หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
จีเอสพี (GSP)นั้นคืออะไร?

คอลัมน์ คลื่นความคิด  สกล หาญสุทธิวารินทร์  มติชนรายวัน  วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9804

ในช่วงนี้มีข่าวรัฐบาลไทยกำลังขอให้สหภาพยุโรปคืนสิทธิจีเอสพีให้แก่สินค้ากุ้งไทยที่ส่งไปสหภาพยุโรป คำถามที่ได้รับบ่อยๆ จากผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับวงการส่งออกคือ จีเอสพีนั้นคืออะไร จึงขอทำตัวเป็นผู้ใหญ่ลีตอบว่า จีเอสพีนั้นไซร้เป็นดังนี้

1.ความเป็นมาของโครงการจีเอสพี

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ในการประชุมองค์การสหประชาชาติ ว่าด้วยการค้าและพัฒนา (UNCTAD) สมัยที่ 1 ในปี พ.ศ.2507 จึงเกิดแนวความคิดเกี่ยวกับระบบจีเอสพีขึ้น โดยมีความมุ่งหมายที่จะยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา ให้มีรายได้จากการค้า แทนการรับในรูปแบบของเงินช่วยเหลือ (AID) ด้วยการให้สินค้าส่งออกของประเทศกำลังพัฒนา สามารถแข่งขันกับสินค้าของประเทศที่พัฒนาแล้วได้ ในการประชุม UNCTAD ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2511 ประเทศที่พัฒนาแล้วได้ตกลงให้ความช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา ในด้านการส่งออกด้วยการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Generalized System of Preferences : GSP โดยการยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าให้กับสินค้าที่ส่งมาจากประเทศที่กำลังพัฒนา

2.ประเทศที่ให้สิทธิจีเอสพี

ประเทศที่เข้าร่วมโครงการให้สิทธิจีเอสพี ณ ปัจจุบัน มี 8 ประเทศ และสหภาพยุโรป

3.ประเทศที่ได้รับสิทธิ

เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา โดยสหภาพยุโรปให้สิทธิจีเอสพีแก่ประเทศและดินแดนอาณานิคม ประมาณ 174 ประเทศ รวมทั้งประเทศที่แตกสลายจากสหภาพโซเวียตด้วย

สหรัฐอเมริกาให้สิทธิจีเอสพีแก่ประเทศและดินแดนอาณานิคมประมาณ 145 ประเทศ โดยสหรัฐอเมริกาจะไม่ให้สิทธิแก่ประเทศที่ไม่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและประเทศที่เป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน(OPEC)

ญี่ปุ่นให้สิทธิจีเอสพีแก่ประเทศประมาณ 155 ประเทศ

สำหรับประเทศไทยได้รับสิทธิจากทุกประเทศที่ให้สิทธิจีเอสพี

4.ประโยชน์ของการได้รับสิทธิจีเอสพี

สินค้าที่ได้รับสิทธิ เมื่อส่งไปประเทศที่ให้สิทธิ จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า หรือได้รับการลดหย่อนภาษีนำเข้า คือเสียภาษีน้อยลงจากอัตราปกติ ทำให้ต้นทุนการนำเข้าถูกลง ผู้นำเข้าสามารถตั้งราคาขายให้ถูกลง จูงใจให้ผู้ซื้อซื้อมากขึ้น ผู้นำเข้าก็จะสั่งซื้อสินค้านั้นจากประเทศส่งออกต่อไปหรือซื้อมากขึ้น เปรียบเทียบให้เห็นได้จากหลายท่านที่ชอบไปช็อปปิ้งแถวหาดใหญ่ จังโหลน ปาดังเบซาร์ โดยเห็นว่าเป็นสินค้าที่มีราคาถูกกว่าที่อื่น เพราะไม่เสียภาษี

กรณีของสินค้ากุ้งไทยที่ส่งไปยังสหภาพยุโรปก็เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นกุ้งแช่เย็นแช่แข็งอัตราภาษีปกติ 12% แต่ถ้าได้รับสิทธิจีเอสพีจะเสียภาษีเพียง 4.2% ส่วนกุ้งปรุงแต่ง อัตราภาษีปกติ 20% อัตราภาษีที่ได้จีเอสพีเสียเพียง 7% จะเห็นได้ว่ามีผลต่อต้นทุนการนำเข้ากุ้งจากไทยมาก

5.การตัดหรือระงับสิทธิจีเอสพี

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรกที่มีเงื่อนไขในการตัดสิทธิจีเอสพี และมีกลไกในการระงับสิทธิจีเอสพี เงื่อนไขการพิจารณาให้สิทธิจีเอสพีของสหรัฐอเมริกามีหลายประการที่สำคัญ ได้แก่

-การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายของสหรัฐอเมริกากำหนดให้ประเทศที่ได้รับสิทธิจีเอสพีของสหรัฐอเมริกา ต้องให้การปกป้องคุ้มครองในเรื่องลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้าให้กับสินค้าของสหรัฐอเมริกาอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ

