หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
ชัยชนะอภิรักษ์ ชัยชนะทักษิณ

รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์, จากท่าพระจันทร์ถึงสนามหลวง   วันที่  1 กันยายน 2547

คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน มีคะแนนนำในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2547 หนังสือพิมพ์ รวมทั้งวิทยุและโทรทัศน์ พากันรายงานข่าวต้องตรงกันว่า คุณอภิรักษ์ชนะการเลือกตั้งชนิดถล่มทลาย ทั้งๆ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยังมิทันรับรองผลการเลือกตั้ง

คุณอภิรักษ์ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี 2547 อย่างปราศจากข้อกังขา ถึงจะมีผู้กล่าวหาว่า คุณอภิรักษ์ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งมิอาจให้ใบแดงคุณอภิรักษ์ได้ มิใช่เพราะ กกต.ไม่กล้า แต่เป็นเพราะข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่มีมูลแห่งความเป็นจริง คนที่มีประวัติความมุ่งมั่นในการงานเยี่ยงคุณอภิรักษ์คงไม่ตายน้ำตื้น ยิ่งคุณอภิรักษ์สังกัดพรรคฝ่ายค้านด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังตัวชนิดทบทวี

คุณอภิรักษ์มุ่งมั่นที่จะรับใช้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเลือกที่จะสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ การเลือกพรรคสังกัดทำให้คุณอภิรักษ์ชนะไปแล้วหนึ่งก้าว ทั้งนี้เพราะในประวัติศาสตร์การเมืองกรุงเทพมหานคร ชาวกรุงเทพฯ ไม่เคยเลือกผู้แทนพรรครัฐบาลเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ตกลงเลือกคุณอภิรักษ์เป็นตัวแทนพรรคในการแย่งชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณอภิรักษ์ก็เดินหาเสียงจากประชาชนชาวกรุงเทพฯ ด้วยจิตใจอันมั่นคง ท่ามกลางความโกลาหลภายในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกำลังดำดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความตกต่ำ โดยที่การแย่งชิงอำนาจภายในพรรคยังไม่ลงตัว คุณอภิรักษ์ต้องมีสมาธิทางการเมืองสูงยิ่งที่สามารถรณรงค์เพื่อการเลือกตั้งในท่ามกลางภาวะไร้เสถียรของพรรคประชาธิปัตย์เช่นนี้

เหตุใดคุณอภิรักษ์จึงไม่เลือกสังกัดพรรคไทยรักไทย ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ดีกว่าคุณอภิรักษ์เอง

ชัยชนะของคุณอภิรักษ์มิอาจถือเป็นชัยชนะของพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในภาวะแตกเป็นเสี่ยงๆ และมิอาจเกื้อหนุนคุณอภิรักษ์ได้อย่างเต็มที่ จริงอยู่พรรคประชาธิปัตย์ช่วยให้คุณอภิรักษ์มีฐานเสียงระดับหนึ่ง แต่คะแนนที่คุณอภิรักษ์ได้รับเกินกว่าฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์มากนัก ผู้คนจำนวนมากเสนอบทวิเคราะห์ว่า คะแนนในสัดส่วนสำคัญที่คุณอภิรักษ์ได้รับเป็น Negative Votes ไม่ว่าการณ์จะเป็นประการใดก็ตาม ชัยชนะของคุณอภิรักษ์ช่วยฟื้นคืนชีวิตให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ไม่น้อย

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี 2547 มิเพียงแต่เป็นชัยชนะของคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน เท่านั้น หากยังเป็นชัยชนะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกด้วย

คุณทักษิณแสดงให้เห็นอัจฉริยภาพในด้านการวิเคราะห์การเมืองไทยอย่างปราดเปรื่องยิ่ง การตัดสินใจไม่ส่งผู้แทนพรรคไทยรักไทยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แสดงให้เห็นอัจฉริยภาพดังกล่าวนี้ เพราะตระหนักแก่ใจว่า คนกรุงเทพฯ เป็นพวกบัวใต้น้ำ ยากที่จะประจักษ์ในคุณความดีและประโยชน์ที่พรรคไทยรักไทยสร้างให้แก่สังคมไทยได้ ต่างกับประชาชนในชนบทซึ่งเป็น "บัวเหนือน้ำ" ที่รู้คุณค่าพรรคไทยรักไทยอย่างดียิ่ง คุณทักษิณเป็นขุนพลที่ถนอมรักลูกน้อง ไหนเลยจะปล่อยให้ลูกน้องต้องไปตายในสมรภูมิกรุงเทพฯ ดังที่คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เคยประสบมาก่อนแล้ว การตัดสินใจดังกล่าวนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ ร.ต.ท.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยในการลงสู่สมรภูมิกรุงเทพฯ

