|
||||||||||
|
ไทยกับบทบาท อำนวยความสะดวกการค้าโลก
พอล เลอมัง กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ความคืบหน้าของการเจรจาการค้าโลก เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สามารถแก้ไขภาวะชะงักงันในการเจรจารอบโดฮาได้แล้ว ประเด็นการเจรจาหนึ่งที่ได้รับการยอมรับ เป็นฉันทามติให้ยกขึ้นมาหารือต่อไปได้ ก็คือเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้า ถือเป็นการยอม 1 เสีย 3 ของประเด็นใหม่ๆ ของสมาชิก ทำไมถึงต้องอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ ตอบง่ายๆ ก็คือ ที่ผ่านมาแต่ละประเทศ ยังมีมาตรการเกี่ยวกับการค้า และจัดการสินค้าผ่านแดนที่ไม่ได้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย ระเบียบ โครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบบบริหารจัดการ งบประมาณ บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในประเทศ ทำให้เป็นอุปสรรคการค้า ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากฐานะความเจริญทางเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียมกัน นับตั้งแต่ที่ประชาคมโลกได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มก่อตั้งแกตส์ ต่อมากลายเป็นองค์การการค้าโลก หรือ ดับบลิว ที โอ มาเป็นเวลา 50 กว่าปี วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้ขยายตัวได้สะดวก ปรากฏว่ามีอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิกมากมาย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่จงใจ ไม่จงใจ เกี่ยวข้องกับการค้าหรือไม่เกี่ยวกับการค้าก็ดี อุปสรรคเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญทำให้การค้าขายระหว่างประเทศไม่ราบรื่น และขยายตัวไม่เต็มที่ ทำให้เสียประโยชน์ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ทั้งที่น่าจะได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ เช่น ไทยส่งข้าวไปขายที่แอฟริกา เรือขนข้าวไปถึงแล้ว แต่ต้องจอดรอที่ท่าเรือหลายสัปดาห์ เพราะท่าเรือไม่มีความทันสมัย และต้องผ่านขั้นตอนศุลกากรนำเข้าที่ยุ่งยาก ทำให้เกิดความเสียหายไม่สะดวกที่จะค้าขายกัน ความไม่สะดวกที่เกิดจากการที่ยังไม่มีการพัฒนาท่าเรือให้เป็นมาตรฐานสากล หรือการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งใช้ระเบียบหรือแบบฟอร์มศุลกากรยุ่งยาก เช่น ไม่มีภาษาสากล หรือมีการยกเลิก เปลี่ยนระเบียบการนำเข้า-ส่งออกบ่อยมาก โดยไม่แจ้งให้ผู้ส่งออกในประเทศต่างๆ รับทราบ หรือปิดด่านชายแดนดื้อๆ และบ่อยตามอำเภอใจ ก็ถือเป็นการไม่อำนวยความสะดวกทางการค้าเหมือนกัน ในเมื่อทุกประเทศต่างถือว่ามีอธิปไตย การพัฒนาการเมืองและเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลในแต่ละประเทศต้องดำเนินการพัฒนากันเอง และด้วยฐานะการพัฒนาประเทศที่ไม่เท่ากันนี้ จะส่งผลกลายเป็นอุปสรรคทางการค้าอย่างหนึ่งที่ต้องรีบแก้ไข ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องการค้าเสรีหรือการค้าที่ยุติธรรม หากไม่ยอมรับในเรื่องนี้ จะทำให้การเจรจาในเรื่องอำนวยความสะดวกทางการค้าไม่สะดวกเท่าใด และคงจะไม่สามารถคืบหน้าไปได้เร็วกว่าเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า เช่น เรื่องเกษตร และการเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม การเจรจาพหุภาคี