|
||||||||||
|
สำรวจกลยุทธ์ภาคธุรกิจ งัดกระบวนท่าฝ่าวิกฤตน้ำมัน
รายงาน มติชนรายวัน วันที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9679 สิ่งที่ผู้ประกอบการผลิตสินค้าต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้คือ ต้นทุนทั้งวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับเพิ่มขึ้นจากวิกฤตการณ์น้ำมัน มีสินค้าหลากหลายประเภทอาศัยข้ออ้างเรื่องต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจนอั้นไม่ไหวปรับเพิ่มราคาไปแล้ว อาทิ พลาสติก, บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ปิโตรเคมีเป็นส่วนผสมหลัก, กระป๋องเหล็ก, นมผงสำหรับเลี้ยงเด็กทารก ใครก็บอกว่าธุรกิจยุคนี้แข่งขันกันสูง และตลาดเป็นของผู้บริโภคไม่ใช่ผู้ผลิตเหมือนเมื่อ 10 หรือ 20 ปีก่อนหน้านี้ เมื่อเจอเงื่อนไขโหดหินอย่างนั้น การจะปรับเพิ่มราคาสินค้าจึงไม่ใช่ทางออก!!! ทางเดียวที่จะให้ธุรกิจอยู่รอดและดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคงในภาวะที่ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวเพิ่มอย่างต่อเนื่อง และการปล่อยลอยตัวน้ำมันดีเซลในช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายนในปีหน้าคือ การปรับตัว ปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจเสียใหม่ และนี่คือหลากหลายกลยุทธ์ในการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อรับวิกฤตน้ำมันแพง!!! ผู้ผลิตสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคชั้นนำประเภทสบู่, ยาสีฟัน, แป้ง, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าผิวกายอย่างบริษัทยูนิลีเวอร์, บริษัทในกลุ่มสหพัฒนพิบูล, บริษัทคอลเกต-ปาล์มโอลีพ, บริษัทในเครือโอสถาสภา เลือกที่จะปรับลดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่เคยให้กับผู้แทนจำหน่าย, ยี่ปั๊ว, ซาปั๊ว ลง ...แทนการปรับเพิ่มราคาสินค้า ยกตัวอย่างก่อนหน้านี้ซัพพลายเออร์เหล่านี้เคยให้โปรโมชั่นส่วนลดส่งเสริมการขายกับเอเยนต์หรือยี่ปั๊วอยู่ที่ 8% ลดเหลือ 3-5% เป็นต้น เมื่อยี่ปั๊วโดนหั่นโปรโมชั่นส่งเสริมการขายจากซัพพลายเออร์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนั้นเป็นลำดับขั้นต่อไปคือ ส่วนลดที่ยี่ปั๊วเคยให้กับร้านค้าปลีกหรือซาปั๊วก็ถูกลดลงด้วย เรียกได้ว่าหั่นต่อกันไปเป็นทอดๆ อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้ประกอบการค้าส่งหรือยี่ปั๊ว เห็นว่าการการปรับลดรายการส่งเสริมการขายก็คือการขึ้นราคาสินค้าทางอ้อมดีๆ นี่เอง และนอกเหนือจากเล่นกันตรงด้วยการหั่นส่วนลดดังว่า แนวทางการประหยัดต้นทุนจากปัญหาพลังงานก็ยังมีแนวทางการปรับตัวโดยการหาพลังงานอย่างอื่นมาทดแทน โดยใช้ทรัพยากรที่เหลือใช้ของบริษัทมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อาทิ แนวทางประหยัดพลังงานของบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์!!! นายสารสิน วีรพล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือซีพี บอกถึงแนวทางในการประหยัดพลังงานของบริษัทในเครือซีพีไว้ 4 แนวทางหลักคือ 1.