หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2005 p1

บทความปี 2004 p2 บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
ธนาคารหมู่บ้านคิดแแล้วหรือ?

คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น  โดย เศรษฐ์ สันติ psanti@maticho.co.th   มติชนรายวัน  วันที่ 07 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9830

ถ้าผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นไปตาม "เอ็กซิทโพล" หรือผลการสำรวจการลงคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งแล้ว

แน่นอนว่า จะทำให้รัฐบาลพรรคไทยรักไทยมีความแข็งแกร่งและมีอำนาจมากจนยากที่กลไกใดๆ ทั้งในระบบและนอกระบบจะแตะต้องได้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลไม่มีข้ออ้างใดๆ ที่จะไม่เร่งผลักดันนโยบายที่ได้ประกาศไว้ให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว

หนึ่งในนโยบายที่น่าสนใจคือ การยกระดับกองทุนหมู่บ้านที่มีอยู่เกือบ 80,000 แห่ง ให้เป็นธนาคารชุมชน

แต่นโยบายดังกล่าวยังไม่มีแนวคิด รายละเอียดและ "รูปแบบ" ชัดเจนว่า จะดำเนินการอย่างไรซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะบ่งบอกถึงความสำเร็จของนโยบายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ข้อควรคำนึงในการดำเนินนโยบายนี้มีอยู่ด้วยกัน 2-3 ประการ คือ

หนึ่ง ต้องมีความชัดเจนในเรื่องปรัชญา แนวคิด รูปแบบ วิธีการในการจัดตั้งธนาคารที่ชัดเจน เพราะรูปแบบสถาบันการเงินที่คล้ายคลึงกันอย่างสหกรณ์ออมทรัพย์ค่อนข้างล้มเหลว อาจมีบ้างที่กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ซึ่งเนินการโดยชุมชนที่ทางการมิได้เข้าไปเกี่ยวข้อง

สอง การจัดตั้งธนาคารชุมชนควรคำนึงถึงความพร้อมและความต้องการของชุมชนจริง เช่น ความพร้อมทางด้านบุคลากรที่ไม่เคยมีการเตรียมการเพื่อรองรับการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านเลย

การจัดตั้งต้องไม่ใช้การอัดฉีดให้เกิดและเติบโตพร้อมกันทั่วประเทศเหมือนกองทุนหมู่บ้านซึ่งเกิดปัญหาอย่างมากทั่วประเทศ

สาม ต้องยอมรับข้อเท็จจริงในปัญหาที่เกิดขึ้น และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา มิใช่มุ่ง dki สร้างภาพและโฆษณาชวนเชื่อเพราะจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดและหลงทิศหลงทางในการจัดการ

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้ลงสำรวจข้อมูลและรายงานไว้ในแง่มุมที่น่าสนใจ

เริ่มจากคำให้สัมภาษณ์ของ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส

"ผมไปพิษณุโลกมีประชาชนมาคุยด้วย เขาบอกว่าเขาเจ๊งหมดแล้ว เขาทำไวน์เป็นสินค้าโอท็อป แต่ขณะนี้ไวน์ขายไม่ได้เหลืออยู่ 10,000 กว่าลิตร ไม่รู้ว่าจะไปขายให้ใคร เงินจมไป 13 ล้านบาท เนื่องจากมี 12 หมู่บ้าน ในตำบลแห่งนั้นรวมตัวกันนำเงินกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท มาทำบวกกับเงินของตำบลอีก 1 ล้าน รวมเป็น 13 ล้านบาท วันนี้เขาไม่รู้จะใช้หนี้อย่างไร และมีคนพยายามรายงานนายกรัฐมนตรี แต่ท่านไม่ฟัง ท่านบอกว่ากองทุนหมู่บ้านเป็นโครงการที่ดี"

