|
||||||||||
|
สุภิญญานิยม
คอลัมน์ ดุลยภาพดุลยพินิจ โดย ผาสุก พงษ์ไพจิตร มติชนรายวัน วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9699 กรณีที่คุณสุภิญญา กลางณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ(คปส.) ถูกบริษัทชินคอร์ป ฟ้องฐานหมิ่นประมาทเป็นกรณีที่น่าสนใจมาก หนึ่งเพราะค่าเสียหายที่เรียกร้องนั้นสูงมากถึง 400 ล้านบาท หรือเท่ากับเงินเดือนของคุณสุภิญญา 2,777 ปี ทีเดียว(แต่หากเทียบกับรายได้ของชินคอร์ปที่เป็นโจทก์ ก็เป็นรายได้ใน 1 อาทิตย์ เท่านั้น) ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ข้อความที่ถือว่าหมิ่นประมาทนั้นดูเหมือนว่าจะไม่แตกต่างจากที่คนอื่นๆ เคยตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนแล้ว ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเหตุผลที่แท้จริงที่คุณสุภิญญาถูกฟ้องนี้คืออะไรกันแน่ เป็นไปได้ว่าที่คุณสุภิญญาแตกต่างจากขาประจำรายอื่น นั้นไม่ใช่ข้อความที่เธอพูด แต่อาจเป็นเพราะคุณสุภิญญาเป็นเอนจีโอที่ทำงานแข็งขันด้านการรณรงค์เพื่อปฏิรูปสื่อ และทำงานได้ผล สิ่งที่คุณสุภิญญาพยายามทำถ้าสำเร็จจะส่งผลสะเทือนกว้างขวางกว่าชื่อเสียงของบริษัทๆ หนึ่ง ประเด็นที่คุณสุภิญญาพยายามนำเสนอ เพื่อให้สาธารณะชนได้ฉุกคิด และหาทางปรับปรุงให้ดีขึ้น คือ การตั้งคำถามสำคัญหลายคำถาม เช่นทำไมประเทศไทยซึ่งรัฐบาลปัจจุบันประสงค์จะปรับฐานะ ให้เป็นสมาชิกของประเทศพัฒนาแล้วเช่น กลุ่มโออีซีดี(OECD) จึงยังมีสื่อวิทยุและโทรทัศน์อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานภาครัฐแทบหมดสิ้น แม้ว่าเหตุผลในเรื่องความมั่นคงของประเทศสมัยสงครามเย็นจะผ่านพ้นไปแล้วกว่า 20 ปี เหตุใดกองทัพจึงยังเป็นเจ้าของสถานนีโทรทัศน์ถึง 2 ช่อง และคลื่นวิทยุอีกกว่า 200 คลื่น รายได้จากการดำเนินกิจการเหล่านี้ไปที่ไหน? ทำไมการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสื่อหลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อ พ.ศ. 2535 จึงไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรม เกินกว่าการเขียนมาตรา 40 ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540? เหตุใดเป้าประสงค์สถานีโทรทัศน์ iTV ซึ่งเกิดขึ้นเพราะเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เพื่อให้เป็นโทรทัศน์เสรีที่ให้บริการด้านข่าวเป็นหลัก จึงถูกล้มเลิกไปโดยที่เสียงของสาธารณะชนที่ต่อต้าน ไม่มีความหมายแต่อย่างใด? และเหตุใดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ(กสช.) ตามเจตนารมณ์ของ มาตรา 40 รัฐธรรมนูญใหม่ จึงยังไม่เกิดขึ้น แม้เวลาจะผ่านไป 7 ปีแล้ว? ความล่าช้าในขบวนการปฏิรูปสื่อนี้ทำให้คนจำนวนมากไม่เชื่อว่าแม้จะมี กสช. ก็คงไม่สามารถทำให้สถานการณ์ด้านการปฏิรูปสื่อดีขึ้นแต่อย่างใด ทำไมการรณรงค์เพื่อให้มีการปฏิรูปสื่อของคุณสุภิญญามีประสิทธิผล จนมีความพยายามขัดขวางงานของเธอ เหตุผลประการหนึ่งเป็นเพราะว่าคุณสุภิญญาทำงานอย่างเปิดเผย เธอไม่มีผลประโยชน์อะไรแอบแผง เธอได้รับการตอบสนองจากสื่อสิ่งพิมพ์เป็นอย่างดี นอกจากนั้น ประเด็นเรื่องเสรีภาพของสื่อ เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและทวีความสำคัญขึ้นในสังคมไทยในช่วง 2-3 ปีนี้ ด้วยเหตุผล 2 ประการ ประการที่ 1 ธุรกิจสื่อและอุตสาหกรรมบันเทิง เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และสร้างผลกำไรจำนวนมหาศาลแก่เจ้าของกิจการ การบริโภคสื่อและกิจกรรมบันเทิงทุกรูปแบบกำลังขยายตัวในอัตราสูงกว่าอัตราความเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจโดยรวม บริษัทเช่น แกรมมี่ฯที่เริ่มจากบริษัทเล็กๆ พัฒนาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ภายในเวลาไม่กี่ปี ตระกูลมาลีนนท์ ซึ่งได้รับสัมปทานบริหาร ช่อง 3 กลายเป็นหนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งติดอันดับต้นๆ ในเวลาไม่ช้าไม่นาน ขณะนี้กล่าวได้ว่า กิจการสื่อและการบันเทิงกำลังบูมสุดขีด และเป็นธุรกิจที่ทำกำไรให้มากและรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ ประการที่ 2 สำหรับการเมืองไทยในยุคสมัยของประชานิยมในขณะนี้ สื่อในฐานะเครื่องมือการสร้างภาพพจน์ให้กับนักการเมืองและพรรคมีความสำคัญขึ้นมาก การเลือกตั้งปี 2544 เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ การใช้สื่อมวลชนทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เป็นกุญแจสู่การได้มาและการคงไว้ซึ่งอำนาจทางการเมืองอย่างแท้จริง ผู้ที่อยู่ในอำนาจเข้าใจความสำคัญที่จะต้องเข้าควบคุมสื่อเป็นอย่างดี เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง ผู้ดำเนินรายการที่สัมภาษณ์คุณเอกยุทธทางโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ตกงานอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว คุณสุภิญญาเป็นเป้าให้ยิงไม่ใช่เพราะสิ่งที่เธอพูด แต่เป็นเพราะสิ่งที่เธอรณรงค์มากกว่า คุณสุภิญญาเรียกร้องให้สื่อมีเสรีภาพมากขึ้น การเรียกร้องเช่นนั้นคุกคามกลุ่มผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และการเมืองบางกลุ่ม ที่สำคัญในโครงสร้างอำนาจทางการเมืองไทยปัจจุบัน กรณีฟ้องร้องคุณสุภิญญา มิใช่เป็นเพียงการข่มขู่เพียงตัวเธอเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญะแสดงการข่มขู่คนอื่นๆ ที่มีจุดยืนเช่นเดียวกันด้วย ผู้เขียนขอชื่นชมคุณสุภิญญาและให้กำลังใจอย่างเต็มที่ หน้า 6
|