หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
มหาธีร์กับทักษิณ

โลกทรรศน์  อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์  มติชนรายสัปดาห์  วันที่ 05 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1264

ผมขอบอกเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่า ผมไม่ชอบ ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย ในเรื่องของความเป็นเผด็จการทางการเมือง แต่ผมก็ชื่นชมท่านที่ท่านเป็นผู้นำชาติเอเชีย ที่กล้าต่อกลอน กับชาติมหาอำนาจตะวันตก แม้ว่าการต่อกลอนชาติตะวันตกหลายครั้ง ในรอบสองทศวรรษ ของการเป็นผู้นำของท่าน นับเป็นการต่อกลอนที่หวังผลทางการเมือง หวังคะแนนนิยมทั้งจากคนมาเลย์และชาติด้อยพัฒนาทั้งหลาย

โดยหลายครั้ง ท่าทีแข็งกร้าวของท่านมาจากลัทธิชาตินิยมที่บางทีเกินเลยเป็นลัทธิคลั่งชาติ และอาจจะนำไปสู่ความรุนแรงและการเข่นฆ่าระหว่างเชื้อชาติได้

ความรู้สึกของผมต่อท่านมหาธีร์แสดงให้เห็นว่า ผมก็เป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดา และมองท่านผู้นำทางการเมืองมาเลเซียว่า เป็นมนุษย์ปุถุชนเหมือนกับผมคือ มีทั้งด้านดีและไม่ดี

ผมขอบอกเอาไว้ด้วยอีกว่า โดยทั่วไปแล้ว ผมนิยมชมชอบท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ด้วยเหตุผลหลายอย่าง อย่างแรก ผมเป็นคนไทย ผมมีอคติที่จะนิยมชมชอบนายกฯ คนไทย ท่านนายกฯ ทักษิณได้สร้างคุณูปการต่อสังคมไทยหลายอย่าง เช่น กอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจและได้วางรากฐานของระบบประกันสังคมให้กับสังคมไทยในอนาคต

แน่นอน ผมวิจารณ์ท่านนายกฯ ทักษิณตลอดมาด้วยความบริสุทธ์ใจ  และรับไม่ได้เลยที่ท่านมีส่วนในการอนุญาตให้กลไกรัฐ ใช้ความรุนแรงต่อคนไทยด้วยกันเอง ตั้งแต่การฆ่าตัดตอน กรณีกรือเซะ

และล่าสุดคือ โศกนาฏกรรมที่ตากใบ

อย่างไรก็ตาม ผมกำลังเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของผมอีกครั้ง ด้วยการเสนอความคิดเห็นของอดีตท่านนายกรัฐมนตรี ดร.มหาธีร์ เพราะรู้ว่าท่านนายกฯ ทักษิณและพวกพ้องไม่ชอบคำวิจารณ์ของท่านมหาธีร์ แน่นอน พวกชาตินิยมหน่อมแน้มโกรธแค้นท่าทีและข้อเสนอแนะของท่านมหาธีร์เรื่องปัญหาความรุนแรงในภาคใต้อย่างมาก

บอกตามตรง ผมเชื่อว่า พวกชาตินิยมหน่อมแน้มจำนวนมากทั้งที่แอบหลบๆ ซ่อนๆ ด่าทอและทำเป็นรักชาติด้วยเสนอความคิดเห็นกับความคิดเห็นอื่นๆ ที่วิจารณ์รัฐบาลในเรื่องปัญหาภาคใต้ตามเว็บไซต์และที่เริ่มเดินขบวนออกมาบ้างแล้ว ไม่เคยไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อนเลย

เคยคิดไหมครับ ว่าท่านมหาธีร์ซึ่งเป็นคนมุสลิม รู้และเข้าใจปัญหาของคนมุสลิม และเคยเป็นผู้นำทางการเมืองของมาเลเซีย ซึ่งเคยเสนอความเห็นที่แม้แต่ผู้นำโลกตะวันตกก็ยังต้องฟังคงไม่ได้พูดอะไรพล่อยๆ จนเรียกได้ว่า แทรกแซงกิจการภายในของไทยบ้างหรือไม่เข้าใจความแตกต่างทางสังคมการเมืองของไทยกับมาเลเซีย

