หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
กษัตริย์กัมพูชาองค์ใหม่

อาหารสมอง  วีรกร ตรีเศศ Varakorn@dpu.ac.th   มติชนรายสัปดาห์  วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 24 ฉบับที่ 1262

คนไทยเพิ่งได้ยินชื่อโอรสของกษัตริย์สีหนุที่จะมาครองราชย์แทนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เองเป็นครั้งแรก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นับว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเขมรกับไทยนั้นเป็นเพื่อนบ้านรั้วเดียวกันมานับพันปี และก็จะต้องเป็นอย่างนี้ไปอีกนานเท่านาน แต่แปลกที่สุดก็คือเรารู้เรื่องเพื่อนบ้านเราน้อยมากๆ แต่เรากลับไปรู้จัก บุช แครี่ วิเจซิงห์ เบ็กแฮม ฯลฯ มากกว่า

ในประเทศไทยหาคนไทยที่มีความรู้ภาษาเขมร เวียดนาม พม่า ระดับใช้งานได้ดีแทบไม่มี เวลามีประมุขของประเทศเหล่านี้มาเยือน ผู้รับผิดชอบต้องวิ่งหาแทบแย่

ถ้าจะเล่าเรื่องของกษัตริย์องค์ใหม่ คือ Norodom Sihamoni (ชื่อใดหากไม่รู้แน่ชัดว่าสะกดอย่างไรขอใช้เป็นภาษาอังกฤษ และต้องขออภัยเกี่ยวกับการใช้ราชาศัพท์ที่ไม่มีความสม่ำเสมอเพราะไม่แน่ใจว่ากับราชวงศ์ต่างประเทศ เราใช้กันอย่างไร) ก็ต้องเล่าย้อนไปถึงกษัตริย์นโรดมสีหนุ พระบิดา และ Queen Norodom Monineath Sihanouk พระมารดา

เจ้าสีหนุ (ปัจจุบันไม่ใช่กษัตริย์เพราะได้สละราชบัลลังก์แล้ว) นั้น มีมเหสีรวม 6 พระองค์ด้วยกัน มีพระโอรสและพระธิดา รวม 14 พระองค์ (โอรส 7 ธิดา 7) ใน 6 พระองค์นี้เป็นเจ้า 3 เป็นคนธรรมดา 3 พระมารดาของกษัตริย์ Sihamoni นั้นเป็นมเหสีองค์สุดท้าย เป็นคนธรรมดาโดยมีนามเดิมว่า Neak M"neang Monique

มเหษีองค์แรกเป็นคนธรรมดา มีโอรส 1 (เจ้ารณฤทธิ์หัวหน้าพรรค Funcinpec อดีตนายกรัฐมนตรี) และธิดา 1 องค์ที่สองเป็นเจ้า มีโอรส 3 (หนึ่งคือเจ้านโรดม จักรพงษ์) และธิดา 4 องค์ที่สามเป็นเจ้า มีโอรส 1 องค์ที่สี่ไม่มีโอรส-ธิดา องค์ที่ห้าเป็นคนธรรมดามีธิดา 2 องค์

องค์ที่หกคือ พระมารดาของกษัตริย์ Sihamoni ผู้ทรงมีโอรสคือกษัตริย์องค์ใหม่และโอรสองค์เล็กอีก 1 พระองค์ ชื่อ Narin Drapong (ถ้าจำไม่ผิดเป็นคนที่ถูกเขมรแดงฆ่าตาย เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน)

ในพระโอรสและธิดา 14 องค์นั้นเข้าใจว่ามีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน 11 องค์ ส่วนนัดดานั้น คิดว่าอาจมีเป็นสิบๆ คน ทราบว่ามาเรียนหนังสือกันที่ประเทศไทยก็หลายสิบคน โดยเฉพาะในโรงเรียนและสถาบันอุดมศึกษานานาชาติ

เจ้าสีหนุนั้น Guninness Book of World Records ระบุให้เป็นบุคคลที่มีตำแหน่งผู้นำประเทศและตำแหน่งสูงต่างๆ มากที่สุดในโลก เคยเป็นกษัตริย์สองครั้ง เป็นประธานาธิบดีหนึ่งครั้ง นายกรัฐมนตรีสองครั้ง และเป็นผู้นำประเทศชนิดที่ไม่ระบุว่าเป็นอะไรหนึ่งครั้ง นอกจากนั้นยังมีตำแหน่งเป็นผู้นำของรัฐบาลพลัดถิ่นอีกหลายครั้ง

