|
||||||||||
|
ฮีโร่ที่ทั้งโลกรู้จัก? ยกเว้นนักการตลาดไทย
วิถีทุน : จุมพฏ สายหยุด กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2547 วาทยกรชั้นนำของโลก "สุบิน เมธา" หรือบางคนก็เรียกว่า "สุบิน เมตตา" เชื้อสายอินเดีย สัญชาติอเมริกัน มีกิจวัตร ที่ต้องทำให้ท่าน เดินทางมาเมืองไทยทุกปี คือ "กินข้าวเหนียวมะม่วง" มีอยู่ปีหนึ่ง ซึ่งพิเศษสุดสักยี่สิบปีก่อน คุณสุบินมาเป็นวาทยกรให้กับวงนิวยอร์กฟิลฮาร์โมนิค ออเคสตรา ในกรุงเทพฯ เพื่อนของผมคนหนึ่งซึ่งยังเป็นเด็กมัธยมปลาย อยากฟังมากแต่ไม่มีเงินซื้อบัตร เลยไปยืนอยู่หน้าหอประชุมที่เปิดการแสดง รอจนพักครึ่ง จะมีแขกรับเชิญส่วนหนึ่งกลับบ้าน เพราะฟังเพลงไม่เป็น เพื่อนผมก็จะไปขอบัตรจากคนพวกนี้ แล้วก็เข้าไปฟัง ทุกวันนี้ เจ้าเพื่อนคนนี้เป็นเจ้าของร้านโฮมเธียเตอร์ ขายชุดเป็นล้าน มีสาขาตั้งแต่สยามดิสคัฟเวอรี่ ยัน ห้างเอ็มโพเรียม วันก่อนผมย่องไปร้านของมันตอนเจ้าตัวไม่อยู่ ปรากฏดีวีดีบัลเลต์เรื่อง Swan Lake (ธารหงส์ หรือห้วยหงส์-ผมตั้งเอง) ซึ่งเป็นเรื่องพื้นๆ แต่ร้านขายดีวีดี/วีซีดี ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ดันไม่มีขาย ปรากฏว่าร้านนี้มีถึงสามเวอร์ชั่น นับว่าไม่เสียเที่ยวที่เจ้าเพื่อนคนนี้ไปลำบาก ลำบนในวัยเยาว์ คอนเสิร์ตที่ สุบิน เมตตา เป็นผู้อำนวยเพลงในครั้งนั้น ไม่ได้สร้างเฉพาะเสี่ยโฮมเธียเตอร์เท่านั้น แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กชายวัยสิบสามอีกคนหนึ่ง ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นบุคคลที่โลกรู้จักในฐานะแชมป์โลก จากการแข่งขันวาทยกรระดับโลกชิงรางวัล "มาร์เซล วิล่า" ในมหานครนิวยอร์ก เมื่อสองปีก่อน มาร์เซล วิล่า นับเป็นรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ และมีเกียรติสูงสุดในวงการอำนวยเพลงของโลก ผมจำได้ว่าสื่อในเครือเนชั่นนี่ล่ะ เป็นผู้ที่รายงานความสำเร็จของ คุณบัณฑิต อึ้งรังษี แนะนำให้คนไทยรู้จักเขาในครั้งนั้น และล่าสุดเครือเนชั่นยังเป็นหนึ่งในการให้การสนับสนุนคอนเสิร์ต The Power of the Classics Music of Destiny บรรเลงโดย The Orchestra Internazionale d?Italia โดยที่คุณบัณฑิต เป็นผู้อำนวยเพลง ในวันที่ 3 ตุลาคมที่จะถึงนี้ นับเป็นครั้งที่สอง ที่ผู้ชมชาวไทยจะได้ดื่มด่ำ และชื่นชมความสามารถของคุณบัณฑิต ครั้งแรกคือเมื่อปีก่อนในเดือนสิงหาคม กับคอนเสิร์ต Music That Changed My Life โดยเล่นกับวงบางกอกซิมโฟนีออเคสตรา (BSO) มารอบนี้ คุณบัณฑิตจะเล่นกับวงจากอิตาลี ซึ่งแตกต่างจากช่วงที่ผ่านมา เราจะเห็นวาทยกรจากเมืองนอกมาอำนวยเพลงให้กับวงของคนไทย ผมคิดว่านี่คือบารมีของคุณบัณฑิต ผมต้องขอบันทึกรายชื่อของผู้อุปถัมภ์รายการครั้งนี้ นอกจากเครือเนชั่นแล้ว ก็ยังมี ธนาคารไทยพาณิชย์ การบินไทย Grade Asset Development, The Colony at Sukhumvit 11, Hutch, FedEx, ING Fund, Fujisu และ Lexus