ปรับเปลี่ยนกระบวนเก็บรักษาอาหารจากเดิมใช้กระบวนการแช่แข็ง(FROZEN) ซึ่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมาก เปลี่ยนเป็นแช่เย็นแทน เพราะประหยัดพลังงานมากกว่า สารสินบอกว่า แนวทางนี้นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานแล้วยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอีกทางหนึ่งด้วย แม้จะต้องมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีก็ตาม 2.ใช้พลังงานทดแทน เช่น การใช้มูลสัตว์ประเภทหมู, ไก่ ทรัพยากรที่เหลือใช้ของบริษัทมาแปลงเป็นไบโอก๊าซ หรือไม่ก็วัตถุดิบที่เหลือใช้ประเภทข้าวโพดมาทำเป็นก๊าซโซฮอลล์ 3.สร้างแรงจูงใจให้กับโรงงานของเครือซีพี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้มากขึ้นเพื่อลดการใช้พลังงาน เช่น นำเงินที่ประหยัดได้มาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการลงทุน จากเดิมต้องหาแหล่งเงินกู้จากที่อื่น 4.ศึกษาต้นทุนด้านพลังงานว่าคิดเป็นสัดส่วนแค่ไหนเมื่อเทียบกับต้นทุนรวมของบริษัท สารสินบอกว่าเมื่อทำได้ 4 ข้อแล้ว จะมีอีกข้อตามมาเป็นข้อที่ 5.คือทำให้บริษัทมีภาพพจน์เรื่องการดำเนินที่ดี และผลสืบเนื่องที่จะตามมาคือมูลค่าหุ้นของซีพีที่จะเพิ่มขึ้น หรือไม่ก็ประกาศลดงบฯส่งเสริมการขายหรือโปรโมชั่นลง!!! ที่ประกาศออกมาชัดเจนแล้วคือบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ฟู้ด เจ้าของของปาร์ตี้, โดโซะ ประกาศตัดงบฯโฆษณาและส่งเสริมการขายลง 3% ในต้นปีหน้า ไม่เพียงแต่ปรับลดลงส่งเสริมการขายลงเท่านั้น ทางบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ฟู้ด ยังได้มีการปรับเปลี่ยนระบบลอจิสติกส์หรือขนส่งใหม่ด้วย ...สิ่งที่เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ฟู้ดจะทำในปีหน้าคือ จัดระบบการขนส่งใหม่เพื่อให้สินค้าที่จะขนส่งต่อเที่ยวมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น หากดูโครงสร้างต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทโดยรวมแล้วมี 2 เรื่องหลักที่จะถูกพูดถึงเป็นอันดับแรกคือ ต้นทุนเรื่องค่าขนส่งและต้นทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบฯโฆษณาและส่งเสริมการขาย โดยภาพรวมแล้วบริษัทส่วนใหญ่เลือกที่จะปรับลดต้นทุนในเรื่องค่าขนส่งลงมากกว่าที่จะไปตัดงบฯโฆษณาและโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย นั่นเพราะเมื่อคิดคำนวณต้นทุนโดยรวมแล้วพบว่างบฯที่เกี่ยวข้องกับค่าขนส่งสินค้ามีสัดส่วนอยู่ที่ 30-35% ขณะที่งบฯโฆษณาและส่งเสริมการขายจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 5-10% ของยอดขายรวมบริษัท แต่สัดส่วนที่ว่าต้องอยู่บนเงื่อนไขสำคัญคือ น้ำมันดีเซลซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของค่าขนส่งยังอยู่ที่ราคา 14.59 บาทต่อลิตร และนี่เองจึงเป็นคำตอบของคำถามว่า ทำไมผู้ประกอบการจึงมีความวิตกกังวลถึงสถานการณ์ภาพรวมรายได้ของบริษัทในปีหน้ามากกว่าในปีนี้ หากน้ำมันดีเซลยังคงยืนอยู่ที่ราคา 14.59 บาทต่อลิตร ซัพพลายเออร์สินค้าอุปโภคบริโภคยังคงพอประคับประคองไปได้ แต่ยังมีผู้ประกอบการบางกลุ่มที่เจอวิกฤตสองด้าน ที่หนักหน่วงสุดก็เห็นจะเป็นผู้ประกอบการในกลุ่มปลากระป๋อง