เจ้าสีหนุนั้นฝรั่งเศสที่ยึดครองเขมรเป็นเมืองขึ้นตั้งแต่ประมาณ ค.ศ.1863 "เลือก" ให้เป็นกษัตริย์ตั้งแต่อายุ 19 ปี เพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นคนอ่อนที่อยู่ในโอวาทเป็นอันดี

ประวัติศาสตร์ต่อมาแสดงให้เห็นว่าฝรั่งเศสเลือกคนได้ถูกต้องเพียงใด

เจ้าสีหนุเกิดใน ค.ศ.1922 ครองราชย์ได้ 14 ปี ในปี ค.ศ.1955 ก็สละราชบัลลังก์ลงเล่นการเมือง โดยพระบิดาคือกษัตริย์สุรามฤต ครองราชย์แทน เมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์ลงใน ค.ศ.1960 เจ้าสีหนุก็ทรงสถาปนาพระองค์เองขึ้น

เป็นประมุขร่วมกับพระมารดา ซึ่งยังคงดำรงตำแหน่งประมุขในงานพระราชพิธี

การตัดสินพระทัยครั้งนั้นก็เท่ากับว่าได้ล้มเลิกระบบการปกครองแบบกษัตริย์ที่กัมพูชาใช้มากว่าพันปีลง

เจ้าสีหนุกลับมาเป็นกษัตริย์อีกครั้งตั้งแต่ ค.ศ.1993 และระหว่าง ค.ศ.1991-1993 ก็เป็นประมุขของประเทศ ชีวิตของเจ้าสีหนุนั้นมีทุกรสชาติ เป็นนักสร้างภาพยนตร์ นักร้อง นักการเมือง ผู้โชกโชน นักกู้เอกราช แต่เป็นผู้มีชื่อเสียงว่าดื้อรั้น เอาแต่ใจตัว และเปลี่ยนใจไปมาได้ตลอดเวลา (ฝรั่งตั้งสมญาว่า The Mercurial Prince จาก Mercury ซึ่งหมายถึง ปรอท)

ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่สร้างคุณูปการให้แก่กัมพูชาและสร้างประวัติศาสตร์แห่งความปวดร้าวด้วยในเวลาเดียวกัน มีนักประวัติศาสตร์กัมพูชาเขียนไว้ถึงตอนที่เจ้าสีหนุเล่นการเมืองในทศวรรษ 1970 ก่อนถูกปฏิวัติและต่อมาพรรคคอมมิวนิสต์หรือเขมรแดงยึดประเทศและฆ่าคนตายกว่า 2 ล้านคน ว่า

"การปกครองกัมพูชาราวประเทศนั้นเป็นดินแดนส่วนพระองค์ คิดว่าราษฎรคือลูกหลาน มองว่าฝ่ายค้านคือคนทรยศ เท่ากับเจ้าสีหนุได้วางระเบิดเวลาไว้อย่างไม่เฉลียวพระทัย ซึ่งจะสร้างความระส่ำระสายให้แก่สาธารณรัฐเขมร และนำไปสู่ความน่าสยดสยองของระบอบกัมพูชาประชาธิปไตยในเวลาต่อมา" (จากประวัติศาสตร์กัมพูชาโดย David Chandler แปลโดย พรรณงาม เง่าธรรมสาร และพวก)

คราวนี้ขอกลับมาเล่าประวัติศาสตร์ของกษัตริย์ Sihamoni บ้าง ประสูติ 14 พฤษภาคม ค.ศ.1953 ในพนมเปญ ทรงเรียนหนังสือชั้นต้นในกัมพูชา เมื่อทรงมีอายุ 9 พรรษา ก็ทรงศึกษาต่อที่ประเทศเชกโกสโลวะเกีย ทรงศึกษาอยู่เป็นเวลา 13 ปี ตั้งแต่ชั้นประถม มัธยม และอุดมศึกษา เรียนทางด้าน Dance, Music and Theatre ที่ National Conservatory of Prague และจบในด้านเดียวกันจาก The Academy of Musical Art of Prague ใน ค.ศ.1975

ทรงศึกษาเพิ่มเติมด้านภาพยนตร์ที่เกาหลีเหนือ ระหว่าง ค.ศ.1975-1976 และตั้งแต่ปี 1981 เป็นต้นมา เป็น Professor of Classical Dance and Artistic Pedagogy at The Marius Petipa Conservatory, The Gabriel Faure Conservatory และที่ The W.A. Mozart Conservatory of The City of Paris

ในปี1984 เป็น Director General and Artistic Director of The Ballet และเป็นตำแหน่งเดียวกับ ของ The Khmer Cinematographic Society ด้วย ตั้งแต่ปี 1992 ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนถาวรของกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ในปี 1993 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำ UNESCO และในปี 1994 ได้รับการแต่งตั้งเป็น "สมเด็จกรมขุน"