พบว่าทุกประเทศสมาชิกมีสิทธิแสดงออกในทุกเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของตน กอปรกับระเบียบที่กำหนดว่า การตัดสินใจขององค์การในเรื่องการค้าจะต้องได้รับฉันทามติจากสมาชิกทุกประเทศ แทบทุกประเทศจึงใช้สิทธิแสดงความเห็นกว้างขวาง ทำให้การเจรจาหลายเรื่องเสียเวลาไปกับการแสดงท่าที และเสนอความคิดเห็นเชิงโวหาร มากกว่ามุ่งเสนอมาตรการทางออกที่สามารถปฏิบัติได้เพื่อการตัดสินใจ ด้วยสมาชิกปัจจุบันมีถึง 148 ประเทศ ทำให้การประชุมยืดเยื้อเสมอ แม้ในบางเรื่องจะไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ต้องตัดสินใจ ก็ใช้เวลาประชุมหลายครั้ง ขึ้นชื่อว่าผลประโยชน์แล้ว ไม่มีใครอยากจะเป็นผู้สูญเสียไป ในเวทีการค้าระหว่างประเทศก็เช่นกัน เรื่องผลประโยชน์เป็นเรื่องสำคัญและทำในนามประเทศ จึงไม่มีการให้อะไรไปฟรีๆ โดยไม่ได้สิ่งตอบแทนที่คุ้มค่า ประเทศส่วนใหญ่จึงตั้งเป้าที่จะปกป้องผลประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง สิ่งที่เห็นคือ ถ้าประเทศร่ำรวยจะให้อะไรกับประเทศจนก็มักจะคิดรอบคอบแล้วว่า ต้องมีการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าเสมอ คณะทำงานที่ได้เตรียมกำหนดแผนการประชุมเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้าในปีหน้า คาดว่าคงจะมีผลสรุปไปรายงานในการประชุมระดับรัฐมนตรีที่ฮ่องกงปลายปี 2548 ได้ ในเรื่องอำนวยความสะดวกทางการค้านั้น ควรจะเป็นเพียงเครื่องมือของสมาชิกในการเอื้อให้การค้าระหว่างประเด็นที่จะต้องมาเจรจาต่อรองกัน โดยเฉพาะนำไปโยงกับเรื่องสำคัญอื่นด้วย ซึ่งจะทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นเพียงไพ่ใบหนึ่งที่ใช้ในการต่อรองเรื่องสำคัญอื่นๆ การอำนวยความสะดวกทางการค้า ควรเป็นเรื่องที่สมาชิกต้องทำให้เกิดขึ้นและจบให้เร็วที่สุด จะได้เหลือเฉพาะเรื่องสำคัญที่ต้องเจรจาต่อรองกัน เช่น สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม และสินค้าบริการ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเจรจากันอีกนาน ตราบใดที่ทุกประเทศยังไม่มีเครื่องมือนี้ที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ก็ยากที่จะทำให้การอำนวยความสะดวกทางการค้าโลกเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะหากประเทศพัฒนาแล้ว คิดว่า น่าจะรอจนกว่าประเทศกำลังพัฒนาหรือยากจนสามารถจะพัฒนาเศรษฐกิจตัวเอง สร้างความสามารถอำนวยความสะดวกทางการค้าได้เอง ก็คงต้องรอไปอีกนาน เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้ประเทศยากจนเหล่านี้ทำได้ เมื่อประเทศยากจนไม่สามารถพัฒนาความสามารถได้ จึงกลายเป็นเงื่อนไขที่หยิบยกขึ้นมาใช้เป็นข้อต่อรองว่า หากจะมีการตกลงในเรื่องอำนวยความสะดวกทางการค้า ประเทศพัฒนาแล้วต้องให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศยากจนที่มากพอ รวมทั้งการให้สิทธิพิเศษที่แตกต่างด้วย ซึ่งแน่นอนทำให้ประเทศพัฒนาชะงักไปเหมือนกัน เพราะไม่มีประเทศใดอยากจะเสียสละลงทุนให้คนอื่นก่อนโดยที่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้คืนหรือเปล่า ถือเป็นเรื่องที่น่าติดตามดูว่าเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้าที่ทุกฝ่ายเห็นชอบแล้วว่าเป็นเรื่องที่ดี จะมีประเทศใดบ้างที่ผลักดันการเจรจาจริงจัง หรือในที่สุดจะใช้ประเด็นนี้เป็นเพียงไพ่สำรองไว้ต่อรองเจรจาในเรื่องสำคัญอื่นเช่นที่ผ่านมา
|