เราควรตั้งใจ ฟังความคิดเห็นของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้ดีๆ ว่า ท่านคิดอย่างไรกับความรุนแรงในภาคใต้และทำไมท่านจึงคิดอย่างนั้น

ทั้งนี้ เราควรเริ่มต้นว่า ไฟไหม้ที่ภาคใต้ของไทย ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ไม่ได้ประโยชน์อะไร ดีกว่าเริ่มต้นที่อคติต่อจนท่านเกิดความมืดบอดทางปัญญา

แล้วเราก็ไม่มีวันสร้างสันติสุขให้กับคนไทยด้วยกันเองที่ภาคใต้เลย

มหาธีร์คิดอย่างไรต่อปัญหาความรุนแรงในภาคใต้

ดร.มหาธีร์ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Utusan Malaysia เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้ทางรัฐบาลไทยพิจารณาแนวความคิดเรื่องการให้สิทธิปกครองตนเอง แก่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีประชากรมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ และได้กล่าวเปรียบเทียบปัญหาแบ่งแยกดินแดนทางใต้ของไทยกับปัญหาปาเลสไตน์

อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเชื่อว่า นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ของไทยเป็นคนอดกลั้น และจะรับฟังข้อเรียกร้องของพี่น้องมุสลิม ในประเทศ แต่ก็ยอมรับว่า เรื่องเขตปกครองตนเองเป็นเรื่องยาก จึงอยากเสนอว่า

ควรจัดการเจรจาและพิจารณาความทุกข์ของชาวมุสลิมในภาคใต้ในทุกเรื่อง และจำเป็นที่รัฐบาลไทย จะต้องให้ความใส่ใอย่างใกล้ชิดโดยการปกครองตนเองจะเป็นไปได้หรือไม่นั้น ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือ จะต้องหาทางออกในปัญหานี้ให้ได้ (กรุงเทพธุรกิจ 30 ตุลาคม 2547 หน้า 4)

พลันที่ข้อคิดเห็นของท่านมหาธีร์ดังออกมาพลังชาตินิยมหน่อมแน้มก็กระพือออกมาโจมตีว่า เป็นความคิดที่ไม่เป็นประโยชน์และเป็นการแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่พลังชาตินิยมหน่อมแน้มได้แซ่ซ้องสรรเสริญการเข่นฆ่าพี่น้องคนไทยด้วยกันเอง

หลายคนอยากให้มีการฆ่าพี่น้องชาวมุสลิมในภาคใต้ให้มากกว่านี้ หลายคนบอกว่าพวกนี้เป็นโจรแบ่งแยกดินแดน แปลกประหลาดมาก พลังชาตินิยมหน่อมแน้มอันขาดสติดังกล่าวได้ครอบงำสังคมไทยจนหมดสิ้น

โดยไม่ได้ปล่อยที่ว่างให้กับคนที่มีความคิดและความเชื่อที่แตกต่างกับตนเหลืออยู่เลย

ข้อเสนอของ ดร.มหาธีร์เพียงแค่ยอมรับความเป็นจริงว่า เราคนไทยเองต้องยอมรับว่าคนภาคใต้เขาเป็นคนมุสลิม เราคนไทยต้องยอมรับในความเป็นพี่น้องร่วมชาติเดียวกัน เราคนไทยต้องดูแลคนไทยด้วยกันเองที่ภาคใต้

การพูดเปรียบเทียบถึงปัญหาในปาเลสไตน์เป็นการเตือนแต่เนิ่นๆ ว่าให้ระวังปัญหาคนชาติเดียวกันจะจับอาวุธสู้กันเอง

อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังได้เตือนตรงๆ ด้วยว่า อย่าปล่อยให้ทหารเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในภาคใต้ เพราะการทำเช่นนั้นจะยิ่งทำให้ปัญหาเลวร้ายลงไปอีก

ทำไมไม่คิดว่า ข้อเสนอของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นข้อเสนอที่สะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ทำไมไม่มองว่า ข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอของคนที่เข้าใจในความเป็นมุสลิมด้วยกันเอง อย่างน้อยเขาก็ห่วงใยคนที่ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก

แต่คนไทยจำนวนมากกลับอยากให้คนไทยฆ่ากันเองให้มากยิ่งขึ้น !

