หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
สัญญาณเตือนจากโนเบลสู่เศรษฐกิจไทย

ดร.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์  กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2547

ศาสตราจารย์คิดแลนด์ (Finn Kydland) และศาสตราจารย์เพรสคอตต์ (Edward Prescott) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปี 2004 ซึ่งทั้งสอง มีโอกาสได้รับรางวัลนี้ เมื่อปีที่แล้ว เช่นเดียวกับศาสตราจารย์ภัควาติ (Jagdish Bhagwati) แต่ท้ายที่สุด รางวัลได้ตกอยู่กับ นักเศรษฐศาสตร์ ในสาขาเศรษฐมิติ

ศาสตราจารย์เพรสคอตต์เป็นผู้นำทางความคิดสำคัญ ที่ไม่ลงรอยกับแนวคิดเคนส์เซียน และเป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ลูคัส (Robert Lucas) ผู้ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปี 1995 สมัยที่ลูคัสสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกี-เมลอน ส่วนศาสตราจารย์คิดแลนด์ เป็นลูกศิษย์ของลูคัสและเพรสคอตต์ รวมทั้งเป็นผู้ร่วมงานคนสำคัญของเพรสคอตต์ด้วย

การได้รับรางวัลโนเบลของนักวิชาการทั้งสองท่านนี้ มิได้เป็นข้อกังขาแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นทั้งตัวเก็งและมีผลงานเป็นที่ยอมรับอย่างมาก ทั้งในหมู่นักเศรษฐศาสตร์มหภาคและนักทฤษฎี

ที่น่าสนใจก็คือ เพรสคอตต์และคิดแลนด์มีผลงานด้านงานวิจัยไม่น้อย แต่ผลงานที่โดดเด่นจริง ๆ มีอยู่ 2 ชิ้น ได้แก่ บทความวิชาการชื่อ “Rule Rather Than Discretion : the Inconsistency of Optimal Plans” (1977) และ “Time to Build and Aggregate Fluctuations” (1982) ผลงานทั้งสองชิ้นนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการเศรษฐศาสตร์ และเพียงพอที่จะทำให้ได้รับรางวัลโนเบลอย่างเต็มภาคภูมิ แม้ในสายตาของฝ่ายเคนส์เซียนก็ตาม

ผลงานทั้งสองชิ้นช่วยเปิดโลกทัศน์ให้นักเศรษฐศาสตร์มหภาค มองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และปัญหาวัฏจักรธุรกิจในมุมมองระยะยาวมากกว่าที่จะเป็นแบบระยะสั้น

บทความชิ้นแรกชี้ให้เห็นว่า นโยบายกระตุ้นรายจ่ายสามารถช่วยผ่อนคลายภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวได้ แต่แรงกดดันต่อภาวะเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อภาคเอกชนรับรู้ว่านโยบายจะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และถ้าหากธนาคารกลางยังพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยไม่ให้น้ำหนักแรงกดดันภาวะเงินเฟ้อ ความสูญเสียทางเศรษฐกิจก็จะเกิดขึ้นและนำไปสู่สภาพที่เปรียบเสมือน “กับดักเงินเฟ้อ” หนทางป้องกันก็คือธนาคารกลางต้องรักษาความน่าเชื่อถือ โดยใช้นโยบายการเงินเพื่อป้องกันเงินเฟ้ออย่างแท้จริง

ภายหลังผลงานชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ ปัญหาเงินเฟ้อในสหรัฐก็ก่อตัวอย่างรุนแรง และทฤษฎีนี้ก็ทำนายไว้อย่างแม่นยำ เนื่องจากธนาคารกลางไม่สามารถหยุดยั้งเงินเฟ้อได้ ประธานธนาคารกลางในขณะนั้นคือ นายพอล โวล์คเกอร์ ต้องถือเอาเงินเฟ้อเป็นศัตรูอันดับหนึ่ง และดำเนินนโยบายการเงินหดตัวอย่างหนัก แต่ก็ประสบความยากลำบากที่จะทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่า เงินเฟ้อจะชะลอตัวลง อุปสรรคของโวล์คเกอร์ก็คือการคาดคะเนภาวะเงินเฟ้อของประชาชน อันเป็นตัวแปรสำคัญในทฤษฎีของคิดแลนด์-เพรสคอตต์นั่นเอง

บทความชิ้นที่สอง ทำให้ศาสตราจารย์เพรสคอตต์ เป็นผู้บุกเบิกทฤษฎี “วัฏจักรธุรกิจจริง” (Real Business Cycle) เพราะชี้ให้เห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงด้านอุปทาน เช่น เทคโนโลยีและผลิตภาพการผลิต (Productivity) ว่าเป็นปัจจัยที่กำหนดวัฏจักรธุรกิจ จึงเป็นทฤษฎีที่อยู่ตรงกันข้าม กับทฤษฎีของเคนส์เซียนที่ความผันผวนทางเศรษฐกิจ มีสาเหตุมาจากความเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์รวม

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากไม่เชื่อว่า ความผันผวนของภาวะธุรกิจโดยทั่วไป จะมีสาเหตุมาจากความเปลี่ยนแปลงด้านอุปทาน ซึ่งปกติต้องใช้เวลานานกว่า จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจส่วนรวม แต่ทฤษฎีนี้ก็มีประโยชน์มากเพราะนอกจากจะช่วยอธิบายปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมันโลก และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีแล้ว ยังสามารถปรับปรุงให้การวิเคราะห์ทางมหภาคมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เมื่อพิจารณาแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน การมอบรางวัลโนเบลแก่ศาสตราจารย์คิดแลนด์และเพรสคอตต์ นับว่าสอดคล้องกับภาวการณ์อย่างมาก เศรษฐกิจโลกนั้นกำลังเผชิญกับปัญหาราคาน้ำมันโลกที่กำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และยากที่จะคาดการณ์ได้ในระยะยาว ทำให้มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ถ้าราคาน้ำมันโลกยังอยู่ในระดับสูงต่อไป