ขณะที่นายอารมณ์ ดำช่วย พัฒนาการอำเภอ กิ่งอำเภอสามร้อยยอด อนุกรรมการหมู่บ้านระดับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้ข้อมูลว่า จากการประเมินของคณะกรรมการในกิ่งอำเภอสามร้อยยอดนั้น มีหมู่บ้านระดับ AA อยู่ทั้งหมด 13 แห่ง จาก 40 หมู่บ้าน ที่เหลือเป็นระดับปานกลางและหางแถว ที่ล้มเหลวจริงๆ มี 1 หมู่บ้านถึงขั้นฟ้องร้องเป็นคดีความ เพราะว่ากรรมการหมู่บ้านนำเงินที่สมาชิกกองทุนไปใช้เอง แต่มีอีกหลายหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลดีเด่น

พัฒนากรชุมชนเล่าว่า ตอนนี้มีคดีที่เกิดขึ้นจากเงินกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ เฉพาะในประจวบคีรีขันธ์ก็มีหลายคดี เท่าที่มีหนังสือเวียนมาถึงมีประมาณ 10 ราย ที่จังหวัดพัทลุงศาลสั่งจำคุกและเรียกเงินคืนประมาณ 400,000 บาท

นายอารมณ์บอกว่า ในการประชุมเรื่องกองทุนหมู่บ้านครั้งล่าสุด มีการพูดถึงแนวปฏิบัติในเรื่องการฟ้องร้องคดีอันเกิดจากเงินกองทุนหมู่บ้านเพราะเป็นเรื่องใหม่ บางแห่งคดีใกล้หมดอายุความแล้วก็มี

นายอารมณ์ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมารัฐบาลลงเงินเร็ว คล้ายๆ กับว่า ถ้าอำเภอจังหวัดไม่เอาเงินลงไปในหมู่บ้านจะเป็นความผิด เท่านั้นแหละกระบวนเสียเลย ช่วงนั้นจำได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องการสร้างกระแสเพราะว่าท่านกำลังโดนคดี(ซุกหุ้น)อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ

"ในเชิงวิจัยปีแรกแย่มาก เงินกองทุนหมู่บ้านเด้งออก 70% พอปีที่ 2 ปีที่ 3 ตรวจสอบข้อมูลแล้วก็ไม่แตกต่างกัน เงินที่ลงไปสร้างหนี้มากกว่าที่จะไปเป็นทุนในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน เพราะวันนี้ชุมชนส่วนใหญ่ของประเทศตกอยู่ในกระแสหนี้นิยมอย่างบ้าคลั่ง เช่น หมู่บ้านหนองกลางดง หมู่ที่ 7 ปี 2545 มีมือถืออยู่ 22 เครื่อง ปี 2546 ตัวเลขมือถือพุ่งเป็น 200 กว่าเครื่อง ปี 2547 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 300 เครื่อง มีรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์เพิ่มขึ้น ทีวี วิทยุ ไม่ต้องพูดถึง

"กระบวนการการสำรวจเชิงวิจัยที่ผ่านหน่วยงานรัฐ มักจะมีวิธีลงไปถามชาวบ้านว่า กู้เงินกองทุนหมู่บ้านไปทำอะไร ชาวบ้านจะตอบคล้ายๆ กัน คือนำเงินไปลงทุน ไปประกอบอาชีพ ซึ่งหากพิจารณากันจริงๆ แล้วกระบวนการผลิต กระบวนการสร้างรายได้ของชาวบ้านก็ดำเนินการอยู่เป็นปกติ ส่วนใหญ่พอได้เงินสดมาก็เอาไปซื้อของอย่างอื่น คำตอบของเงินกองทุนหมู่บ้าน คือเงินเด้งออกไปสู่ระบบทุนใหญ่ ฉะนั้นกระบวนการสร้างจิตสำนึก สร้างกระบวนการคิดทางปัญญาจึงเป็นเรื่องสำคัญ"

ครับ! ข้อมูลเหล่านี้ถูกถ่ายทอดสู่สาธารณชนน้อยเพราะเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจไม่อยากให้เปิดเผย

หน้า 20