หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
สังคมไทยกับปัญหาการคอร์รัปชั่น

คอลัมน์ ดุลยภาพดุลยพินิจ  โดย นวลน้อย ตรีรัตน์   มติชนรายวัน  วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9671

ภายหลังการวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ประเทศไทยได้ตื่นตัวกันมากขึ้น ถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเบ่งบานเป็นอย่างมากในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟู

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยได้แสดงให้เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นยังเป็นมะเร็งร้ายในสังคมไทย

ความพยายามในการสร้างธรรมาภิบาลทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

- การปราบผู้มีอิทธิพลกับปัญหาการรุกที่ดินสาธารณะ

ปัญหาการออกโฉนดทับที่ดินสาธารณะ หรือความไม่ชอบมาพากลในการออกโฉนด กำลังกลายเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมชนบทไทย

ความขัดแย้งดังกล่าวทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการข่มขู่ คุกคาม และถึงขั้นมีการฆาตกรรมบุคคลที่ออกมาคัดค้าน แม้ว่ารัฐบาลเองได้ออกนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่า เมื่อเวลาผ่านไป คนก็ลืมๆ กันไป การฆาตกรรมผู้นำชุมชน เช่น นายเจริญ วัดอักษร ผู้นำชุมชนบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการคัดค้านความพยายามจะออกโฉนดทับที่สาธารณะ

หรือการตายของนายแน่น ทองศิลป์ พยานปากสำคัญในกรณีการออกโฉนดทับที่ดิน ซึ่งเป็นกรณีพิพาทระหว่างบริษัทที่มีนักธุรกิจใหญ่ถือหุ้นอยู่ กับชาวบ้านในจังหวัดราชบุรี

ตลอดจนปัญหาการร้องเรียนการออกโฉนดในโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนของรัฐบาลในอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ว่าอาจจะเป็นการออกเอกสารสิทธิทับที่สาธารณะ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กำลังตรวจสอบอยู่ หรือแม้แต่ในกรณีการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน ก็มีเรื่องเกี่ยวข้องกับการออกโฉนดที่ดินทับที่สาธารณะหรือการออกโฉนดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วนำกลับมาขายให้กับรัฐในภายหลัง

เรื่องราวดังกล่าวมักมีข้อมูลตรงกันประเด็นหนึ่งว่า มีความเกี่ยวข้องระหว่าง ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ผู้มีอิทธิพลในส่วนกลาง นักการเมือง ตลอดจนการคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่

- คอร์รัปชั่นในภาคธุรกิจ

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษต่อผู้บริหารบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในข้อหามีการกระทำที่ยักย้ายถ่ายโอนผลประโยชน์ จากบริษัทไปยังอีกบริษัทหนึ่ง โดยที่ผู้ถือหุ้นมิได้ทราบถึงการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งมีผลทำให้ผู้ถือหุ้นในบริษัทนั้นน่าจะเสียผลประโยชน์ ทั้งนี้บริษัทดังกล่าว เคยถูกคำพิพากษาของศาลฎีกายกเลิกคำสั่งฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากมีพฤติกรรมส่อไปในทางไม่สุจริต

การยักย้ายถ่ายโอนผลประโยชน์โดยที่ผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะรายย่อยไม่รู้เรื่องเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่ของผู้บริหารในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งถือว่าเป็นการฉ้อโกงผู้ถือหุ้น และยังเป็นสาเหตุให้บริษัทอ่อนแอลงด้วย

การศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการทุจริตในภาคเอกชนมักดำเนินการในหลายรูปแบบด้วยกัน ตั้งแต่การปล่อยกู้โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือมีการตีราคาหลักทรัพย์ค้ำประกันสูงกว่าที่ควรจะเป็น การถ่ายโอนกำไรจากบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหลายรายไปยังบริษัทที่ตนเองเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ การใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ทางการค้ากำไร การซุกหุ้นในชื่อผู้อื่น การอนุมัติให้ผลตอบแทนที่สูงเกินควร แก่กรรมการ การแจกหุ้นในราคาพาร์ การนำผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจไปลงทุนในธุรกิจ ที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือกรรมการมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง หรือการที่ผู้บริหารหรือกรรมการค้าขายกับบริษัทในลักษณะซื้อถูกขายแพง เป็นต้น

