|
||||||||||
|
มารู้จักโครงการ GFMIS เบิกจ่ายงบฯออนไลน์ โปร่งใสฉับไวผ่านกรุงไทย
มติชนรายวัน วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9699 ก่อนที่โครงการเปลี่ยนระบบการบริหารการคลังภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Government Fiscal Management Information System หรือ GFMIS)จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ควรทำความรู้จักกับโครงการนี้พอสังเขป เพื่อให้รู้จักนโยบายใหม่ของรัฐบาลที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้บริการแก่ประชาชนโดยตรง =ลดขั้นตอนเอกสาร ระบบดังกล่าวเป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับงานด้านการเงิน การบัญชีและระบบการเบิกจ่ายภาครัฐ ซึ่งคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติโครงการนี้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2546 โดยว่าจ้างให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ติดตั้งและวางระบบคอมพิวเตอร์ในส่วนฮาร์ดแวร์ และมอบหมายให้บริษัท ทีเอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับช่วงต่อจากธนาคารกรุงไทย ดำเนินการด้านซอฟต์แวร์ ระบบการเบิกจ่ายผ่านระบบ GFMIS จะทำให้กระบวนการในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของส่วนราชการต่างๆ ลดขั้นตอนเอกสาร โดยไม่ต้องมีการเขียนใบฏีกาเบิกจ่ายอีก เพียงแต่ใส่ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ก็จะส่งข้อมูลมายังกรมบัญชีกลาง และเมื่อตรวจสอบเรียบร้อย ก็จะอนุมัติการเบิกจ่ายเงิน จากบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และโอนเงินเข้าบัญชีแก่ผู้รับงานของส่วนราชการได้ทันที "อัศวิน วราทร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายระบบงานโครงการ GFMIS เคยชี้แจงเรื่องนี้ไว้ในนิตยสารการเงินการธนาคารว่า ทุกส่วนราชการจะเริ่มใช้ระบบนี้ในการเบิกจ่ายเงิน โดยระบบดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการปฏิรูประบบราชการ ที่ให้ความโปร่งใส เมื่อนำไปใช้กับการบริหาร การกระจายอำนาจ การใช้เงิน ตลอดจนสร้างวิธีปฏิบัติงานที่ติดตามตรวจสอบได้อย่างชัดเจน และยังสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบได้ทุกระดับ ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดของแผนระยะแรก และแผนระยะที่ 2 จะมีรัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมต่อไป "โครงการนี้จะเปลี่ยนแปลงระบบงานหลักในส่วนที่เป็นการปฏิบัติงานภายในของรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความโปร่งใส ความสะดวกรวดเร็วในการบริการประชาชน และเกิดฐานข้อมูลสำคัญด้านเศรษฐกิจและการเงิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วยงานราชการและบุคคลใน ครม.