กษัตริย์ Sihamoni ตรัสภาษาเขมรเช็กส์ และฝรั่งเศสได้คล่อง และตรัสภาษาอังกฤษและรัสเซียได้ดี

โดยแท้จริงแล้วในเชิงการเมือง ได้มีการเอ่ยถึงนามเจ้า Sihamoni ในการสืบราชบัลลังก์ต่อจากกษัตริย์สีหนุมาตั้งแต่ปี 2000 โดย นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรี คำถามที่คนไทยอาจสงสัยก็คือ เหตุใดนายกรัฐมนตรีจึงมาวุ่นวายในเรื่องนี้ คำตอบก็คือการสืบราชบัลลังก์กัมพูชามิได้เป็นไปตามประเพณีของพระราชวงศ์ดังที่เป็นกันโดยสากล หากรัฐธรรมนูญระบุให้คณะกรรมการชุดหนึ่งที่เรียกว่า Council of the Crown ซึ่งประกอบด้วยประธานสงฆ์จากมหานิกาย และธรรมยุติกนิกาย (มีสองนิกายเหมือนไทย) อย่างละองค์ และนักการเมืองใหญ่อีก 7 คน ในจำนวน 9 คนนี้ 5 คนเป็นคนของ นายฮุน เซน ส่วนอีก 4 คนอยู่ในพวกเจ้ารณฤทธิ์ เจ้าชายที่มีให้เลือกมีถึง 12 คน

เจ้ารณฤทธิ์ผู้ที่ถูกกีดกันออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีร่วมกับนายฮุน เซน ตั้งแต่ ปี 1997 นั้น ปฏิเสธที่จะเป็นกษัตริย์ (ปัจจุบันเป็นประธาน National Assembly ซึ่งก็คือประธานสภาผู้แทนราษฎร) และนายฮุน เซน เองก็ไม่อยากให้เป็นด้วยเพราะเกรงว่าเจ้าสิริวุฒิ อนุชาต่างมารดาของเจ้าสีหนุ อายุ 53 ปี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศที่มีความสามารถและเป็นดาวรุ่งจะเป็นหัวหน้าพรรค Funcinpec แทน

ซึ่งเท่ากับว่าคู่แข่งเก่าอยู่ในตำแหน่งที่น่ากลัวข้างบนและในระนาบเดียวกันก็มีคู่แข่งที่มีความสามารถ

เจ้าสิริวุฒิเคยถูกกล่าวหาว่าวางแผนฆ่า นายฮุน เซน ในปี 1915 กษัตริย์สีหนุต้องโดดเข้ามาช่วยไม่ให้ติดคุก โดยให้ลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศแทน ในปี 2000 เจ้าสิริวุฒิเดินทางกลับมาทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่กษัตริย์สีหนุ

เจ้าสีหนุเป็นที่รักและนับถือของคนเขมรโดยเฉพาะคนในชนบท ซึ่งนิยมชมชื่นระบอบกษัตริย์ การสืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากเจ้าสีหนุ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าใครเห็นภาพที่เจ้าสีหนุกอด ประชาชนอย่างรักใคร่และพนมมือรับไหว้อย่างนิ่มนวลแล้วจะเข้าใจว่าการกลับมาเป็นกษัตริย์อีกครั้งของเจ้าสีหนุหลังจากผ่านไป 21 ปี ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญวิจารณ์ว่า กษัตริย์สีหนุมิได้ทรงประกอบกิจในลักษณะที่สร้างความมั่นคงให้แก่สถาบันกษัตริย์อย่างเพียงพอ ที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าระบอบกษัตริย์ในเขมรจะยั่งยืนไปหลังจากยุคของตนเองผ่านไปแล้ว กษัตริย์สีหนุพยายามสละราชบัลลังก์อย่างน้อย 5 ครั้ง ในปี 2003 แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จากนายฮุน เซน จนกระทั่งครั้งนี้

มีความเป็นไปได้ว่าสุขภาพที่เลวลงในวัย 82 ปี เพราะโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ โรคเกี่ยวกับตับและเส้นเลือดขอดในต้นคอที่อาจนำไปสู่สโตรกร์ และอำนาจที่เหลือล้นของนายฮุน เซน ทำให้ต้องให้ได้กษัตริย์ใหม่ที่ต้องใจนายฮุน เซน และพระองค์เองก็เห็นพ้อง อีกทั้งยังเป็นโอรสที่เกิดจากพระราชินีอันเป็นที่รักยิ่งของพระองค์เองด้วย

ความรับผิดชอบของกษัตริย์ Sihamoni นั้นยิ่งใหญ่ และเป็นงานที่ยากยิ่ง เพราะต้องเป็นกลาง ห่างไกลจากการเมือง และต้องหย่าศึกระหว่างนักการเมืองคู่อาฆาต

โดยไม่ทำให้นายฮุน เซน ผู้ใหญ่คับประเทศต้องร้าวรานใจอีกด้วย

....................................