หรือแม้กระทั่งในกรณีการฟื้นฟูกิจการก็ยังมีขบวนการสร้างหนี้ โดยการใช้มูลหนี้ที่ผิดสัญญามาเป็นหนี้ที่มีสิทธิในการออกเสียงเพื่อการทำแผนและบริหารแผน แล้วค่อยทำการลดหนี้ในสัดส่วนที่สูง จนทำให้เจ้าหนี้ที่ให้กู้เงินที่แท้จริงแทบไม่เหลือมูลหนี้อยู่เลย

- ผลประโยชน์ทับซ้อน และความงอกงามของการคอร์รัปชั่น

ความขัดแย้งในกระทรวงสาธารณสุขที่มีผลให้ทั้งรัฐมนตรีและอดีตปลัดกระทรวง กล่าวหาซึ่งกันและกันในเรื่องการจัดซื้อระบบคอมพิวเตอร์และการล้มประมูลว่ามีความไม่โปร่งใส และอาจจะมีการจ่ายเงินกันถึงหลายร้อยล้านบาท

การตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 กรณีการแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ว่า มีการดำเนินการที่เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่

ความไม่ชอบมาพากลของการปล่อยกู้ที่ทำให้ตัวเลขหนี้สูญของธนาคารกรุงไทยเพิ่มขึ้นเป็น 46,000 ล้านบาท

การเข้าร่วมรัฐบาลของนักการเมือง ที่บริษัทในตระกูลเกี่ยวข้องกับปัญหาการทุจริตการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน

การแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่นำไปสู่ความร่ำรวยของนักการเมือง

การออกกฎ กติกา ทางเศรษฐกิจ ที่เอื้อประโยชน์กับกลุ่มนักธุรกิจที่หนุนหรือร่วมรัฐบาล

การใช้ 2 มาตรฐาน ในกรณีการปลดรองประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ด้วยข้อกล่าวหาผลประโยชน์ทับซ้อน ขณะที่รัฐบาลเองก็โดนกล่าวหาว่ามีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนมากมายแต่ไม่เคยดำเนินการแก้ไขแต่อย่างใดทั้งสิ้น และล่าสุดคือกรณีการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับพม่าของเอ็กซิมแบงก์ เพื่อนำไปลงทุนในโครงการทางด้านโทรคมนาคม ซึ่งบริษัทคนไทยที่เกี่ยวพันกับนักการเมืองในรัฐบาลร่วมรับงานอยู่ด้วย

ผลการสำรวจทัศนคตินักเรียนชั้นมัธยมต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยจำนวน 38 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 2,304 คน ที่ดำเนินการโดยองค์กรโปร่งใสประเทศไทย เมื่อปลายปีที่แล้ว พบว่า ร้อยละ 34 เชื่อว่า "การทุจริตอคร์รัปชั่นเป็นวัฒนธรรมที่สังคมไทยไม่อาจแก้ไขได้แล้ว" ร้อยละ 39 เชื่อว่า "การทำธุรกิจแบบตรงไปตรงมา ทำให้เสียเปรียบคู่แข่งขัน" ร้อยละ 45 เชื่อว่า "การให้ค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ แก่ข้าราชการ ไม่เป็นเรื่องเสียหาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่องาน" และร้อยละ 51 เชื่อว่า "โกงได้บ้าง แต่ต้องมีผลงาน และทำประโยชน์ให้สังคม"

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำลังเตรียมการประกาศแผนงาน การทำสงครามกับการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ตุลาคม 2547 สังคมไทยคงจะอยากเห็นความเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ต้องการเห็นรัฐบาลจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันโดยไม่ลูบหน้าปะจมูก หรือไม่มี 2 มาตรฐาน

อยากเห็นรัฐบาลแสดงตัวอย่างให้เยาวชนของชาติได้เห็นว่า ปัญหาการคอร์รัปชั่นแก้ไขได้ ก่อนที่ความเชื่อที่ว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นวัฒนธรรมที่สังคมไทยไม่อาจแก้ไขได้แล้ว สูงกว่าร้อยละ 50

หน้า 6