|
||||||||||
|
ภาษีสรรพสามิตกับเรือประมง
โดย ชลิต กิติญาณทรัพย์ มติชนรายวัน วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9688 เมื่อเร็วๆ นี้คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มีความคิดอยากจะเพิ่มภาษีสรรพสามิตกับสินค้าที่ทำลายสุขภาพ อาทิ เหล้า บุหรี่ เนื่องจากรัฐบาลต้องเสียเงินค่าดูแลรักษาพยาบาลคนที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง เป็นโรคทางเดินหายใจ และยังกล่าวถึงภาษีสินค้าอบายมุข อย่างสถานบริการอาบอบนวด ถือได้ว่าเป็นแนวคิดที่น่าสนับสนุน แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่งเพราะสินค้าอย่างสุรา บุหรี่ถูกกฎหมายนั้นมีคู่แข่งขันสำคัญ คือ สุราและบุหรี่หนีภาษี ซึ่งวางขายอยู่เกลื่อนตลาดอย่างไม่น่าเชื่อว่ากลไกของรัฐจะปล่อยปละละเลยเช่นนี้ พูดถึงภาษีสรรพสามิต ตามหลักการบริหารภาษีนั้น เป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่เรียกเก็บจากสินค้าที่รัฐบาลไม่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนอุปโภคบริโภค การประกาศเพิ่มภาษีสรรพสามิต เหล้า บุหรี่ แต่ละครั้งมีความมุ่งหวังที่จะลดการบริโภคและลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข แต่สภาพความไม่จริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นยิ่งเพิ่มภาษีมากขึ้นเท่าไหร่ ปริมาณอุปโภคบริโภคยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว น้ำมัน เป็นสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิต เบนซินเก็บลิตรละ 3.6850 บาท ดีเซลหมุนเร็วเก็บลิตรละ 2.0550 บาท ดีเซลหมุนช้าเก็บลิตรละ 2.4050 บาท เพราะเหตุไรน้ำมันจึงถูกเรียกเก็บภาษีสรรพสามิต ทั้งๆ ที่เป็นสินค้าที่มีความจำเป็นการครองชีพในชีวิตประจำวันของประชาชน น้ำมันเป็นพลังงานใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ใช้ในการผลิตสินค้า ใช้ในการขนส่ง อื่นๆ จิปาถะ การเรียกภาษีสรรพสามิตน้ำมันนั้นขัดกับหลักภาษีหรือไม่ มีคำตอบว่า "ไม่ขัด" เพราะสาเหตุของการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันนั้นมาจาก งบประมาณในการสร้างถนนหนทางใหม่ ซ่อมแซมบำรุงรักษาถนนของรัฐบาลนั้นสูงมาก ฉะนั้นเมื่อนำหลักการ "ใครใช้คนนั้นต้องรับภาระ" คนขับรถยนต์ รถบรรทุก ทุกคันจำเป็นต้องแบกรับภาระภาษีสรรพสามิต ถือได้ว่าเป็นธรรมและสอดคล้องกับหลักการ แต่หลักการนี้เมื่อนำมาบังคับใช้กับเรือประมง ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงแล้วน่าสงสัยอยู่ เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นเรือประมงขึ้นมาแล่นบนถนนสักครั้ง เห็นแต่แล่นโต้คลื่นอยู่ในทะเล ยกเว้นถูกยกขึ้นมาวางบนรถลาก แล้วทำไมเรือประมงต้องมาแบกภาษีสรรพสามิตน้ำมันร่วมกับรถยนต์เล่า เป็นปริศนาที่น่าสนใจยิ่ง ปริศนานี้ผมเดินไปถามไถ่ผู้รับผิดชอบในอดีตได้ความว่า เป็นเรื่องยุ่งยากในการที่จะไม่เก็บภาษีสรรพสามิต รัฐบาลไม่สามารถแยกได้ว่าน้ำมันดีเซลลอตไหนบ้างที่ใช้กับเรือประมง ลอตไหนที่ใช้กับรถยนต์ ถ้าแยกเก็บระหว่างเรือประมงกับรถยนต์น่าจะมีปัญหามากกว่า พอจะเข้าใจถึงความยุ่งยากในการจัดเก็บ แต่มีคำถามต่อเนื่อง เพราะเหตุใดน้ำมันเบนซินที่ใช้กับเครื่องบินถึงไม่มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ได้รับคำตอบว่า เครื่องบินไม่ได้ใช้ถนน ใช้เพียงรันเวย์ ซึ่งเขามีการจัดเก็บค่าใช้สนามบินไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าคิดเร็วแบบรวบรัด เรือประมงต้องเอาเงินมาจากค่าสร้าง และซ่อมถนนให้กับรถยนต์หรือเอามาอุดหนุนรถยนต์นั่นเอง แล้วจะทำยังไงกันดี วันนี้เรือประมงส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะเรือประมงที่ไม่สามารถแล่นออกไปเติมน้ำมัน(ไม่มีภาษี) ในทะเลหลวง กำลังได้รับความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันดีเซล ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะอุดหนุนราคาก็ตาม บางแห่งถึงขั้นขู่หยุดออกหาปลา ใครบ้างเอ่ยจะหาทางชดเชยให้กับเรือประมงเหล่านั้น เป็นคำถามง่ายที่อยากให้รัฐบาลช่วยตรองดูหน่อย หน้า 9
|