คุณทักษิณไม่เพียงแต่มีอัจฉริยภาพในการวิเคราะห์การเมืองไทยเท่านั้น หากยังมีอัจฉริยภาพในการปรับกระบวนยุทธ์ทางการเมืองอีกด้วย คุณทักษิณประกาศตัดไม้ข่มนามแต่เบื้องต้นว่า ใครก็ตามที่พรรคไทยรักไทยส่งลงสมรภูมิกรุงเทพฯ จักต้องชนะการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่คุณทักษิณตระหนักแก่ใจว่า มีแต่ ร.ต.อ.ปุระชัยเท่านั้น ที่สามารถกำชัยในสมรภูมิกรุงเทพฯ ได้ เมื่อ ร.ต.อ.ปุระชัยไม่เออออห่อหมกด้วย คุณทักษิณจำต้องปรับกระบวนยุทธ์ เนื่องเพราะมองไม่เห็นยอดขุนพลที่มีวิทยายุทธกล้าแข็งพอที่จะฝ่าสมรภูมิกรุงเทพฯ ไปได้ การไม่ส่งตัวแทนพรรคไทยรักไทยลงสมรภูมิกรุงเทพฯ มิได้ทำให้คุณทักษิณเสียวาจาสัตย์ ในเมื่อไม่มีตัวแทนพรรคไทยรักไทยในสมรภูมิกรุงเทพฯ พรรคไทยรักไทยย่อมไม่ชนะการเลือกตั้ง

คุณทักษิณต้องใช้ขันติธรรมอย่างสูงในการยับยั้งชั่งใจไม่เกื้อหนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 7 ในเมื่อผู้สมัครหมายเลขดังกล่าวมิได้เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย แม้จะมีแรงดันทั้งในและนอกพรรคให้คุณทักษิณเกื้อหนุนก็ตาม ขันติธรรมทางการเมืองจะได้มาก็แต่โดยการปฏิบัติธรรมทางการเมือง การที่คุณทักษิณมีขันติธรรมสูงมากเยี่ยงนี้ แสดงให้เห็นว่า คุณทักษิณต้องปลีกวิเวกเพื่อปฏิบัติธรรมเป็นนิจศีล

คุณทักษิณมีความเห็นว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มิได้สังกัดพรรครัฐบาลย่อมทำงานประสานเข้ากับรัฐบาลได้ยาก ความเห็นดังกล่าวนี้ต้องตามสัจธรรมทางการเมืองที่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกแบ่งกลุ่ม ผู้คนจำนวนมากพากันตีความอย่างผิดๆ ว่า คุณทักษิณบอกใบ้ให้คนกรุงเทพฯ เลือกคนของพรรคไทยรักไทย ในเมื่อพรรคไทยรักไทยไม่มีผู้แทนในสมรภูมิกรุงเทพฯ คุณทักษิณจะเปลืองน้ำลายบอกใบ้เช่นนี้ไปทำไมกัน

เมื่อเป็นที่แน่ชัดว่า คุณอภิสิทธิ์ชนะการเลือกตั้งแล้ว คุณทักษิณแสดงวุฒิภาวะอันสมควรแก่การเป็นรัฐบุรุษ ด้วยการแสดงให้เห็นว่า ผลประโยชน์ของชาติอยู่เหนือพรรค โดยการประกาศจุดยืนว่า รัฐบาลพรรคไทยรักไทยยินดีและพร้อมที่จะทำงานกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทั้งกำชับมิให้บุคคลในคณะรัฐบาลและหน่วยราชการปัดแข้งปัดขาขัดขวางการทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ด้วยเหตุดังที่กล่าวข้างต้นนี้ ชัยชนะของคุณอภิรักษ์จึงมีค่าเท่ากับชัยชนะของคุณทักษิณ มิใช่เป็นเพราะว่า พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัวคุณอภิรักษ์เพื่อเป็นเป้าต่อไปในการดูดของพรรคไทยรักไทย หากแต่เป็นเพราะว่า คุณทักษิณกำหนดจังหวะก้าวและการวางตัวทางการเมืองอย่างเหมาะสม แม้พรรคไทยรักไทยมิได้ชนะการเลือกตั้ง เพราะไม่มีตัวแทนในสมรภูมิกรุงเทพฯ แต่คุณทักษิณสามารถโกยคะแนนนิยมทางการเมืองจากชัยชนะของคุณอภิรักษ์ได้โดยไม่ยาก

ในประการสำคัญ บทเรียนจากสมรภูมิกรุงเทพฯ 2547 ให้ประโยชน์อย่างยิ่งยวดแก่คุณทักษิณในการกำหนดยุทธศาสตร์การเลือกตั้งใหญ่ 2548

คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน มีคะแนนนำในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2547 หนังสือพิมพ์ รวมทั้งวิทยุและโทรทัศน์ พากันรายงานข่าวต้องตรงกันว่า คุณอภิรักษ์ชนะการเลือกตั้งชนิดถล่มทลาย ทั้งๆ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยังมิทันรับรองผลการเลือกตั้ง

คุณอภิรักษ์ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี 2547 อย่างปราศจากข้อกังขา ถึงจะมีผู้กล่าวหาว่า คุณอภิรักษ์ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งมิอาจให้ใบแดงคุณอภิรักษ์ได้ มิใช่เพราะ กกต.ไม่กล้า แต่เป็นเพราะข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่มีมูลแห่งความเป็นจริง คนที่มีประวัติความมุ่งมั่นในการงานเยี่ยงคุณอภิรักษ์คงไม่ตายน้ำตื้น ยิ่งคุณอภิรักษ์สังกัดพรรคฝ่ายค้านด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังตัวชนิดทบทวี

คุณอภิรักษ์มุ่งมั่นที่จะรับใช้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเลือกที่จะสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ การเลือกพรรคสังกัดทำให้คุณอภิรักษ์ชนะไปแล้วหนึ่งก้าว ทั้งนี้เพราะในประวัติศาสตร์การเมืองกรุงเทพมหานคร ชาวกรุงเทพฯ ไม่เคยเลือกผู้แทนพรรครัฐบาลเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ตกลงเลือกคุณอภิรักษ์เป็นตัวแทนพรรคในการแย่งชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณอภิรักษ์ก็เดินหาเสียงจากประชาชนชาวกรุงเทพฯ ด้วยจิตใจอันมั่นคง ท่ามกลางความโกลาหลภายในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกำลังดำดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความตกต่ำ โดยที่การแย่งชิงอำนาจภายในพรรคยังไม่ลงตัว คุณอภิรักษ์ต้องมีสมาธิทางการเมืองสูงยิ่งที่สามารถรณรงค์เพื่อการเลือกตั้งในท่ามกลางภาวะไร้เสถียรของพรรคประชาธิปัตย์เช่นนี้

เหตุใดคุณอภิรักษ์จึงไม่เลือกสังกัดพรรคไทยรักไทย ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ดีกว่าคุณอภิรักษ์เอง

ชัยชนะของคุณอภิรักษ์มิอาจถือเป็นชัยชนะของพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในภาวะแตกเป็นเสี่ยงๆ และมิอาจเกื้อหนุนคุณอภิรักษ์ได้อย่างเต็มที่ จริงอยู่พรรคประชาธิปัตย์ช่วยให้คุณอภิรักษ์มีฐานเสียงระดับหนึ่ง แต่คะแนนที่คุณอภิรักษ์ได้รับเกินกว่าฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์มากนัก ผู้คนจำนวนมากเสนอบทวิเคราะห์ว่า คะแนนในสัดส่วนสำคัญที่คุณอภิรักษ์ได้รับเป็น Negative Votes ไม่ว่าการณ์จะเป็นประการใดก็ตาม ชัยชนะของคุณอภิรักษ์ช่วยฟื้นคืนชีวิตให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ไม่น้อย

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปี 2547 มิเพียงแต่เป็นชัยชนะของคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน เท่านั้น หากยังเป็นชัยชนะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกด้วย

คุณทักษิณแสดงให้เห็นอัจฉริยภาพในด้านการวิเคราะห์การเมืองไทยอย่างปราดเปรื่องยิ่ง การตัดสินใจไม่ส่งผู้แทนพรรคไทยรักไทยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แสดงให้เห็นอัจฉริยภาพดังกล่าวนี้ เพราะตระหนักแก่ใจว่า คนกรุงเทพฯ เป็นพวกบัวใต้น้ำ ยากที่จะประจักษ์ในคุณความดีและประโยชน์ที่พรรคไทยรักไทยสร้างให้แก่สังคมไทยได้ ต่างกับประชาชนในชนบทซึ่งเป็น "บัวเหนือน้ำ" ที่รู้คุณค่าพรรคไทยรักไทยอย่างดียิ่ง คุณทักษิณเป็นขุนพลที่ถนอมรักลูกน้อง ไหนเลยจะปล่อยให้ลูกน้องต้องไปตายในสมรภูมิกรุงเทพฯ ดังที่คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เคยประสบมาก่อนแล้ว การตัดสินใจดังกล่าวนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ ร.ต.ท.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยในการลงสู่สมรภูมิกรุงเทพฯ