ข้อเสนอของอดีตผู้นำมาเลเซียกลับไปสอดคล้องกับผู้นำพรรคการเมืองฝ่ายค้านในมาเลเซีย ซึ่งจริงๆ ควรคิดแตกต่างกันถ้าจะช่วงชิงหาคะแนนเสียง ยิ่งไปกว่านั้น แนวความคิดนี้ก็สอดคล้องกับเสียงที่สะท้อนออกมา ผ่านหนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของอินโดนีเซียอันเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

และเหมือนกับบทบรรณาธิการของ Arab News หนังสือพิมพ์ในประเทศซาอุดีอาระเบีย

ทักษิณกับภาคใต้ : ความคิดและกลไกรัฐ

เราจะอธิบายเป็นอื่นได้อย่างไร นอกจากจะบอกว่า ท่านนายกฯ ทักษิณกำลังแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ภายใต้ข้อจำกัดอยู่ 2 ประการคือ ความไม่รู้และแรงต่อต้านจากกลไกรัฐ

เรื่องแรก ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้เป็นปัญหาแรกที่ช่วยให้เราเห็นว่า นายกฯ ทักษิณรู้สารพัดเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการบริหาร เรื่องธุรกิจแต่ไม่รู้เรื่องปัญหาภาคใต้ ดังนั้น ท่านนายกฯ จึงยังคงอธิบายปัญหาภาคใต้ว่าเป็นเรื่องกลุ่มโจรที่ใช้วิธีการขายตรง (direct sale) เพื่อขยายการแบ่งแยกดินแดน

วิธีการแก้ไขของท่านคือ ท่านยังใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงคือ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ในทางตรงกันข้าม นับจากเดือนมกราคม 2547 แนวทางการแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้จึงบานปลายออกไปเรื่อยๆ และโศกนาฏกรรมที่ตากใบคือ บทพิสูจน์ความไม่รู้ของท่านนายกฯ

ท่านนายกฯ เคยสอบถามไหมว่า เจ้าหน้าที่วงในของท่านที่ดำเนินการแก้ปัญหาภาคใต้อยู่นี้มีใครพูดภาษายาวีได้บ้าง ผมคิดว่าคงน้อยมาก เราจะเอาคนที่พูดภาษายาวีไม่ได้ไปแก้ปัญหาภาคใต้ได้อย่างไร

ความรุนแรงที่ขยายวงเพราะความไม่รู้ของท่านนายกฯ เพิ่มดีกรีเพราะแรงต้านจากกลไกรัฐของท่านนายกฯ เอง ทุกวันนี้ ฝ่ายทหารของท่านยังให้ข่าวว่าเหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้นั้น มีชาวต่างชาติซึ่งเป็นมาเลเซีย และอินโดนีเซีย เข้าร่วมขบวนการด้วย (มติชน 1 พฤศจิกายน 2547 หน้า 15)

กลไกรัฐของท่านนายกฯ ยังเสนอให้ใช้เครื่องมือปราบคอมมิวนิสต์คือ ลูกเสือชาวบ้านเข้าไปคลุกคลีกับชาวบ้าน ทั้งที่ก็รู้ว่า ลูกเสือชาวบ้านเป็นเครื่องมือปราบคอมมิวนิสต์ซึ่งพ้นยุคไปแล้ว

ถ้าให้ฝ่ายความมั่นคงเขาเข้าดำเนินการ ฝ่ายความมั่นคงเขาก็จะใช้ความรุนแรงเพราะเขาเรียนรู้มาอย่างนั้น ในเวลาเดียวกัน ไม่มีฝ่ายความมั่นคงที่ไหนเขาจะยอมรับว่าการใช้อาวุธเป็นวิธีการที่ผิดหรอกครับ

นี่เป็นแรงต้านที่ท่านนายกฯ เหนื่อยยากในการต่อสู้กับแรงต้านเหล่านี้ สิ่งที่เป็นอันตรายยิ่งคือ ฝ่ายความมั่นคงล้วนแต่เป็นกลุ่มวงในของทักษิณ

ท่านนายกฯ กล้าจะเขี่ยวงในตัวจริงเหล่านี้หรือครับ

 

หน้า 16