-ประเทศที่ได้รับสิทธิจีเอสพีต้องคุ้มครองสิทธิแรงงานภายในประเทศในระดับที่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ

-การให้การสนับสนุนสหรัฐอเมริกาในการต่อต้านผู้ก่อการร้าย

หากประเทศใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวก็อาจถูกสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิจีเอสพีได้

นอกจากเงื่อนไขการให้สิทธิจีเอสพีดังกล่าวแล้ว สหรัฐอเมริกายังได้วางกฎในการระงับสิทธิจีเอสพีไว้ด้วย กฎที่ว่าคือกฎว่าด้วยความจำเป็นในการแข่งขัน สรุปได้คือ หากสินค้ารายการใดจากประเทศใด ส่งไปสหรัฐอเมริกามีส่วนแบ่งตลาดนำเข้าตั้งแต่ 50% ขึ้นไป หรือสินค้านั้นมีมูลค่าการนำเข้าสูงเกินระดับเพดานที่สหรัฐอเมริกากำหนดในแต่ละปี(เพิ่มขึ้นปีละ 5 ล้านเหรียญ) สินค้านั้นจะถูกระงับสิทธิในปีปฏิทินถัดไป

สินค้าที่ถูกระงับสิทธิไปแล้ว อาจได้สิทธิกลับคืนมาถ้าปรากฏว่ามูลค่าการนำเข้าในปีถัดไปต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือดำเนินการขอสิทธิคืน หลักเกณฑ์ที่สหรัฐอเมริกากำหนดไว้ การจะได้สิทธิคืนหรือไม่เป็นอำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐเท่านั้น

ผู้ให้สิทธิจีเอสพีรายต่อมาที่มีการกำหนดเงื่อนไขในการให้สิทธิและการระงับสิทธิจีเอสพีคือสหภาพยุโรป โดยมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อครั้งต่ออายุโครงการที่ 3 ช่วงปี 2538 ถึงปี 2547 หลายประการที่สำคัญคือ จากเดิมที่มีการกำหนดการให้สิทธิตามเพดานหรือตามโควต้าก็เปลี่ยนเป็นการพิจารณาตามความอ่อนไหวของสินค้า ซึ่งมีหลักเกณฑ์วิธีการ ตลอดจนการคำนวณมูลค่าการนำเข้าค่อนข้างซับซ้อน

ผลจากการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ของสหภาพยุโรป ทำให้สินค้าไทยถูกสหภาพยุโรประงับสิทธิจีเอสพีหลายรายการที่สำคัญ สินค้ากุ้งที่เป็นประเด็นอยู่ในปัจจุบัน

โครงการจีเอสพีของสหภาพยุโรปที่มีการต่ออายุไปอีกตั้งแต่ปี 2548 ก็มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคำนวณมูลค่า แต่ยังไม่ได้ประกาศใช้บังคับ

6.จะรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงระบบสิทธิจีเอสพีอย่างไรดี

สิทธิจีเอสพีใช่ว่าจะมีแต่ประโยชน์ จีเอสพีก็มีโทษเช่นเดียวกัน โทษที่เห็นได้ชัดคือ ถ้าประเทศเราถูกตัดสิทธิจีเอสพี แต่ประเทศคู่แข่งที่ส่งออกสินค้าชนิดเดียวกันไม่ถูกตัดสิทธิ จะทำให้เราเสียเปรียบ ฉะนั้น ถ้าจะตัดสิทธิก็ให้ตัดสิทธิให้หมดทุกประเทศไปเลยก็จะไม่ว่ากัน

โครงการจีเอสพีมีอนาคตไม่แน่นอน ไม่แน่ว่าประเทศผู้ให้สิทธิจะยุติโครงการเมื่อใด หรือจะมีการกำหนดเงื่อนไข กฎเกณฑ์ต่างๆ ออกมาระงับสิทธิ เป็นการบีบประเทศผู้ส่งออกเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมาเราก็ถูกบางประเทศใช้จีเอสพีบีบ

หากยังได้สิทธิจีเอสพีต่อไปก็คงต้องเตรียมรับสถานการณ์รับเงื่อนไขต่างๆ ที่อาจเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันคงต้องพูดแบบกำปั้นทุบดินว่า เราคงต้องเตรียมรับสถานการณ์ลดต้นทุนการส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ชดเชยกับสิทธิจีเอสพีที่อาจถูกตัดไป และต้องรักษาคุณภาพมาตรฐานของสินค้า เพราะจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะจูงใจให้ผู้นำเข้ายังคงซื้อสินค้าไทย ถึงแม้จะแพงกว่าสินค้าของประเทศคู่แข่งอยู่บ้าง ขณะเดียวกันสินค้ารายการใดที่ถูกตัดจีเอสพีเพราะส่วนแบ่งการตลาดสูง ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกที่ส่งสินค้านั้นออกไป ก็ให้ภูมิใจได้ว่ามีส่วนทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงไม่ได้รับสิทธิจีเอสพี เพราะสิทธิจีเอสพีนั้นไซร้ มีไว้ให้กับเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนานั่นเอง

หน้า 20