คุณทักษิณไม่เพียงแต่มีอัจฉริยภาพในการวิเคราะห์การเมืองไทยเท่านั้น หากยังมีอัจฉริยภาพในการปรับกระบวนยุทธ์ทางการเมืองอีกด้วย คุณทักษิณประกาศตัดไม้ข่มนามแต่เบื้องต้นว่า ใครก็ตามที่พรรคไทยรักไทยส่งลงสมรภูมิกรุงเทพฯ จักต้องชนะการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่คุณทักษิณตระหนักแก่ใจว่า มีแต่ ร.ต.อ.ปุระชัยเท่านั้น ที่สามารถกำชัยในสมรภูมิกรุงเทพฯ ได้ เมื่อ ร.ต.อ.ปุระชัยไม่เออออห่อหมกด้วย คุณทักษิณจำต้องปรับกระบวนยุทธ์ เนื่องเพราะมองไม่เห็นยอดขุนพลที่มีวิทยายุทธกล้าแข็งพอที่จะฝ่าสมรภูมิกรุงเทพฯ ไปได้ การไม่ส่งตัวแทนพรรคไทยรักไทยลงสมรภูมิกรุงเทพฯ มิได้ทำให้คุณทักษิณเสียวาจาสัตย์ ในเมื่อไม่มีตัวแทนพรรคไทยรักไทยในสมรภูมิกรุงเทพฯ พรรคไทยรักไทยย่อมไม่ชนะการเลือกตั้ง

คุณทักษิณต้องใช้ขันติธรรมอย่างสูงในการยับยั้งชั่งใจไม่เกื้อหนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 7 ในเมื่อผู้สมัครหมายเลขดังกล่าวมิได้เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย แม้จะมีแรงดันทั้งในและนอกพรรคให้คุณทักษิณเกื้อหนุนก็ตาม ขันติธรรมทางการเมืองจะได้มาก็แต่โดยการปฏิบัติธรรมทางการเมือง การที่คุณทักษิณมีขันติธรรมสูงมากเยี่ยงนี้ แสดงให้เห็นว่า คุณทักษิณต้องปลีกวิเวกเพื่อปฏิบัติธรรมเป็นนิจศีล

คุณทักษิณมีความเห็นว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มิได้สังกัดพรรครัฐบาลย่อมทำงานประสานเข้ากับรัฐบาลได้ยาก ความเห็นดังกล่าวนี้ต้องตามสัจธรรมทางการเมืองที่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกแบ่งกลุ่ม ผู้คนจำนวนมากพากันตีความอย่างผิดๆ ว่า คุณทักษิณบอกใบ้ให้คนกรุงเทพฯ เลือกคนของพรรคไทยรักไทย ในเมื่อพรรคไทยรักไทยไม่มีผู้แทนในสมรภูมิกรุงเทพฯ คุณทักษิณจะเปลืองน้ำลายบอกใบ้เช่นนี้ไปทำไมกัน

เมื่อเป็นที่แน่ชัดว่า คุณอภิสิทธิ์ชนะการเลือกตั้งแล้ว คุณทักษิณแสดงวุฒิภาวะอันสมควรแก่การเป็นรัฐบุรุษ ด้วยการแสดงให้เห็นว่า ผลประโยชน์ของชาติอยู่เหนือพรรค โดยการประกาศจุดยืนว่า รัฐบาลพรรคไทยรักไทยยินดีและพร้อมที่จะทำงานกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทั้งกำชับมิให้บุคคลในคณะรัฐบาลและหน่วยราชการปัดแข้งปัดขาขัดขวางการทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ด้วยเหตุดังที่กล่าวข้างต้นนี้ ชัยชนะของคุณอภิรักษ์จึงมีค่าเท่ากับชัยชนะของคุณทักษิณ มิใช่เป็นเพราะว่า พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัวคุณอภิรักษ์เพื่อเป็นเป้าต่อไปในการดูดของพรรคไทยรักไทย หากแต่เป็นเพราะว่า คุณทักษิณกำหนดจังหวะก้าวและการวางตัวทางการเมืองอย่างเหมาะสม แม้พรรคไทยรักไทยมิได้ชนะการเลือกตั้ง เพราะไม่มีตัวแทนในสมรภูมิกรุงเทพฯ แต่คุณทักษิณสามารถโกยคะแนนนิยมทางการเมืองจากชัยชนะของคุณอภิรักษ์ได้โดยไม่ยาก

ในประการสำคัญ บทเรียนจากสมรภูมิกรุงเทพฯ 2547 ให้ประโยชน์อย่างยิ่งยวดแก่คุณทักษิณในการกำหนดยุทธศาสตร์การเลือกตั้งใหญ่ 2548