|
||||||||||
|
โนเบลเพี้ยน
คอลัมน์ ระดมสมอง โดย อนุวัฒน์ ชลไพศาล สถาบันพัฒนาการศึกษาเศรษฐศาสตร์ ประชาชาติธุรกิจ หน้า 2 วันที่ 13 กันยายน 2547 ปีที่ 28 ฉบับที่ 3618 (2818) ปลายเดือนกันยายนของทุกปี หลังจากทำงานวิจัยและสอนหนังสือหลังขดหลังแข็งมาเกือบทั้งชีวิต เหล่านักเศรษฐศาสตร์ต่างใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เฝ้ารอโทรศัพท์สายหนึ่งจากราชบัณฑิตยสภาแห่งสวีเดนที่โทร.มาแจ้งว่า เขาหรือเธอ เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับ โนเบลไพรซ์ (Nobel Prize) อันทรงเกียรติ นักเศรษฐศาสตร์ต่างภาคภูมิใจที่เศรษฐศาสตร์เป็นหนึ่งในวิชาสาขาสังคม ศาสตร์ที่มีโอกาสได้รับรางวัลโนเบลร่วมกับฟิสิกส์ เคมี แพทย์ วรรณกรรม และสันติภาพ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลจะได้รับเหรียญตราและเงินรางวัลจำนวนหนึ่งล้านดอลลาร์อเมริกัน จากผลงานวิจัยที่สามารถบุกเบิกพรมแดนความรู้ใหม่เพื่อประโยชน์สุขแห่งมวลมนุษยชาติ ตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมในพินัยกรรมของผู้ก่อตั้งรางวัลอัลเฟรด โนเบล (Alfred Nobel) แต่นักเศรษฐศาสตร์ที่พลาดโนเบลไพรซ์ (Nobel Prize) ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ก็มีการประกาศรางวัลโนเบลเพี้ยน (Ig Nobel) ที่มีเกียรติไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน รางวัลโนเบลเพี้ยน (Ig Nobel) ก่อตั้งในปี 2534 โดยมาร์ก อับราฮัม (Marc Abrahams) นายอับราฮัม เรียนจบปริญญาเอกด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเคยเป็นบรรณาธิการ วารสารงานวิจัยที่มิอาจผลิตซ้ำ (The Journal of Irreproducible) ปัจจุบัน อับราฮัม ผลิตนิตยสารงานวิจัยประหลาด (Annals of Improbable Research) แก่มนุษยชาติ โดยอุทิศชีวิตแก่ความพิลึกพิลั่นในวงการวิจัยมาโดยตลอด รางวัลโนเบลเพี้ยน (Ig Nobel) มีวัตถุประสงค์มอบให้แก่นักวิจัยที่ผลิตงานวิจัยที่สามารถทำให้คนทั่วไป "ขบขันและขบคิด" (Laugh and Think) นอกจากนั้นยังต้องเป็นงานวิจัยที่ไม่สามารถหรือไม่สมควรถูกผลิตซ้ำ (Research achievements that cannot or should not be reproduced) โดยอับราฮัม ให้ความเห็นเกี่ยวกับการมอบรางวัลนี้ว่า "เป็นเรื่องชัดเจนว่างานวิจัยหลายชิ้นไม่มีโอกาสได้รับรางวัล (Nobel Prize) แต่นักวิจัยบางคนก็สมควรได้รับรางวัลอะไรบางอย่างบ้าง" คณะกรรมการตั้งเกณฑ์การมอบรางวัลแก่งานวิจัยที่สามารถทลายกรอบความคิดเดิม (breakthrough) และมีองค์ประกอบสำคัญครบ 3 ประการ อันได้แก่ หนึ่ง ผู้คนส่วนมากต่างไม่เคยตระหนักถึงการดำรงอยู่ของเรื่องดังกล่าว สอง ผู้คนจะรู้สึกขบขันเมื่อได้ยินได้ฟังเรื่องดังกล่าวเป็นครั้งแรก สาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนจะเริ่มสงสัยและขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ กำหนดการของงานฉลองสำหรับผู้ได้รับรางวัลโนเบลเพี้ยนในปี 2547 จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน ที่โรงละครแซนเดอร์ส (Sanders Theater) ในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยทุกปีจะมีคนเข้าร่วมฉลองประมาณ 1,200 คน ผู้เข้าร่วมต้องเสียค่าบัตรผ่านประตูราคา 6 ถึง 25 ดอลลาร์ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเพี้ยนจะได้รับรางวัลที่ประดิษฐ์โดยวัสดุราคาถูก และออกแบบให้พังภายใน 1 เดือน ปัจจุบันมี 10 สาขาวิชาที่มีโอกาสได้รับรางวัล ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์, ฟิสิกส์, แพทย์, จิตวิทยา, เคมี, วรรณกรรม, สหวิชาการ, ชีววิทยา, สันติภาพ และเศรษฐศาสตร์ งานฉลองทุกปีจะมีการกำหนดหัวข้อหลัก (Theme) โดยหัวข้อหลักของงานฉลองในปีนี้ได้แก่เรื่อง การลดความอ้วน (diet) โดยทางคณะผู้จัดงานได้เชิญ สตีฟ เพนโฟลด์ (Steve Penfold) ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเพี้ยนในปี 2542 จากงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกทางสังคมวิทยาเรื่อง พฤติกรรมของร้านขายโดนัทในแคนาดา เป็นผู้กล่าวนำ เนื่องจากขณะที่เขียนบทความนี้ ผมยังไม่ทราบผลรางวัลในปี 2547 แต่ลองมาดูผลงานเพี้ยนๆ บางส่วนที่ได้รับรางวัลในปีที่แล้วเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยดูครับ สาขาเคมี มอบให้แก่นักวิจัยชาวญี่ปุ่น ยูกิโอะ ฮิโรเสะ (Yukio Hirose) จากมหาวิทยาลัยคานาซาวา จากการศึกษาว่า ทำไมรูปหล่อสัมฤทธิ์บางชิ้นในเมืองที่เขาอยู่จึงไม่มีนกพิราบมาเกาะเหมือนรูปหล่ออื่นๆ บ้าง โดยเขาพบว่ารูปหล่อในเมืองของเขามีส่วนผสมของทองแดงและสารหนู จึงทำให้นกพิราบไม่มาเกาะ ภายหลังได้รับรางวัลฮิโรเสะ กล่าวให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า "ทุกครั้งที่ผมพูดถึงงานวิจัยชิ้นนี้ ผู้ฟังก็จะขบขัน ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่า มันตลกอะไรนักหนา ทั้งๆ ที่ผมจริงจังกับงานวิจัยชิ้นนี้มาก" สาขาวรรณกรรม มอบให้แก่ จอห์น ทรินเคาส์ (John Trinkaus) จากวิทยาลัยธุรกิจซิคลิน ในนิวยอร์ก จากงานการศึกษาเรื่อง "เรื่องน่ารำคาญและความวิปริตในชีวิตประจำวัน" งานศึกษาของเขารวมข้อเขียนแปลกๆ ในเรื่องต่างๆ อาทิ สัดส่วนของวัยรุ่นที่สวมหมวกเบสบอลที่หันปีกหมวกไปด้านหลัง, สัดส่วนของคนเดินถนนที่สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว, สัดส่วนของเด็กนักเรียนที่ไม่ชอบกะหล่ำปลี และสถิติแปลกๆ อีกกว่า 80 รายการ สาขาสหวิทยาการ มอบให้แก่ คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม จากผลการศึกษาที่ว่า "ไก่ชอบคนหน้าตาดี" โดยคณะนักวิจัยได้ทดลองให้ไก่เลือกจิกอาหารบนภาพใบหน้ามนุษย์แล้วพบว่า ไก่มีแนวโน้มชอบจิกอาหารจากใบหน้าผู้ชายล่ำบึ้ก และผู้หญิงผมยาวสลวย สาขาสันติภาพ มอบให้แก่ ลัล พิหารี (Lal Bihari) ชาวอินเดียที่ใช้เวลาถึง 18 ปี เพื่อพิสูจน์ว่า ตัวเองยังมีชีวิตอยู่และเตะคนเป็น เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งรับสินบนเพื่อลงบันทึกว่าเขาตายไปแล้วตั้งแต่ปี 2519 ทำให้ทรัพย์สินของเขาต้องตกเป็นของผู้อื่น