หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
Work "n" Stop ของ SEMCO

มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ pasu@acc.chula.ac.th   กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  28  กันยายน  2547

สัปดาห์นี้ เราต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วนะครับ นั่นคือ กรณีศึกษาของบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งในบราซิล ชื่อ SEMCO ซึ่งเป็นบริษัทที่เป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่วโลก ถึงวิธีการบริหารที่แปลกกว่าชาวบ้านเขา แต่ก็ยังประสบความสำเร็จ และขยายกิจการเรื่อยมา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นำเสนอถึงการที่บริษัทแห่งนี้ เขาอนุญาตให้พนักงานสามารถเกษียณอายุได้ตั้งแต่ช่วงหนุ่มสาว (เพื่อเอาช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรงไปทำสิ่งที่อยากทำ) และยังสามารถกลับมาทำงานตอนอายุมากได้ด้วย (เนื่องจากช่วงนั้นมีเวลาว่างมากขึ้น) สัปดาห์นี้เรามาดูต่อถึงอีกโครงการหนึ่งของ SEMCO ซึ่งเรียกได้ว่า สร้างสรรค์ไม่แพ้ที่นำเสนอในสัปดาห์ที่แล้ว โครงการนี้มีเชื่อว่า Work "n" Stop หรือการทำงานไปแล้วหยุดได้ (เป็นปีๆ ครับ)

ภายใต้โครงการนี้ พนักงานของ SEMCO สามารถหยุดงานได้ถึงสามปี เพื่อไปทำในสิ่งที่ตนเองอยากจะทำ หรือต้องการที่จะทำ ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะคล้ายๆ กับ Sabbatical Leave ในแวดวงมหาวิทยาลัย เพียงแต่ของมหาวิทยาลัยนั้น อาจารย์สามารถลาพักได้ไม่เกินหนึ่งปี และจะต้องมีผลงานวิจัยหรือวิชาการมานำเสนอเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการลา แต่ของ SEMCO นั้น พนักงานสามารถที่จะหยุดได้ถึง สามปี แถมไม่ต้องนำเสนอผลงานใดด้วย เพียงแต่ในช่วงลานั้น ทางบริษัทเขาจะไม่จ่ายเงินเดือนให้

แต่สิ่งที่ SEMCO ทำนั้น ก็คือถ้าพนักงานต้องการที่จะใช้สิทธินี้ ทางบริษัทก็จะหักเงินเดือนบางส่วนของพนักงานไว้ และเมื่อพนักงานสะสมได้จำนวนหนึ่ง ที่พอจะครอบคลุมการดำรงชีวิตในช่วงที่พนักงานลาหยุดได้ บริษัทก็จะจ่ายเงินก้อนนี้ให้พนักงาน เพื่อให้หยุดได้ตามที่ต้องการ เรียกได้ว่า บริษัททำหน้าที่เป็นธนาคารไว้ให้กับพนักงาน เพื่อสะสมเงินไว้สำหรับการหยุดพักผ่อนของพนักงาน

ทีนี้ท่านผู้อ่านคงสงสัยนะครับว่า ถ้าในช่วงที่พนักงานลาหยุด บริษัทจะหาคนมาทำงานได้อย่างไร และพนักงานที่ลาหยุดจะแน่ใจได้อย่างไรว่า กลับมาแล้วยังมีงานให้ทำอยู่? ที่ SEMCO จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับ Internal Headhunter เพื่อหาพนักงานภายในบริษัทที่พร้อม และอยากจะมาทำงานชั่วคราว ในตำแหน่งที่ได้มีผู้ลาหยุดไป ซึ่งถ้าสามารถหาพนักงานจากภายในบริษัทมาทำแทนได้ โอกาสที่พนักงานที่หยุดพัก จะได้กลับมาทำงานในตำแหน่งเดิมก็เป็นไปได้สูงครับ