ซึ่งนอกจากจะเผชิญกับต้นทุนบรรจุภัณฑ์ประเภทกระป๋อง ปรับเพิ่มขึ้นจากผลพวงราคาเหล็กในตลาดโลกแล้ว ยังต้องเผชิญกับเรื่องวัตถุดิบหลักประเภทปลาขาดแคลน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอีกต่อหนึ่ง สลิล โตทับเที่ยง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด(มหาชน) เจ้าของปลากระป๋องปุ้มปุ้ย-ปลายิ้ม กล่าวว่า ทางบริษัทได้เตรียมการรองรับด้วยการหันไปมุ่งเน้นการทำตลาดสินค้าประเภทแกงเขียวหวานไก่, ปลาราดพริก ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มและมีกำไรมากกว่าสินค้าในกลุ่มปลากระป๋องปุ้มปุ้ย-ปลายิ้มประมาณ 10% สลิลบอกว่า เป็นเรื่องปกติที่ธุรกิจต้องเจอกับภาวะวัตถุดิบขาดแคลน แต่ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่ต้องประสบปัญหายาวนานขนาดนี้ ทางออกของเขาคือ หาแหล่งวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามาทดแทนแหล่งวัตถุดิบในประเทศ เขาบอกว่า บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาลต้องหาแนวทางในการลดต้นทุนในหลากหลายรูปแบบ เพื่อไม่ให้ต้องปรับเพิ่มราคาสินค้า เพราะหากปรับเพิ่มราคาสินค้าผู้บริโภคจะหันไปบริโภคสินค้าอื่นที่มีราคาถูกกว่า เพราะปลากระป๋องเป็นสินค้าที่ทดแทนกันได้ ยังมีบางธุรกิจที่เลือกแนวทางการประหยัดด้วยการปิดแอร์บางตัว เช่น โรงหนัง ดูเหมือนว่าแนวทางนี้จะกระทบกับความรู้สึกของคอหนังโรงพันธุ์แท้ไม่น้อย จ่ายค่าตั๋วดูหนังแพงแสนแพงแล้วยังต้องมาเจอภาวะร้อนอบอ้าวกับการที่แอร์ไม่เย็นฉ่ำ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารลดรายการเมนูบางรายการซึ่งมีต้นทุนวัตถุดิบที่ราคาสูงลง ยกตัวอย่างเช่น ร้านขายอาหารประเภทสเต๊กซึ่งมีเนมูประเภทสลัดให้บริการฟรี จากเดิมที่มีรายการอาหารให้เลือกหลากหลายได้ลดวาไรตี้ของเมนูลง หรือลดส่วนผสมบางรายการของสลัดบาร์ลง ธุรกิจประเภทห้างสรรพสินค้า, ดิสเคานต์สโตร์, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น เลือกแนวทางประหยัดไฟโดยใช้หลอดตะเกียบ หลอดผอม มีด้านของธุรกิจที่ต้องปรับตัวปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาสถานะแล้ว ยังมีธุรกิจหนึ่งที่มียอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น นั่นคือธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป!!! ผู้บริหารของบริษัทสหพัฒนพิบูลและไทยเพรซิเด้นท์ ออกมาบอกว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปรับตัวเพิ่มอย่างโดดเด่น ยอดขายของธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ปรับตัวดีขึ้นนั้นเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ให้เห็นอะไรหลายอย่าง อย่าลืมว่าบะหมี่คือดัชนีในการชี้ความเป็นไปของเศรษฐกิจอีกดัชนีหนึ่ง แต่จะมีความผกผันกับเศรษฐกิจ โดยหากเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นยอดขายบะหมี่ก็จะลดลง ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ไม่ดี ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปน่าจะเป็นธุรกิจเดียวที่ไม่ต้องปรับตัว ปรับกลยุทธ์มากนัก ต่างจากผู้ประกอบธุรกิจอื่นต้องดิ้นรนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ หน้า 20
|