เครื่องเคียงอาหารสมอง

กลยุทธ์การตลาดไม่ว่าธุรกิจหรือการเมืองหรือธุรกิจการเมืองต้องมีความคิดริเริ่มใหม่ๆ ออกมาให้คู่ต่อสู้งุนงงตั้งตัวไม่ติด ลองดูกรณีที่แปลกต่อไปนี้ซิครับ แล้วจะเห็นว่าแหวกแนวเพียงใด

เบียร์ยี่ห้อ Kirin นั้นดังสุดๆ ในญี่ปุ่น แต่ที่กำลังเด่นดังตอนนี้ก็คือ Kirin ค้นคว้าจนสามารถผลิตเบียร์ที่คนอียิปต์เมื่อ 4,000 กว่าปีมาแล้วดื่มกันได้

จุดเริ่มต้นก็คือค้นคว้าวิธีการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วโลกทั้งในสมัยโบราณและปัจจุบันจนได้มา 37 วิธี จากนั้นก็ศึกษาจากภาพวาดบนฝาพนัง หลุมฝังศพของอียิปต์โบราณ หลักฐานประวัติศาสตร์เพื่อคาดเดาว่าคนอียิปต์เขาผลิตเบียร์กันอย่างไร

การวิจัยไปไกลถึงเพาะพันธุ์ข้าวสาลีพันธุ์ที่เชื่อว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญซึ่งปัจจุบันหลงเหลืออยู่ในอิหร่านและเอธิโอเบีย Kirin ทดลองผลิตจนได้เบียร์มีแอลกอฮอล์ร้อยละ 8 ถึง 10 ซึ่งสูงกว่าเบียร์สมัยใหม่หนึ่งเท่าตัว

รสชาติออกเปรี้ยว สีเหลืองอ่อน น้ำขุ่นออกไปทางคล้ายโยเกิร์ต ไม่มีก๊าซคาร์บอนเหมือนที่ดื่มกันในปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี Kirin มิได้ผลิตออกขาย เพราะต้นทุนนั้นตกขวดละประมาณ 40,000 บาท แต่ที่ค้นคว้าผลิตออกมานั้นก็เพื่อขยายขอบเขตความรู้ในเรื่องการผลิตเบียร์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นและเพื่อสร้างภาพลักษณ์ (Image) ของ Kirin

ในปี 2001 Kirin มีแชร์ตลาดเบียร์ในญี่ปุ่นเป็นอันดับสอง โดยตกมาจากอันดับหนึ่งที่ครองแชร์ตลาดมา 48 ปี ผู้แซงขึ้นไปคือ Asahi เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น Kirin ก็ใช้กลยุทธ์ผลิตเบียร์อียิปต์เพื่อยกภาพลักษณ์และเพื่อให้มีความรู้ทางเทคนิคแซงหน้าคู่ต่อสู้

Kirin เสียเงินไปมากมายกับโครงการนี้ แต่เชื่อว่าคุ้มเพราะยังไม่มีเบียร์ยี่ห้อใดในโลกที่เคยทำเช่นนี้ โครงการต่อไปก็คือผลิตเบียร์ที่เรียกว่า Gruit Beer ซึ่งคนยุโรปยุคกลาง (ค.ศ.1000-1500) ดื่มกัน เชื่อว่าใช้สมุนไพรหลายชนิดเพื่อสร้างสีและรสชาติ

ถ้าใครคิดจะโฆษณาว่า ปลาร้า ข้าวตู น้ำพริก กะปิ ฯลฯ ที่ขายนั้นว่าใช้วิธีการผลิตแบบเดียวกับที่ทำกันในสมัยอยุธยาก็ไม่ว่ากันนะครับ เพียงแต่ต้องพิสูจน์ให้ได้แบบเบียร์ Kirin

............................

น้ำจิ้มอาหารสมอง

เหรียญทุกเหรียญมีค่าตราจิตไว้ สะสมใช้อย่าให้ขาดพลาดรักษา

เปรียบคนเรามีชั่วดีจงพิจารณา ใช้ปัญญาศึกษาดูให้รู้ความ

จงมองคนให้ครบด้านหัวก้อย ด้านชั่วถอย ด้านดีคิด จิตสอบถาม

คนต่างค่าตีราคา สมรูปนาม มีค่าตามยามหยิบใช้ อวยชัยเอย

หน้า 20