สามารถเรียกดูได้อย่างทันท่วงที เพื่อช่วยในการตัดสินใจและการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ" =โครงสร้าง 5 กลุ่มมาตรฐานรหัส ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กระบวนการต่างๆ ดำเนินการไปหลายขั้นตอน เริ่มที่จัดทำระบบงานหลัก ด้านการบริหารงบประมาณ ระบบบัญชีการเงิน แบบเกณฑ์คงค้าง บัญชีสินทรัพย์ถาวร บัญชีต้นทุน บัญชีบริหาร การรับ/จ่ายเงินงบประมาณ โดยการเบิกจ่ายตรงเข้าสู่บัญชีคู่สัญญา การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารเงินสดและเงินคงคลัง การบริหารทรัพยากรบุคคล กำหนดมาตรฐานรหัสและมาตรฐานการปฏิบัติงานให้เป็นรูปแบบเดียวกันในทุกส่วนราชการและจังหวัด เพื่อให้การปฏิบัติงานและการรวบรวมข้อมูลเป็นระบบที่อยู่บนโครงสร้างรหัสเดียวกัน ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ โดย 5 กลุ่มมาตรฐานรหัส ประกอบด้วย มาตรฐานกลุ่มรหัสโครงสร้างส่วนราชการและพื้นที่ มาตรฐานกลุ่มรหัสงบประมาณและผลผลิต มาตรฐานผังบัญชี รหัสบัญชีแยกประเภทบัญชีต้นทุนและบัญชีบริหาร มาตรฐานกลุ่มรหัสพัสดุ GPSC (Government Product and Service Code)และมาตรฐานกลุ่มรหัสบุคลากร สำหรับมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ถูกกำหนดใน 5 กระบวนการคือ 1.กระบวนการจัดสรร โอนหรือย้ายงบประมาณอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการปรับเปลี่ยนการจัดสรร/ อนุมัติเงินงวดให้เป็นไปตามแผนการใช้เงินรายเดือนของส่วนราชการที่เสนอ และสำนักงบประมาณเห็นชอบ รวมถึงดำเนินการโอน/ย้ายงบประมาณในระบบ GFMIS โดยตรง และเตรียมยกเลิกการพิมพ์ใบงวดให้แก่ส่วนราชการ เนื่องจากส่วนราชการผู้ใช้ระบบดังกล่าวสามารถเรียกดูข้อมูลการจัดสรร โอน/ย้ายงบประมาณได้ทันทีจากระบบ 2.กระบวนงานการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ การรับรู้/นำส่งรายได้แผ่นดินและเบิกจ่ายฎีกาอิเล็กทรอนิกส์ แบ่งเป็น 2 กระบวนการคือ 1) ปรับขั้นตอนการบันทึกการรับรู้/การนำส่งรายได้แผ่นดิน และการกระทบยอดรายการของส่วนราชการ โดยส่วนราชการทำการบันทึกรายการตรงในระบบ ในกรณีส่วนราชการจัดเก็บรายได้หลักที่มีปริมาณรายการมา เช่น กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ระบบ GSMIS จะเชื่อมโยงตรงสู่ระบบและ 2)การจ่าย ดำเนินการจ่ายตรง โอนเงินเข้าสู่บัญชีผู้ขายและข้าราชการเตรียมการลด/ยกเลิกเอกสารการเบิกจ่าย ระหว่างส่วนราชการและกรมบัญชีกลาง/คลังจังหวัด เพื่อลดขั้นตอน เพิ่มความรวดเร็วในการเบิกจ่าย 3.กระบวนการจัดทำบัญชีอิเล็กทรอนิกส์แบบเกณฑ์คงค้าง บัญชีต้นทุน และบัญชีบริหาร เพื่อสร้างให้เกิดระบบงานมาตรฐานด้านการบัญชีของทุกส่วนราชการและประเทศ เพื่อลดภาระในการปฏิบัติงาน เพิ่มความสะดวก ความรวดเร็วในการปิดบัญชีและจัดทำรายงานของทุกส่วนราชการ รวมถึงการจัดทำทะเบียนสินทรัพย์ถาวรกลาง และเริ่มการบันทึกรายการบัญชีต้นทุน 4.กระบวนการตรวจสอบอิเล็กทรอนิกส์ สร้างให้เกิดข้อมูลเพื่อการติดตาม ตรวจสอบ ในระบบรวมถึงการจัดเก็บข้อมูลย้อนหลัง เพื่อการตรวจสอบในอิเล็กทรอนิกส์ มีเดีย แทนการจัดเก็บรายงานที่เป็นกระดาษ ทำให้ลดปริมาณเอกสารและสถานที่จัดเก็บของส่วนราชการ 5.กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์กำหนดมาตรฐานรหัสพัสดุ เพื่อสร้างให้เกิดแคตตาล็อก อิเล็กทรอนิกส์กลาง เพื่อสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างแบบ อี-ช้อปปิ้ง อี-อ็อกชั่น และอี-เทนเดอริ่งในอนาคต โดยบันทึกรายการจัดซื้อจัดจ้างในระบบ ทั้งการจัดซื้อโครงการ มูลค่าสูง และการจัดซื้อวัสดุใช้สอยทั่วไป มูลค่าต่ำแต่มีปริมาณมาก รวมถึงวิเคราะห์เปรียบเทียบราคากลางพัสดุแต่ละกลุ่มกระบวนการ =ติดตั้งเครือข่ายทั่วประเทศ สำหรับรายละเอียดด้านเทคนิคและระบบคอมพิวเตอร์นั้น มีการติดตั้งศูน์คอมพิวเตอร์ และศูนย์สำรองตามหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งประกอบด้วยคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายจำนวน 1,200 เครื่อง พร้อมทั้งติดตั้ง Centralized/Network Server แบบ Fully Redundancy/Mirror Disk Storage และอุปกรณ์ Back-up อย่างสมบูรณ์ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์และศูนย์สำรอง รวมทั้งติดตั้งเครือข่ายระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุดแบบ Public Key Infrastructure(PKI) และ Virtual Private Network(VPN) ทั่วประเทศ การติดตั้ง PC Terminal และ Printer ให้แก่ส่วนราชการหลัก และผู้บริหารระดับสูงระดับกระทรวง กรม จังหวัด จำนวน 1,200 จุดที่เชื่อมโยงเครือข่ายไปยังศูนย์คอมพิวเตอร์ และศูนย์สำรองตลอดจนพัฒนาโปรแกรมระบบงานต่างๆ ด้วย =ใช้ควบแบบเดิม3เดือนแรก ก่อนเริ่มใช้งานจริง จะมีการทดลองระบบโดยเปิดใช้ทดลองใช้สามครั้งในเดือนสิงหาคม ต้นเดือนกันยายนและปลายเดือนกันยายน เพื่อทดสอบว่าระบบจะล่มหรือไม่ และในช่วง 3 เดือนแรกที่เริ่มใช้ ระบบจะยังคงทำงานคู่ขนานกับระบบเก่า จึงสามารถนำข้อมูลที่ได้จากระบบใหม่มาเปรียบเทียบว่าตัวเลขตรงกันหรือไม่ เมื่อระบบใหม่เริ่มเข้าที่จึงจะตัดระบบเก่าออกทั้งหมด ซึ่งคาดว่าหลังจากใช้งานระบบใหม่ประมาณ 6 เดือน จะสามารถยกเลิกระบบเดิมได้ทั้งหมด 250 หน่วยงานทั่วประเทศ ทั้งนี้ ระบบคอมพิวเตอร์ของโครงการ GFMIS สามารถรองรับการทำงานได้ถึง 3 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้เป็นข้าราชการและผู้ที่เกี่ยวข้องรวมแล้วประมาณ 15,000 คนเป็นอย่างต่ำ อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวจะครอบคลุมการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ในส่วนที่ต้องจ่ายให้ผู้ที่เข้ารับงาน จากหน่วยงานราชการเท่านั้น และจะไม่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินเดือนของข้าราชการ โดยการเบิกจ่ายเงินเดือนข้าราชการยังคงใช้วิธีการเบิกจ่ายแบบวางฎีกาแบบเดิม เนื่องจากการเบิกจ่ายเงินเดือนมีรายละเอียดมาก และมีการเปลี่ยนแปลงอัตราเงินเดือน ตามขั้นเงินเดือนทุกปีงบประมาณ ดังนั้น การใช้ระบบ GFMIS ช่วงแรก จึงต้องจับตาดูให้ดีว่า จะสามารถรองรับการปฏิบัติงานได้อย่างที่รัฐบาลคาดหวังหรือไม่ ก่อนจะขยายผลไปใช้กับระบบบริหารการเงินของรัฐวิสาหกิจต่อไป หากสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้จ่ายเงินงบประมาณได้ทั้งระบบ การบริหารงบประมาณคงเกิดประสิทธิภาพขึ้นอีกไม่น้อย หน้า 20
|