสดงให้เห็นว่า องค์การและระบบการค้าพหุภาคีมีประโยชน์กับประเทศสมาชิกโดยรวม และจะช่วยให้การค้าโลกมีเสถียรภาพ มั่นคงและขยายตัวได้

ต้องถือว่าเป็นการขึ้นปีที่สิบเอ็ดขององค์การการค้าโลกที่มีความท้าทายและน่าตื่นเต้นพอสมควร