หลายประเทศมีการกระตุ้นอุปสงค์รวม ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อสูงในอนาคตได้ หากขาดความระมัดระวัง เพราะในช่วงที่หลายประเทศมีปัญหาเงินฝืด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ได้มีการดำเนินนโยบายการเงินขยายตัวและเป็นเวลานานมาก ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นเริ่มเสี่ยงต่อปัญหาเงินเฟ้อในอนาคต

รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปีนี้ จึงมีนัยสำคัญและเป็นสัญญาณเตือนภัย ทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา สำหรับสหรัฐและเอเชียตะวันออก ซึ่งกำลังดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายอย่างมาก การบริหารนโยบายเศรษฐกิจของไทยก็ได้รับประโยชน์จากนัยสำคัญของทฤษฎีของคิดแลนด์-เพรสคอตต์ ในหลายประเด็น ดังนี้

1. กับดักเงินเฟ้อ ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐบาลไทยภายใต้การแนะนำของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้ดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยสูง โดยหวังรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทที่เป็นปัญหา เมื่อระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ของไทยล่มสลายลงไป จากนั้นระยะหนึ่ง รัฐบาลไทยได้หันมาดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ อันเป็นนโยบายที่ถูกต้องในการรองรับการแก้ไขปัญหาหนี้เสียของเอกชน แต่นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำได้ดำเนินติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 6 ปี การดำเนินนโยบายการเงินขยายตัวที่ยาวนาน จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเสี่ยงต่อเงินเฟ้อในอนาคต

ถ้าปัญหาราคาน้ำมันโลกเกิดขึ้นต่อเนื่อง เศรษฐกิจไทยก็อาจเข้าสู่กับดักที่มีเงินเฟ้อสูง โดยมีสาเหตุหลักที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันทั้งด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการใช้จ่ายที่เกินตัว อันเนื่องมาจากนโยบายการเงินที่ขาดการปรับตัวให้เหมาะสม กับดักเงินเฟ้อนี้จะยากต่อการแก้ไข ดังเช่นที่ศาสตราจารย์คิดแลนด์และศาสตราจารย์เพรสคอตต์ได้วิเคราะห์ไว้

2. คุณภาพของการลงทุนเอกชน ถึงแม้ว่าทางการจะดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน แต่ปัญหาหนี้เสียภาคเอกชนที่ยังหนักหน่วง ทำให้การขยายตัวของการลงทุนเอกชน ยังจำกัดอยู่เฉพาะสาขายานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และการบริโภคอุปโภคสินค้าคงทน ซึ่งมิได้ช่วยให้เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งเพียงพอ

ถ้ามีปัญหาวิกฤตการณ์เศรษฐกิจเกิดขึ้นอีก ตามทฤษฎีวัฏจักรธุรกิจจริงนั้น การปรับปรุงทางเทคโนโลยีและการขยายตัวของการลงทุนเอกชน มีความสำคัญต่อการป้องกันปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวในอนาคต ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องผลักดันจริงจังให้โครงการลงทุนต่างๆ นำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพการผลิตอย่างคุ้มค่า รวมทั้งต้องลดอุดหนุนด้านสินเชื่อแก่โครงการที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน

3.เป้าหมายของนโยบายการเงิน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงด้านราคาน้ำมันโลก และแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น นโยบายรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายการเงินจำเป็นต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวัง มิให้กลายเป็นปัญหาในภายหลัง การดำเนินนโยบายการเงินควรมองปัญหาในกรอบเวลาที่ยาวขึ้น

ผลงานชิ้นแรกของศาสตราจารย์คิดแลนด์-เพรสคอตต์ และควรระมัดระวังมิให้ประชาชนขาดความเชื่อถือในธนาคารกลาง ว่า ยากที่จะควบคุมภาวะเงินเฟ้อในอนาคตได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยควรพิจารณานโยบายการเงินแบบมองไปข้างหน้า โดยปรับเป้าหมายเงินเฟ้อปัจจุบันไปสู่เป้าหมายเงินเฟ้อคาดคะเนแทน

4.อนาคตของนโยบายการเงิน ถ้าเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ยุควิกฤตการณ์น้ำมันจริง นโยบายการเงินจะมีข้อจำกัดอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ง่ายๆ เหมือนในกรณีที่เศรษฐกิจชะลอตัว มีสาเหตุมาจากการที่อุปสงค์รวมมีน้อยเกินไป โฉมหน้าใหม่ของนโยบายการเงินจะเกิดขึ้นบนข้อจำกัด ที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ซึ่งหมายความว่าธนาคารกลางจะต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง ในขณะที่การบริหารนโยบายเศรษฐกิจต้องหันไปเน้นมาตรการระยะยาว ที่นำไปสู่การปฏิรูปให้เศรษฐกิจมีโครงสร้างเข้มแข็งบนพื้นฐานของหลักประสิทธิภาพ

รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในหลายๆ ปี อาจมิได้มีนัยมากนักต่อการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ แต่สำหรับปีนี้ ผลงานของศาสตราจารย์เพรสคอตต์และศาสตราจารย์คิดแลนด์ มีความหมายโดยตรง ต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าปัญหาเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะลอตัวเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในอนาคตอันใกล้ การมอบรางวัลโนเบลครั้งนี้ ก็จะให้คุณูปการที่ร่วมสมัยจริงๆ