และไม่ใช่นายพิหารี คนเดียวที่ต้องเจอปัญหาแบบนี้ ยังมีชาวอินเดียจำนวนมากที่เผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับเขา ทำให้เขาเริ่มรณรงค์เรื่องนี้และจัดตั้ง "สมาคมคนที่ตายแล้ว" ขึ้นเพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่เร่งแก้ปัญหา แต่เมื่อครั้งได้รับเชิญให้ไปรับรางวัล ด้วยสถานะที่ไม่แน่ชัดของเขา ทำให้รัฐบาลอเมริกันไม่ยอมออกวีซ่า ทำให้เขาอดไปร่วมฉลองรางวัล ลองมาดูสาขาเศรษฐศาสตร์กันบ้าง รางวัลโนเบลเพี้ยนสาขาเศรษฐศาสตร์ ในปี 2546 มอบให้แก่ คาร์ล ชวาร์ซเลอร์ (Karl Schwarzler) เจ้าของเว็บไซต์ "Rent a State" โดยเสนอบริการจัดงานเลี้ยง ประชุม สัมมนา งานแต่งงาน หรืองานชุมนุม ในรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้เป็นแค่การจัดงานในโรงแรมเท่านั้นแต่สามารถเหมาหมู่บ้านหรือประเทศมาเป็นสถานที่จัดงานสังสรรค์ โดยประเทศที่ชวาร์ซเลอร์ใช้เป็นสถานที่จัดงาน คือ ลิกเตนสไตน์ ประเทศที่มีประชากรเพียง 33,000 คน มีห้องโรงแรมรวมกับเกสต์เฮาส์ 450 ห้อง และสามารถจัดกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมเพลิดเพลินได้ ตั้งแต่ ขี่รถเลื่อน ขี่จักรยานข้ามประเทศ ชิมไวน์ในสวนของมกุฎราชกุมาร เขาเล่าว่า หลังจากเปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2539 เขาได้เหมาหมู่บ้านจัดงานไปแล้ว 30 ครั้ง บริษัทใหญ่ๆ ที่เคยเป็นลูกค้า ก็ได้แก่ ซีเมนต์ (ผลิตอุปกรณ์สื่อสาร) และเฮค (ผลิตอุปกรณ์กีฬา) แต่สำหรับประเทศลิกเตนสไตน์ยังไม่เคยมีลูกค้ารายใดขอใช้บริการปิดประเทศจัดงาน แต่เขาก็เปิดเผยว่ามีบ่าวสาวคู่หนึ่ง อยากจะจัดงานเลี้ยงครบรอบวันแต่งงาน ซึ่งอยู่ในระหว่างการเจรจาค่าใช้จ่าย โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างชวาร์ซเลอร์กับหน่วยงานท่องเที่ยวของลิกเตนสไตน์ โดยแบ่งรายได้ 60% ให้ประเทศ ที่เหลือ 40% เก็บเข้ากระเป๋า ค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ก็ตกวันละประมาณ 160,000 ดอลลาร์ หรือราว 6,560,000 บาท แม้ว่างานศึกษาของผู้ได้รับรางวัลโนเบลเพี้ยนจะทำให้ผู้อ่านส่วนมากรู้สึกขบขัน และดูเหมือนว่าผู้วิจัยเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่เขาเหล่านั้นก็อุทิศตนเพื่องานวิจัยอย่างจริงจังจนแทบไม่น่าเชื่อ ปัจจุบันมีหนังสือเขียนเกี่ยวกับโนเบลเพี้ยนอย่างน้อย 4 เล่มคือ The Ig Nobel Prizes : The Annals of Improbable Research, The Best of "Annals of Improbable Research", Ig Nobel Prizes : Why Chickens Prefer Beautiful Humans และ Sex as a Heap of Malfunctioning Rubble : More of the Best of the Journal of Irreproducible Results โดยสรุปสาระสำคัญของผลงานวิจัยทั้งหมดที่เคยได้รับรางวัล ผลรางวัลโนเบลเพี้ยนในปี 2547 ก็ใกล้จะประกาศแล้ว และคงมีเรื่องแปลกประหลาด เพี้ยนๆ มาให้ท่านหัวเราะอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อย่า "ขบขัน" เสียจนลืม "ขบคิด" นะครับ ประชาชาติธุรกิจ หน้า 2
|