บันทึกเพื่อให้เห็นว่า ไม่เกินครึ่งเป็นบริษัทคนไทย ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นบริษัทต่างชาติ ที่เขาต้องมาช่วยอุดหนุนเรา แตกต่างจากการสนับสนุนฮีโร่เหรียญโอลิมปิก ที่มะรุมมะตุ้มจากบริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติไทยมากหน้าหลายตากว่านี้ แต่เพื่อความเป็นธรรม พอดีช่วงนี้มีอีกรายการ คือ Bangkok?s 6th International Festival of Dance & Music ซึ่งรายชื่อผู้อุปถัมภ์ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การบินไทย บีเอ็มดับบลิว บีกริม ปูนซิเมนต์ไทย อเมริกัน เอ็กซ์เพรส โรงแรมดุสิตธานี เอไอเอส องค์กรเหล่านี้โปรดรับการคารวะจากผู้เขียน เนื่องจากสิ่งที่ท่านทำนั้น จะคิดแบบนักการตลาดฉาบฉวย หรือไร้รสนิยมไม่ได้ นักการตลาดที่เทงบสนับสนุนฮีโร่เหรียญโอลิมปิก ก็ย่อมเล็งผลว่า เมื่อคนตื่นเต้นชื่นชม แห่แหนยินดีฮีโร่โอลิมปิก การที่เอาแบรนด์ของตนไปแปะไว้ตรงนั้น ก็ย่อมสร้างความรู้สึกเกี่ยวพันระหว่างความเป็นฮีโร่กับแบรนด์ ในแง่นี้ฮีโร่โอลิมปิก จึงเป็นเครื่องมือทางการตลาด เฮ้อ อะไรจะโหลและไร้รสนิยมขนาดนั้น แต่นักการตลาดไทย ท่านคงจะคิดถูกครับ เพราะไปถามคนไทย คนไหนก็ต้องรู้จักฮีโร่โอลิมปิก แต่ถ้าไปถามว่า รู้จัก บัณฑิต อึ้งรังษี หรือเปล่า ผมเชื่อว่าทั้งประเทศไม่เกินหนึ่งแสนคน เหมือนกับที่นายแพทย์ดำรงค์ ธนะชานันท์ เคยเขียนถึงเรื่องนี้มีความตอนหนึ่งว่า "ต้องผิดหวังที่มีคนเพียงหยิบมือเดียวที่รู้เรื่องราวนี้ ก็เอาเป็นว่า ในโรงพยาบาลที่ผมอยู่ ทั้งหมอทั้งพยาบาลและเจ้าหน้าที่นับเป็นพันๆ คน มีคนรู้ข่าวนี้เพียงไม่เกิน 5 คน อีกโรงพยาบาลหนึ่งที่ผมทำงานเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีฐานะ ทั้งโรงก็มีคนดีใจแทนเพียง 3 คน ไม่เหมือนแฟนเทนนิส แฟนฟุตบอล ความสนใจในคลาสสิกในประเทศไทย ก็คงยังไม่สามารถเอาไปวัดกับที่อื่นๆ ได้อีกนานครับ วง BSO ของเราล้มลุกคลุกคลานอยู่ ก็เพราะเหตุผลง่ายๆ อย่างนี้เอง" คงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาเปรียบเทียบ ว่า ระหว่างคุณบัณฑิต และฮีโร่โอลิมปิกใครยิ่งใหญ่กว่าใคร นอกจากจะบอกว่า คุณบัณฑิตก้าวสู่ความสำเร็จของเขาด้วยพลังจากความฝันตามลำพัง ไร้แต้มต่อด้านฐานะและชาติตระกูล ไม่มีรัฐบาลช่วยจ้างโค้ชจอมโหดคอยเคี่ยวเข็ญและสร้างวินัย ไม่มีเงินอัดฉีดมารองรับ นอกจากครอบครัวเล็กๆ ที่หาดใหญ่ ซึ่งเข้าอกเข้าใจ และสนับสนุน ประเทศไทยคงมีเหรียญโอลิมปิกอีกหลายเหรียญ ได้แห่ฮีโร่อีกหลายคน แต่ช่วงชีวิตนี้ เราอาจจะเห็นคนอย่าง "บัณฑิต อึ้งรังษี" แค่คนเดียว ดูจากราคาบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตแล้ว ผมอยากให้เข้ามาสนับสนุนกันมากกว่านี้ คนทำงานอย่างผมยินดีจ่ายค่าบัตร แต่เห็นใจเยาวชนที่เราควรจะใช้โอกาสนี้ สร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขา ซึ่งสภาพการณ์ในขณะนี้ เรายังทำไม่ได้
|