หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
สหรัฐขาดดุลบัญชีกระทบต่อโลก

มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.ธรรมวิทย์ เทอดอุดมธรรม thamavit@econ.tu.ac.th   กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 18 พฤศจิกายน 2547

สหรัฐอเมริกามีดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 5.31 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2546 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 6.69 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 5.7% ของจีดีพีในปี 2547 นับเป็นการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมหาศาลของประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งรวมทั้งระบบการเงินและการค้าของโลก

ส่วนประกอบสำคัญของการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ได้แก่ การขาดดุลการค้าของสหรัฐในปี 2546 จำนวน 4.97 แสนล้านดอลลาร์ และจะขาดดุลเพิ่มเป็น 6.09 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2547 (ประมาณการโดย ศาสตราจารย์ Roubini ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก) ประเทศที่มีดุลการค้าที่เกินดุลต่ออเมริกาที่สำคัญ ได้แก่ จีน และญี่ปุ่น โดยคาดว่าปีนี้จีนจะมีดุลการค้าที่เกินดุลต่ออเมริกา 1.4 แสนล้านดอลลาร์

นักเศรษฐศาสตร์ต่างเห็นว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้สหรัฐมีดุลการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลมากในช่วงปี 2543 - 2547 ก็คือ การขาดดุลงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล ซึ่งทำให้การออมโดยรวมของประเทศลดลง โดยรัฐบาลอเมริกันที่เคยมีงบประมาณที่เกินดุลคิดเป็น 2% ของจีดีพีในปี 2543 ได้มีงบประมาณขาดดุลคิดเป็น 4% ของจีดีพีในปี 2546 และต่อมาในปีงบประมาณ 2547 รัฐบาลอเมริกันได้ขาดดุลงบประมาณสูงถึง 4.13 แสนล้านดอลลาร์

นายเอ็ดเวิร์ด แกรมลิช (Edward Gramlich) กรรมการของธนาคารกลางของสหรัฐ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 พ.ย.นี้ว่า แม้ว่าการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐจะเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจของประเทศและโลก แต่ผู้นำทางการเมืองของสหรัฐกลับขาดความตั้งใจที่จะแก้ปัญหานี้ (สำนักงานข่าวรอยเตอร์) จึงเชื่อได้ว่า สหรัฐภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช สมัยที่สองที่มีการใช้จ่ายด้านการทหารในสงครามอิรัก และอัฟกานิสถานจำนวนมาก จะยังคงมีปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่เรื้อรังต่อไป

การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมหาศาลของสหรัฐจะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร

ประการแรก สหรัฐจำเป็นต้องอาศัยเงินทุนจากประเทศอื่นมาชดเชยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด โดยเงินทุนที่ไหลเข้าสหรัฐอาจเป็นเงินลงทุนจากต่างประเทศ หรือเงินกู้ยืมจากประเทศอื่น ศาสตราจารย์รูบินี (Roubini) วิจัยพบว่า เงินทุนที่มาชดเชยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐส่วนใหญ่เป็นเงินของธนาคารกลางของประเทศในเอเชีย เช่น จีน และญี่ปุ่น

การที่สหรัฐต้องอาศัยเงินทุนจากทั่วโลกจำนวนมาก มาชดเชยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ทำให้ค่าเงินดอลลาร์มีความผันผวน และอ่อนตัวลง เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ เช่น ในสัปดาห์ที่แล้วค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวเป็น 1.30 ดอลลาร์ต่อยูโร

ประเด็นการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐ และความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ จะเป็นประเด็นสำคัญของการประชุมรัฐมนตรีการคลังของกลุ่ม G-20 (ซึ่งประกอบด้วย ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ และประเทศกำลังพัฒนาที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก รวมจำนวน 20 ประเทศ) ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในวันที่ 19-21 พ.ย.นี้

ประการที่สอง เมื่อสหรัฐประสบปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และการขาดดุลทางการค้าที่มหาศาล สหรัฐก็จะมีการใช้นโยบายการค้าที่ก้าวร้าวมากขึ้น ซึ่งรวมทั้งการกดดันให้ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดให้มีการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น พร้อมทั้งกีดกันการนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นๆ

ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 10 พ.ย.นี้ (สำนักข่าวเอเอฟพี) นายปีเตอร์ ออลจีเออร์ (Peter Allgeier) ผู้ช่วยตัวแทนทางการค้าของสหรัฐ (USTR) ได้เรียกร้องให้ประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ลดเงินอุดหนุนที่ให้แก่ภาคเกษตร หมายความว่า ประเทศในเอเชียควรเปิดตลาดให้มีการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐมากขึ้น ขณะเดียวกัน นายปีเตอร์ ยังเรียกร้องให้ประเทศในเอเชีย เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เปิดเสรีการค้าภาคบริการ ซึ่งรวมทั้งตลาดการเงินและโทรคมนาคมด้วย

นอกจากนี้ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของมอร์แกน สแตนเลย์ คาดว่าสหรัฐอาจจะมีปัญหาข้อขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรง (trade war) กับจีนมากขึ้น อันเนื่องจากปัญหาการขาดดุลทางการค้าของสหรัฐ (สำนักข่าวยูพีไอ, 9 พ.ย. 47)

ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และการขาดดุลการค้าของสหรัฐย่อมมีผลกระทบต่อการค้าของไทยเช่นกัน เนื่องจากอเมริกาเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของสินค้าไทย โดยในปี 2546 ร้อยละ 17 ของการส่งออกสินค้าไทยเป็นการส่งออกไปสหรัฐ และไทยมีการค้าที่เกินดุลต่อสหรัฐในปี 2546 ประมาณ 8.2 พันล้านดอลลาร์

ฉะนั้น จึงคาดได้ว่านโยบายทางการค้าของสหรัฐที่ก้าวร้าว ซึ่งรวมทั้งการกดดันให้ประเทศคู่ค้าเปิดประเทศ และการกีดกันการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการขาดดุลทางการค้าของสหรัฐย่อมจะมีผลต่อการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐ และไทยอาจถูกกดดันให้ต้องยอมเปิดเสรีการค้าภาคบริการมากขึ้น ขณะเดียวกันความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์อันเนื่องจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐ ย่อมมีผลกระทบต่อค่าเงินบาทของไทย

ประเทศไทย (ทั้งภาครัฐและเอกชน) จำเป็นต้องเฝ้าติดตามและตระหนักถึงผลกระทบอันเนื่องจากการขาดดุลการชำระเงินของสหรัฐอเมริกา ต่อเศรษฐกิจโลกและไทย รวมทั้งเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับผลกระทบดังกล่าว