|
||||||||||
|
โลกไม่เอา "จีเอ็มโอ"
คอลัมน์ เดินหน้าชน โดย ทวีศักดิ์ บุตรตัน มติชนรายวัน วันที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9676 การตัดสินใจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ให้ถอนวาระการพิจารณาให้เปิดทดลองพืชตัดต่อพันธุกรรม(จีเอ็มโอ)ออกจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31สิงหาคม อาจถือเป็นเสี้ยววินาทีทองของ พ.ต.ท.ทักษิณและของประเทศไทยก็ว่าได้ เพราะแค่มีข่าวคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติมีมติสนับสนุนเปิดเสรีปลูกพืชจีเอ็มโอร่วมกับพืชดั้งเดิม แพร่สะพัดออกไปตั้งแต่วันที่ 20สิงหาคม ก็มีผลสะเทือนไปทั้งวงการส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรกลุ่มที่ปลูกพืชโดยวิธีธรรมชาติ แทบกระอักเลือดเพราะประเทศที่รับซื้อสินค้าเกษตรจากไทยพากันชะลอการสั่งซื้อและตรวจสอบข่าวกันจ้าละหวั่น ในโลกนี้มีไม่กี่ประเทศเปิดให้เกษตรกรปลูกพืชจีเอ็มโอ หนึ่งในนั้นได้แก่สหรัฐอเมริกา แต่อยู่ในการควบคุมดูแลของกระทรวงเกษตรฯอันเข้มงวด แม้กระนั้นคนอเมริกันก็ใช่ว่าจะนิยมกินพืชจีเอ็มโอไปเสียทั้งหมด บางพื้นที่อย่างเช่นในเมนโดซิโน เคาน์ตี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย ชาวเมืองที่นั่นรวมตัวลงประชามติ "ไม่เอาจีเอ็มโอ" และสินค้าที่ทำจากจีเอ็มโอ รัฐบาลอเมริกันบังคับให้ติดป้ายกำกับไว้ วันนี้ ชาวโลกส่วนใหญ่ไม่ยอมรับกรรมวิธีการตัดต่อพันธุกรรมเพราะเชื่อว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ธรรมชาติและไม่มีนักวิทยาศาสตร์รับประกันได้ว่าพืชจีเอ็มโอจะไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ในระยะยาว ขณะเดียวกัน การแพร่ระบาดของโรคโดยเฉพาะกรณีโรคไข้หวัดนก และโรคซาร์ส ซึ่งทำให้โลกปั่นป่วนนั้น ยิ่งทำให้คนเกิดความหวาดกลัวเพราะแค่ไวรัสตัวเล็กๆ ยังไม่สามารถจะพิชิตมันได้ มิหนำซ้ำยังเพิ่มฤทธิ์เดชมากขึ้นทุกที อย่างโรคไข้หวัดนก ซึ่งเดิมทีเดียวก็แค่แพร่ระบาดในหมู่นกป่า ไก่ป่า หรือบรรดาสัตว์ปีกเท่านั้น แต่เนื่องจากวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อม อุณหภูมิโลกแปรปรวน อากาศผันผวนทำให้สรรพสิ่งพากันปรับตัว เชื้อโรคก็เอาตัวรอดภายใต้ภาวะเลวร้ายนี้เช่นกัน ทำให้ตัวเชื้อแข็งแรงขึ้น จากสัตว์ป่ามาสู่สัตว์เมืองที่เลี้ยงในฟาร์มปศุสัตว์ ทั้งหมู เป็ด ไก่ ห่าน เจอแค่ไข้หวัดนก พากันตายนับล้านตัวเศรษฐกิจหลายประเทศพังพาบ ลองจินตนาการกันเอาเองว่าเมื่อเชื้อไข้หวัดนกระบาดจากคนสู่คน โลกจะอลหม่านแค่ไหน? บ้านเราอย่าเพิ่งคุยว่าเก่งเจ๋งเรื่องของเทคโนโลยีชีวภาพ แค่เชื้อไข้หวัดนกที่มีโปรตีน 2 ตัว คือเฮมักกลูลาตินิน(hemagglutinin)หรือ "H" กับนิวรามินิเดส( neuraminidase) หรือ "N" เราต้องส่งให้ต่างชาติวิเคราะห์ซ้ำ แถมเมื่อรู้แล้วยังปกปิดข้อมูล H5N1 จนทำให้ธุรกิจไก่พังพินาศย่อยยับ ว่างๆ รัฐมนตรีเกษตรหรือพาณิชย์ ลองแวะไปถามนักธุรกิจส่งออกเนื้อไก่ว่า แพ็กเนื้อไก่รอส่งไปอียูค้างเต็มตู้คอนเทนเนอร์มีเยอะหรือเปล่า และที่ผ่านมาเจ๊งไปเท่าไหร่แล้ว? ในทางกลับกันเมื่อมีข่าวรัฐบาลชุดนี้จะเปิดเสรีจีเอ็มโอ ถามว่า เรามีความพร้อมแค่ไหนในการรับมือกับผลกระทบของเทคโนโลยีชนิดนี้ มีหน่วยงานใดเคยศึกษาความปลอดภัยในระบบนิเวศวิทยาและสุขภาพของคนไทย หากเราปลูกพืชจีเอ็มโอหรือยัง หากศึกษาแล้วน่าจะเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับรู้ นักวิทยาศาสตร์ของไทยมั่นใจสามารถคิดค้นเทคโนโลยีจีเอ็มโอได้อย่างแตกฉานแล้วหรือจึงพร้อมให้เปิดเสรีในเชิงพาณิชย์ ส่วนเทคโนโลยีที่นำมาใช้ตัดต่อพันธุกรรม ซื้อเมล็ดและยาที่ใช้ในการควบคุมพืชจีเอ็มโอเราต้องจัดซื้อจากที่ใด หรือไทยทำได้เอง ถ้าทำได้เองใคร บริษัทไหนเป็นคนผลิต? ถ้าคำถามเหล่านี้ ยังปกปิดหรือตอบกันไม่ได้ ก็ไม่ควรคิดดันทุรังให้เกษตรกรไทยใช้จีเอ็มโอเป็นทางเลือกกันอีก เพราะมีทางเลือกที่ไม่ต้องเสี่ยงคือทางเลือกการใช้การพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรกรรมธรรมชาติซึ่งเป็นทางเลือกที่โลกส่วนใหญ่ตอบรับ ผมจึงเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีที่ตัดสินใจถอนวาระ "จีเอ็มโอ" ออกจาก "ครม." และให้ตั้งคณะกรรมการ พิจารณาในเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงออกกฎหมายควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพ วันประชุม ครม.ที่แล้ว ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณตัดสินใจพลาดยอมเปิดเสรีแล้วล่ะก็ จะมีรัฐมนตรีเพียงไม่กี่คนเริงร่าพร้อมๆ กับพวกบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ขายเทคโนโลยี "จีเอ็มโอ" เท่านั้นแหละ3 หน้า 6
|