|
||||||||||||||
|
แก้หนี้นอกระบบเหลว
คอลัมน์ จอดป้ายประชาชื่น *เศรษฐ์ สันติ* psanti@matichon.co.th มติชนรายวัน วันที่ 06 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9767 แนวคิดในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ(ที่ขูดรีด)ให้แก่ประชาชนเป็นเรื่องดี แต่การดำเนินการต้องทำอย่างจริงจัง คำนึงถึงสภาพความจริง ไม่ทำแบบฉาบฉวย แต่กลับตีปี๊บใหญ่โตหรือโฆษณาชวนเชื่อว่า ทำสำเร็จโดยหวังผลทางการเมืองเพียงอย่างเดียวเพราะเท่ากับเป็นการแหกตาชาวบ้าน เคยนำข้อมูลมาเขียนในที่นี้แล้วครั้งหนึ่งว่า ถ้าดูเนื้อในที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฆษณาชวนเชื่ออ้างว่า การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่มีผู้มาลงทะเบียนให้รัฐบาลช่วยเหลือ 1,773,456 รายนั้น ผ่านกระบวนการเจรจาเรียบร้อยแล้ว 100% พบว่า ประสบผลสำเร็จต่ำ เพราะมีลูกหนี้ที่ยอมโอนเข้าสู้ระบบธนาคารของรัฐ 5 แห่ง เพียง 276,455 รายหรือ ร้อยละ 15.59(มีมูลหนี้ 22,004 ล้านบาท จากมูลหนี้ 1129,739 ล้านบาท หรือ 16.99%) ของผู้มาลงทะเบียนกว่า 1.77 ล้านราย ที่เหลืออีกเกือบ 75% อ้างว่า ลูกหนี้กับเจ้าหนี้สามารถตกลงกันได้เองบ้าง ลูกหนี้ขอถอนตัวบ้างเพราะเข้าใจผิดว่า รัฐบาลจะจ่ายหนี้แทนให้(มีสัดส่วนเกือบ 35% ติดต่อลูกหนี้ไม่ได้บ้าง(อัตราส่วนสูงเกือบ 15%) ฯลฯ ล่าสุดได้รับข้อมูลจากศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน กระทรวงการคลังซึ่งกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รายงานมาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ถึงผลการเจรจาหนี้นอกระบบอ้างว่า จำนวนลูกหนี้นอกระบบ ที่มาลงทะเบียน 1,765,033 ราย (ตัวเลขลดลงไม่ตรงกับครั้งที่แล้ว ซึ่งรายงานเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2547) มูลหนี้ 136,382 ล้านบาท (ตัวเลขเพิ่มขึ้นกว่ารายงานครั้งที่แล้ว) ผ่านการเจรจาแล้ว 1,625,275 ราย หรือร้อยละ 92.08 มูลหนี้ 124,730 ล้านบาท หรือ 91.46 มีหนี้ที่ยังไม่ผ่านการเจรจาเพียง 139,758 ราย หรือร้อยละ 7.92 มูลหนี้ 11,652 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.54 ดูตัวเลขเผินๆ การเจรจาก็น่าจะประสบความสำเร็จดี แต่ดันไม่ได้บอกเนื้อในว่า ที่ผ่านกระบวนการเจรจาแล้วกว่าร้อยละ 92 นั้นเป็นอย่างไรบ้าง เช่น ลูกหนี้ที่ทิ้งการเจรจาเพราะเข้าใจผิดคิดว่ารัฐบาลจะจ่ายหนี้แทนมีจำนวนเท่าใด(ทำไมประชาชนเข้าใจผิด เป็นเพราะการโฆษณาชวนเชื่อ?) หรือลูกหนี้หายไปเฉยๆ จำนวนเท่าใด อย่างไรก็ตาม มีตัวเลขลูกหนี้นอกระบบที่ยอมเข้าสู่ระบบธนาคารหรือเป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 5 แห่ง คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.),ธนาคารออมสิน,ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารอาคารสงเคราะห์,ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม รวมแล้วเพียง 180,249 ราย มูลหนี้ 14,095 ล้านบาท หรือ 10% เศษของ 1.76 ล้านรายเท่านั้น ที่เหลืออีกเกือบ 90% หายไปไหนอย่างไร ไม่มีรายละเอียด แต่จากข้อมูลเดิมเชื่อว่าเกือบร้อยละ 40 เข้าใจผิดคิดว่ารัฐบาลจะจ่ายหนี้แทนให้ เมื่อมิได้เป็นเช่นนั้น จึงทิ้งการเจรจา(ย้ำไม่ใช่ผ่านกระบวนการเจรจา) ในจำนวน 10% เศษที่ยอมเข้าสู่ระบบธนาคารนั้น ปรากฏว่าข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 พบว่า สามารถจ่ายเงินกู้ให้ไปแล้วเพียง 14,914 ราย หรือร้อยละ 26.5 เป็นมูลหนี้ 3,063 ล้านบาท หรือร้อยละ 21.7 ขณะที่มีลูกหนี้ที่ธนาคารของรัฐ 5 แห่งไม่สามารถให้กู้ได้ (อาจเป็นเพราะขาดหลักฐานการกู้ยืมเงิน,ไม่มีหลักทรัพย์?) สูงถึง 31,451 ราย หรือประมาณ 17% ยังมีลูกหนี้คงเหลือที่ธนาคารยังไม่ปล่อยกู้ให้ (อาจเป็นเพราะยังมิได้พิจารณาหรือพิจารณายังไม่เสร็จ) 101,069 ราย หรือกว่า 51% การที่จำนวนลูกหนี้นอกระบบกว่า 1.76 ล้านราย ยอมโอนเข้าสู้ระบบธนาคารเพียง 1.8 แสนราย หรือ 10% เศษนั้น สะท้อนข้อเท็จจริงอย่างน้อย 3 ประการ หนึ่ง การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้แก่ประชาชนให้ประสบความสำเร็จยังห่างไกลความเป็นจริง สอง หนี้นอกระบบยังมีความจำเป็นต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนด้วยเหตุผลหลายอย่าง แม้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าหนี้ในระบบก็ตาม สาม การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ต้องเข้าใจสภาพความเป็นจริงของปัญหา และดำเนินการอย่างรอบคอบรอบด้าน การอาศัยแต่เพียงการโฆษณาชวนเชื่ออย่างเดียวกลับสร้างผลกระทบในด้านลบ เช่น เข้าใจผิดคิดว่ารัฐบาลจะจ่ายหนี้แทนให้และทำให้ทุกอย่างล้มเหลว หน้า 20
|