หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
เขตเศรษฐกิจพิเศษ... อย่ารวบรัดตัดตอน

กาแฟดำ : กรุงเทพธุรกิจ   วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548

"เขตเศรษฐกิจพิเศษ" เป็นศัพท์เก่าหลายประเทศในโลก ตั้งขึ้นมาเพื่อผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจบางประเภท ขึ้นให้รวดเร็วกว่าจังหวะปกติ อีกหลายประเทศเช่น จีน เรียกมันว่า Special Economic Zone (SEZ) เพื่อกันเขตนี้ออกมาจากกฎระเบียบของความเป็นคอมมิวนิสต์ จะได้แข่งขันกับประเทศที่มีเศรษฐกิจการตลาดได้

เมืองไทยเริ่มด้วย "นิคมอุตสาหกรรม" ตามมาด้วยการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตั้งเป็นเขต 1 เขต 2 และเขต 3 เพื่อส่งเสริมให้กระจายอุตสาหกรรมออกไปนอกเมืองหลวง

วิธีการของนิคมอุตสาหกรรมและของเขตต่างๆ ของบีโอไอคือ การให้สิทธิพิเศษทางภาษีและโครงสร้างพื้นฐาน

ที่ผ่านสำเร็จหรือล้มเหลวยังไม่เคยประเมินกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมากนัก แต่พอมีข่าวว่าจะออก "พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ" อย่างกะทันหันฉับพลันในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรเมื่อเร็วๆ นี้ก็ย่อมทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า

ถามความเห็นของใคร นอกจากรองนายกฯ และรัฐมนตรีไม่กี่คนแล้วหรือยัง

เนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ยังไม่ปรากฏออกมาให้ประชาชนได้รับทราบ ความเห็นของเอกชนด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน, ผู้เป็นห่วงสิ่งแวดล้อม,รายเล็กย่อยไทยที่ยังก้าวเดินไม่คล่องแคล่ว ก็ต้องเจอกับสิทธิพิเศษ ที่จะให้กับนักลงทุนต่างชาติก็ยังไม่ได้นำมาพิจารณากัน

จังหวะการนำเสนอ (ระหว่างรัฐบาลนี้รักษาการ และก่อนการเลือกตั้งไม่ถึงเดือน) ก็ทำให้มีประเด็นของความเหมาะสมโปร่งใส

ข่าวที่รั่วออกมาถึงวันนี้บอกว่า ใน "เขตพิเศษ" ที่ว่านี้จะมีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจให้บริการแก่ผู้ประกอบธุรกิจ และที่อยู่อาศัยเช่น อนุญาตแทนหน่วยงานของรัฐ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้

ยังไม่มีใครอธิบายอย่างเป็นทางการ แต่ข่าวออกมาบอกว่า ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ระบุว่า จะครอบคลุมการจัดตั้งเมืองใหม่ และในบางกรณี "เขตพิเศษ" ที่ว่านี้อาจจะครอบคลุมทั้งจังหวัด และอาจจะมีอำนาจเข้าไปจัดระเบียบพื้นที่ในเขตป่าสงวนอีกด้วย

ที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งที่เป็นข่าวออกมาก็คือว่า ในเขตพิเศษนี้อนุญาตให้เช่าเป็นระยะเวลา คราวหนึ่งไม่น้อยกว่า 50 ปี แต่ไม่เกิน 99 ปี

พอไปโยงเรื่องนี้กับสัญญาการเปิดเขตการค้าเสรีหรือ free trade area (FTA) ที่ยังไม่มีความชัดเจนกับประเทศไหน และทำท่าว่าจะให้ความสำคัญกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ก็ย่อมทำให้เกิดคำถามมากมายตามมา

นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ออกตัวว่า ร่างนี้เขียนโดยรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม แต่ไม่ได้บอกว่า ใครสั่งให้ร่าง และบอกว่า ไม่ได้เอื้อผลประโยชน์ให้ต่างชาติ แต่ไม่ได้บอกว่าจะเอื้อประโยชน์คนไทยที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับต่างชาติอย่างไร

ผู้นำประเทศบอกว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการทำให้เกิดความคล่องตัวของการบริหาร เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ที่จะบริหารเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ แต่ไม่ได้บอกว่า เป้าหมายของการบริหารให้คล่องตัวขึ้นนั้นคืออะไร

เหมือนทำเครื่องมือขึ้นมาใช้โดยไม่ได้บอกว่าจะเอาไปทำอะไร

นายกฯ บอกว่าร่าง พ.ร.บ. นี้จะต้องเข้ารัฐสภาหลังเลือกตั้ง แต่ไม่อธิบายว่า ทำไมต้องรีบร้อนจนเหมือนร้อนรนขนาดนี้

ฝ่ายบริหารชุดนี้ร่างกฎหมายเผื่อผู้บริหารชุดหน้าหลังเลือกตั้งอย่างนั้นเชียวหรือ จะไม่ถามคนอื่นๆ ที่เขาเป็นเจ้าของประเทศร่วมกันให้ถ่องแท้เสียก่อน หรือว่าจะทำอะไรหวือหวากันอีกแล้ว โดยไม่บอกเพื่อนร่วมชาติ กับคนที่เขาจะได้รับกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมว่า จะพาประเทศไปทางไหน จะขึ้นรถ ลงเรือ อะไรบ้างก็ควรจะต้องบอกกล่าวกันให้ชัดเจน และขอความเห็นให้กว้างขวางเสียก่อน

เพราะแม้จะชนะเลือกตั้งกลับมา ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้คนที่ลงคะแนนเสียงให้นั้น จะยอมให้ท่านทั้งหลาย "รวบรัดตัดตอน" ประเทศชาติอย่างที่เห็นอยู่นะครับ