หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
กัมพูชา - สมาชิกใหม่องค์การการค้าโลก

มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.ธรรมวิทย์ เทอดอุดมธรรม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ thamavit@econ.tu.ac.th   กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

ตุลาคมปีนี้ นับเป็นเดือนที่สำคัญของกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทย ได้มีพิธีราชาภิเษกประมุของค์ใหม่ระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมนั้น กัมพูชาได้เข้าเป็นประเทศสมาชิกขององค์การการค้าโลกลำดับที่ 148 อย่างเป็นทางการ

ในข้อตกลงองค์การการค้าโลก การเข้าเป็นสมาชิกจะต้องได้รับเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 ของประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลกในที่ประชุมระดับรัฐมนตรี เงื่อนไขนี้ ทำให้เข้าใจว่าการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลกเป็นเรื่องง่าย

แต่ในทางปฏิบัติ ประเทศที่สมัครเป็นสมาชิกต้องเจรจาแบบทวิภาคีกับประเทศสมาชิกเก่าเป็นรายประเทศ ประเทศสมาชิกเก่าที่สำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย จะพยายามเรียกร้องและกดดันประเทศที่สมัครสมาชิกใหม่ให้เปิดเสรีทางการค้าสินค้าและบริการ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการสนับสนุนให้ได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก

ในระหว่างการเจรจาต่อรองแบบทวิภาคีเพื่อขอเสียงสนับสนุนนั้น ประเทศที่สมัครเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกไม่มีอำนาจต่อรอง และเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ต้องจำใจยอมรับข้อเรียกร้องที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์จำนวนมาก กระบวนการนี้เสมือนหนึ่งกฎป่า (Law of the jungle)

การสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกของกัมพูชา มีลักษณะเช่นเดียวกับจีน (ซึ่งสมัครเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกเมื่อปี 2544) ที่ต้องผ่านกระบวนการรับสมาชิกใหม่แบบโหดๆ จากประเทศสมาชิกเก่า กัมพูชาเริ่มสมัครเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2537 ได้ผ่านกระบวนการเจรจาต่อรองร่วม 10 ปี ซึ่งกัมพูชาต้องยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ที่ประเทศสมาชิกเก่าเรียกร้อง ก่อนได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก ตัวอย่างเงื่อนไขที่กัมพูชาจำใจต้องยอมรับ ได้แก่ การลดภาษีนำเข้า และการคุ้มครองสิทธิบัตรยา

ในเรื่องการลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร กัมพูชาเสนอว่าจะลดอัตราภาษีเฉลี่ยให้เหลือร้อยละ 44 โดยมีอัตราภาษีสูงสุดไม่เกินร้อยละ 100 แต่ประเทศสมาชิกเก่าเจรจาต่อรองให้กัมพูชาลดอัตราภาษีเฉลี่ยเหลือร้อยละ 30.88 โดยมีอัตราสูงสุดไม่เกินร้อยละ 60 นับเป็นการเปิดเสรีการค้าสินค้าเกษตรมากกว่าสหรัฐอเมริกาที่มีอัตราภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 121 ขณะเดียวกัน กัมพูชาผูกพันว่าจะไม่อุดหนุนการส่งออกสินค้าเกษตรเลย แต่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปกลับมีการอุดหนุนสินค้าเกษตรมากมาย

ในเรื่องการคุ้มครองสิทธิบัตรยานั้น ข้อตกลงองค์การการค้าโลกได้ผ่อนผันกลุ่มประเทศที่ด้อยพัฒนาอย่างยิ่ง (Least Developed Country) ซึ่งรวมทั้งกัมพูชา เอธิโอเปีย และซูดาน เป็นต้น ให้เริ่มคุ้มครองสิทธิบัตรยาภายในปี 2559 แต่ในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก กัมพูชาเสนอว่าตนจะเริ่มคุ้มครองสิทธิบัตรยาตั้งแต่ปี 2552 แต่ประเทศสมาชิกเก่าได้กดดันกัมพูชาจนต้องยอมรับที่จะคุ้มครองสิทธิบัตรยาตั้งแต่ปี 2550 ผลของการคุ้มครองสิทธิบัตรยานี้คงทำให้ชาวกัมพูชาต้องซื้อยาในราคาที่แพงขึ้น

ข้อเรียกร้องของประเทศสมาชิกเก่าต่อกัมพูชามีมากมายจนทำให้ตัวแทนของมาเลเซียที่อยู่ในคณะทำงาน เพื่อรับกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกได้กล่าวว่า ตัวเองรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่มีการเรียกร้องต่อกัมพูชามากเช่นนี้ (รายงานโดย Oxfam)

ทำไมกัมพูชาจึงยอมรับเงื่อนไขที่โหดเหล่านี้ ? ดร.โศก ศรีพนา (Dr Sok Siphana) ปลัดกระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชา เห็นว่าการเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกเป็นการส่งสัญญาณว่า กัมพูชามีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับเศรษฐกิจโลกอีกครั้งหนึ่ง และที่เห็นเป็นรูปธรรมนั้น การเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกจะทำให้อุตสาหกรรมของกัมพูชาอยู่รอดได้ (เอบีซี, ออสเตรเลีย)

อุตสาหกรรมที่สำคัญของกัมพูชา ได้แก่ อุตสาหกรรมเสื้อผ้า การส่งออกเสื้อผ้าคิดเป็นมูลค่าร้อยละ 80 ของการส่งออกของกัมพูชา ถ้ากัมพูชาไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกภายในปีนี้ การส่งออกเสื้อผ้าของกัมพูชาจะประสบกับปัญหาการกีดกันทางการค้าอย่างมาก

ในอดีต มีข้อตกลงการค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าของโลก (International multi-fibre agreement) ซึ่งทำให้มีการกำหนดโควตาการนำเข้าเสื้อผ้า และสิ่งทอของสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาก็ได้รับโควตาการส่งออกเสื้อผ้าและสิ่งทอ ทำให้อุตสาหกรรมเสื้อผ้าของกัมพูชาได้ประโยชน์ ต่อมาในข้อตกลงองค์การการค้าโลกกำหนดให้ยกเลิกระบบโควตาเสื้อผ้าและสิ่งทอนี้ภายในสิ้นปี 2547 โดยอนุญาตให้เก็บภาษีนำเข้าเสื้อผ้าและสิ่งทอได้ ส่วนประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกองค์การการค้าโลกนั้นจะยังคงถูกกีดกันการส่งออกเสื้อผ้า และสิ่งทอด้วยระบบโควตา และภาษีนำเข้าต่อไป

ดร.โศก เปิดเผยว่า ภายหลังที่กัมพูชาได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชา และคณะได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อล็อบบีให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาลดภาษีนำเข้าเสื้อผ้า และสิ่งทอจากกัมพูชา ให้เหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเท่ากับภาษีนำเข้าเสื้อผ้าและสิ่งทอจากประเทศแอฟริกา

ถ้ากัมพูชาสามารถล็อบบีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นผลสำเร็จ กัมพูชาคงจะสามารถผลิตและส่งออกเสื้อผ้าและสิ่งทอได้มากขึ้นแล้ว ชาวกัมพูชาคงมีรายได้ที่ดีขึ้น ซึ่งจะสามารถนำเข้าสินค้าจากไทยได้มากขึ้นด้วย