หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
คิดนอกกรอบตำราการคลัง สร้างนวัตกรรมรากหญ้าสู่รากแก้ว

ดร.สมชัย สัจจพงษ์  กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

แต่จากประสบการณ์จริงทางด้านการคลังไทยขณะนี้ พบว่า การดำเนินนโยบายการคลังสามารถสร้างนวัตกรรมได้เช่นกัน อยู่ที่ว่า จะคิดนอกกรอบตำราเรียน (text book) ด้านเศรษฐศาสตร์หรือไม่

ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา ท่านผู้อ่านคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทย การเปลี่ยนแปลงในทางบวก ได้แก่ การที่พื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขึ้นทั้งในส่วนของเศรษฐกิจฐานรากหรือรากหญ้า และเศรษฐกิจระดับกลาง ได้แก่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเศรษฐกิจฐานราก และระดับกลางนี้อ่อนแอมากหรือถูกทำลายอย่างมากในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ 2540

ภาคเศรษฐกิจส่วนใหญ่มีการฟื้นตัวและแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน ตลาดทุน และการผลิตในสาขาต่างๆ

นอกจากนี้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจทั้ง 4 เครื่อง ได้กลับมาทำงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งเครื่องยนต์ทั้งสี่เครื่องที่ผมกล่าวถึงได้แก่ เครื่องยนต์ด้านการอุปโภคบริโภคของประชาชน เครื่องยนต์ด้านการลงทุนของภาคเอกชน เครื่องยนต์ด้านการค้าระหว่างประเทศ และเครื่องยนต์ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านกลไกการอัดฉีดเงินของรัฐบาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

การเปลี่ยนแปลงสำคัญด้านเศรษฐกิจที่คนบางกลุ่ม ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยอ้างว่า เป็นด้านลบและมีผลเสียหายต่อเศรษฐกิจ ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของหนี้ภาคครัวเรือน ซึ่งจากผลการศึกษาของทุกสำนัก ไม่ว่าจากการศึกษาของนักวิชาการไทย และต่างประเทศ สรุปตรงกันว่า ระดับหนี้ภาคครัวเรือนของไทยปัจจุบันนั้นยังไม่ใช่ระดับที่น่าเป็นห่วง

ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า การให้โอกาสคนจน หรือกลุ่มคนด้อยโอกาสทางสังคม ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพนั้น เป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลสมควรที่จะต้องกระทำ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้น่าจะเป็นรัฐบาลที่เน้นจุดนี้มากกว่าทุกชุดที่ผ่านมา และคงต้องเข้าใจว่ากลุ่มคนเหล่านี้ในอดีตถูกละเลย และไม่ค่อยได้มีโอกาสมากนักในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นทางการ เพื่อใช้ในการลงทุนประกอบอาชีพ

ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่มีบทบาทอย่างมากในการส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจรากหญ้า ได้แก่ การที่รัฐบาลและกระทรวงการคลังได้สร้างนวัตกรรมของการดำเนินนโยบายการคลัง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจรากหญ้า

ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้สร้างนวัตกรรมด้านการคลังขึ้นสามด้าน ได้แก่ นวัตกรรมด้านการบริหารทรัพย์สินของรัฐ นวัตกรรมด้านการอัดฉีดเงินเข้าสู่เศรษฐกิจผ่านสถาบันการเงินของรัฐ (มาตรการกึ่งการคลัง-quasi fiscal measures) และนวัตกรรมด้านการจัดสรรงบประมาณแบบขนมชั้น

นวัตกรรมด้านการบริหารทรัพย์สินของรัฐ ในส่วนของที่ราชพัสดุต้องถือว่าเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการดำเนินนโยบายการคลัง รัฐบาลที่ผ่านมามักจะไม่ค่อยเน้นความสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ราชพัสดุ แต่รัฐบาลนี้ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะนอกเหนือจากจะสามารถทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการบริหารที่ราชพัสดุที่มี 12 ล้านไร่ และมีมูลค่า 2 ล้านล้านบาท นอกเหนือจากรายได้ของรัฐบาลจากภาษีอากรแล้ว รัฐบาลได้เน้นการบริหารที่ราชพัสดุเพื่อคนจน เกษตรกร และสังคมอีกด้วย

นวัตกรรมด้านนี้มีส่วนสนับสนุนนโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุนของรัฐบาล และมีส่วนแปลงโฉมให้เศรษฐกิจรากหญ้าเป็นรากแก้วในอนาคต

นวัตกรรมด้านการอัดฉีดเงินเข้าสู่เศรษฐกิจผ่านสถาบันการเงินของรัฐ นับว่าเป็นนวัตกรรมที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจรากหญ้าสามารถลืมตาอ้าปากได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และสถาบันการเงินของรัฐอื่นๆ ที่ได้ดำเนินมาตรการกึ่งการคลังนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์เป็นไปตามกลุ่มเป้าหมายของรัฐบาล

อีกทั้งผลประกอบการของสถาบันการเงินของรัฐมีความมั่นคง ฐานะการเงินตามมาตรฐานธนาคารแห่งประเทศไทย แข็งแกร่ง กำไรอยู่ในระดับสูง และ NPLs อยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับ NPLs ของธนาคารพาณิชย์เอกชนทั้งระบบ

นวัตกรรมด้านการจัดสรรงบประมาณแบบขนมชั้น ถือว่าเป็นมิติใหม่ของการจัดสรรงบประมาณ ที่พยายามเติมเต็มความต้องการงบประมาณ ในการพัฒนาประเทศในทุกมิติทั้งในมิติมหภาค จุลภาค และนาโนภาค ซึ่งประกอบด้วยความต้องการงบประมาณพัฒนาในมิติของประเทศ และรัฐบาลโดยรวม ความต้องการงบประมาณพัฒนาในมิติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความต้องการงบประมาณพัฒนาในมิติของจังหวัด (ผู้ว่า CEO) และความต้องการงบประมาณพัฒนาในมิติของประชาชนระดับหมู่บ้าน (นโยบาย SML)

ในการจัดสรรงบประมาณแบบขนมชั้น ตามความต้องการของสามส่วนหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการในส่วน SML นั้น จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจรากหญ้าแปลงโฉมเป็นเศรษฐกิจรากแก้วในอนาคต

นโยบายการคลังจึงเป็นเครื่องมือทางนโยบายเศรษฐกิจที่มีพลานุภาพมาก ที่ผ่านมา การดำเนินนโยบายการเงินสามารถสร้างนวัตกรรมทางการเงินได้อยู่เรื่อยๆ แต่จากประสบการณ์จริงทางด้านการคลังไทยขณะนี้ พบว่า การดำเนินนโยบายการคลังสามารถสร้างนวัตกรรมได้เช่นกัน อยู่ที่ว่า จะคิดนอกกรอบตำราเรียน (text book) ด้านเศรษฐศาสตร์หรือไม่

เมื่อกล้าคิดนอกกรอบ ก็ควรคิดนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มคนที่อ่อนแอที่สุดในสังคมก่อน ซึ่งรัฐบาลไทยกล้าคิด และกล้าทำเป็นตัวอย่างแล้ว ได้แก่ นวัตกรรมนโยบายการคลังเพื่อเศรษฐกิจรากหญ้านั่นเอง