ในขณะเดียวกัน ถ้าไม่สามารถหาพนักงานจากภายในมาทำงานแทนได้ ก็จะต้องหาพนักงานใหม่จากภายนอกเข้ามาแทนที่ ซึ่งถ้าเป็นกรณีดังกล่าว โอกาสที่พนักงานที่ลาหยุดไป จะได้กลับมาทำที่เดิมก็น้อยลงครับ แต่ก็ไม่ต้องห่วงนะครับ เนื่องจากที่บริษัท SEMCO เขาไม่ทอดทิ้งพนักงานครับ เนื่องจากยังไงบริษัทก็หาที่ลงให้กับพนักงานจนได้

โครงการ Work "n" Stop ของ SEMCO ทำให้พนักงานสามารถสร้างความสมดุล ทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ในขณะเดียวกัน เมื่อพนักงานกลับเข้ามาทำงานที่บริษัทอีกครั้งหนึ่ง ก็จะทำให้บริษัทได้พนักงานที่สดใส กระตือรือร้นและพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ และส่งผลให้อัตราการลาออกของพนักงานลดน้อยลง เป็นอย่างไรครับโครงการ Work "n" Stop ไม่ทราบว่าพอจะนำมาใช้ในบริษัทในไทยได้หรือไม่

นอกจากโครงการ Work "n" Stop แล้ว บริษัท SEMCO ยังมีนวัตกรรมในเรื่องของการพัฒนาพนักงานอีกด้วยครับ บริษัทจะมีการจัดสรรงบประมาณประมาณหนึ่งในสามของรายได้ เพื่อการพัฒนาและอบรม และเปิดโอกาสให้พนักงานแต่ละคน สามารถบริหารการอบรม และเส้นทางอาชีพของตนเองได้ เนื่องจากพนักงานแต่ละคน จะได้รับการจัดสรรงบประมาณในการอบรม และพัฒนาที่แตกต่างกัน (ตามงานของแต่ละคน) และพนักงานสามารถนำงบประมาณนั้น ไปเลือกซื้อโปรแกรมการอบรม และพัฒนาได้จากเมนูการอบรม และพัฒนาที่บริษัทจัดไว้ให้

เพราะฉะนั้น พนักงานของ SEMCO จึงมีอิสระในการเลือกสิ่งที่ตนเองอยากจะอบรมและพัฒนา โดยไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามสิ่งที่บริษัทกำหนดหรือต้องการ แต่พนักงานเองก็จะต้องมั่นใจด้วยว่า ตนเองมีทักษะ และความสามารถที่เพียงพอ ที่จะทำงานในหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีคุณภาพ

แนวคิดในลักษณะนี้มุ่งเน้นที่ตัวผลงานนะครับ นั้นคือ ถ้าพนักงานมีทักษะและความสามารถอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปอบรมเพิ่มเติมในงานของตัวเองให้เสียเวลา แต่การไปอบรมในสิ่งที่พนักงานผู้นั้นต้องการ (เช่น ภาษา คอมพิวเตอร์ บุคลิกภาพ หรือแม้กระทั่งการแต่งหน้า) ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์กับบริษัทมากกว่า แต่ก็ต้องอย่าลืมนะครับว่า ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพนักงานสามารถทำงานตามหน้าที่ของตนเองได้ดีอยู่แล้ว

ท่านผู้อ่านจะสังเกตว่าที่ SEMCO เขาถือว่า พนักงานทุกคนเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ ดังนั้น ตัวพนักงานแต่ละคนจึงจะเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดว่า ตนเองมีความต้องการในการอบรม และพัฒนาในเรื่องอะไรบ้าง แถมการเลือกโปรแกรมการอบรมในลักษณะดังกล่าว ยังเปิดเผยให้เห็นถึงความสนใจที่แท้จริงของพนักงานอีกด้วย ซึ่งสุดท้ายแล้ว ก็กลายเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับบริษัท

แนวคิดและปรัชญาการบริหารหลายๆ ประการของ SEMCO เขาน่าสนใจมากครับ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านในการนำไปปรับใช้บ้างนะครับ แต่จะให้นำไปใช้เหมือนกันทั้งหมดคงลำบากครับ อ่านตัวอย่างบริษัทเขาก็ทำให้นึกอยากจะไปดูงานที่บริษัทเขาจริงๆ นะครับ ว่า ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ในทางปฏิบัติเป็นไปได้อย่างไร