หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
ปฏิบัติการ "ดร.โกร่ง" ยกทัพนักธุรกิจข้ามโขง สานเจตนารมณ์  "น้าชาติ"

รายงานพิเศษ  มติชนสุดสัปดาห์  วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 24 ฉบับที่ 1249

สมาคมไทย-ลาว ก่อตั้งมาครบ 10 ปีแล้ว จากจุดเริ่มต้นในรัฐบาล ชวน หลีกภัย เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนลาวเป็นครั้งแรก เมื่อมีนาคม 2533 ตามคำทูลเชิญของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

จากนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านพี่เมืองน้องก็เริ่มมีสีสันและคึกคักในยุครัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อ "น้าชาติ" เปิดแนวคิดเรื่อง "เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า" จากนั้นผลพวงที่เกิดขึ้นตามมาคือ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกที่ จ.หนองคาย จนมาถึงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สะพานข้ามแม่น้ำเหือง และเส้นทางรถไฟมิตรภาพไทย-ลาว กำลังจะเกิดขึ้นเป็นจริง

เมื่อเหลียวหน้าแลหลังความสัมพันธ์ไทย-ลาว จะพบว่า ความใกล้ชิดและผูกพันระหว่างสองประเทศในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาจะต้องปรากฏชื่อ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง อยู่ในอับดับต้นๆ เสมอมา

กล่าวกันว่า ดร.โกร่ง คือที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้แก่รัฐบาล สปป.ลาว ในช่วงปี 2533 จะว่าไปแล้ว ดร.โกร่งคือที่ปรึกษาเศรษฐกิจของ สปป.ลาว คนแรกไม่ใช่คนเวียดนามและไม่ใช่คนรัสเซีย

14 ปีที่แล้ว ดร.โกร่ง เข้าไปในลาวเพื่อจะไปอธิบายว่า ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดมันทำงานอย่างไร และระบบธนาคารมีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไร เรียกว่า ดร.โกร่ง คือนักเศรษฐศาสตร์มหภาครุ่นบุกเบิกของลาว

การเข้าออกลาวบ่อยครั้งของ ดร.โกร่ง ทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า ดร.โกร่งเป็นรัฐมนตรีคลังของลาว

ดร.โกร่ง กล่าวว่า ไทยกับลาวเป็นเพื่อนบ้านที่แยกจากกันไม่ได้ เป็นเพื่อนบ้านที่มีคุณลักษณะพิเศษ เพราะเหตุว่าประชาชนทั้ง 2 ฝั่งลำแม่น้ำโขงนั้น ถ้าจะพูดไปแล้วก็เป็นพี่เป็นน้องเป็นสายเลือดเดียวกัน พูดภาษาเดียวกัน รับประทานอาหารเหมือนกัน มีวัฒนธรรมและนับถือศาสนาเดียวกัน เมื่อลาวได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส ไทยเป็นประเทศแรกที่ประกาศรับรองความเป็นเอกราชของประเทศลาว

วันนี้ ดร.โกร่ง เข้ารับตำแหน่ง "นายกสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ" เต็มตัว สืบต่อจาก นายอาสา สารสิน ซึ่งทำงานเชื่อมความสัมพันธ์ของสองประเทศมาครบหนึ่งทศวรรษ

 

 

ภารกิจแรกของนายกสมาคมไทย-ลาวคนใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมศกนี้ คือ การจัดสัมมนาใหญ่ 2 ฝั่งโขง จากมุกดาหาร เชื่อมถึง สะหวันนะเขต พร้อมยกทัพนักธุรกิจไทยตะลุยสำรวจเส้นทางการค้า-ลงทุน บนเส้นทางหมายเลข 9 อันเป็นยุทธศาสตร์เปิดเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่ออินโดจีน เพื่อพลิกโฉมหน้าลาวจาก Land Lock มาเป็น Land Link

ดร.โกร่ง ฟันธงมานานแล้วว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้าขาย การลงทุนต่างๆ ระหว่างไทยกับลาวจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ แม้ลาวเป็นประเทศเล็ก เศรษฐกิจเล็ก แต่กลับมามีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลอยู่ใจกลางเศรษฐกิจรอบด้าน ทางด้านเหนือคือจีน ทางตะวันออกคือเวียดนาม ทางตะวันตกคือไทย

"ผมพูดกับลาวเสมอว่า ยังไงก็หนีลาวไม่พ้น เมื่อไทยรวยแล้ว ลาวก็จะต้องรวยด้วย" ดร.โกร่ง กล่าว

ปัจจุบันบรรยากาศในลาวดีขึ้นมาก เนื่องเพราะเศรษฐกิจลาวและเวียดนามได้ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนเศรษฐกิจจีนก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น ลาวในฐานะเป็นประเทศที่อยู่ระหว่างเศรษฐกิจใหญ่ๆ โดยรอบ จึงมีโอกาสดีขึ้น และเป็นโอกาสของนักลงทุนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ที่เชื่อมระหว่าง จ.มุกดาหาร กับแขวงสะหวันนะเขต แล้วเสร็จปี 2550 น่าจะเป็นช่องทางและโอกาสของนักลงทุนทั้งสองประเทศ รวมทั้งเวียดนามด้วย

ล่าสุด ลาวได้เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน เซโน (Savan-Seno Special Economic Zone) บริเวณฝั่งตรงข้าม จ.มุกดาหาร แล้ว เพื่อเตรียมการใช้ประโยชน์จากเส้นทางหมายเลข 9 อย่างเต็มที่

ฉะนั้น จึงได้เวลาจุดประกายการค้าการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ โดยสมาคมไทย-ลาว เพื่อมิตรภาพที่มี ดร.โกร่ง เป็นนายกสมาคม จะจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการขึ้นที่ จ.มุกดาหาร ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2547 โดยมี ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รมว.ต่างประเทศ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาและกล่าวสุนทรพจน์หัวข้อ "เส้นทางหมายเลข 9 กับการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ลาว" ตามด้วยสัมมนาโต๊ะกลมเรื่อง แนวทางการพัฒนาความร่วมมือตามเส้นทางหมายเลข 9 เพื่อมุ่งสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ลาว

จากนั้นในวันที่ 27 กรกฎาคม คาราวานนักลงทุนไทย จะข้ามฟากไปยังลาวตอนล่าง แขวงสะหวันนะเขต เพื่อประชุมร่วมระหว่างสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ กับสมาคมลาว-ไทยเพื่อมิตรภาพ ประจำปี 2547 และศึกษาศักยภาพทางการค้าการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน เซโน

หลังจากนั้น ดร.โกร่งจะนำคณะนักธุรกิจเดินทางสำรวจเส้นทางและเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษลาว ไปจนสิ้นสุดที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ว่าไปแล้ว ภารกิจของ ดร.โกร่ง อาจเป็นการสานแนวคิดของ "น้าชาติ" ที่ประกาศนโยบายสนามการค้ามาตั้งแต่ปี 2529

ใครจะเชื่อว่า ทุกวันนี้ นักลงทุนจากไทยเข้าไปลงทุนในลาวมูลค่าหลายหมื่นล้าน เช่น กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เข้าไปปลูกถั่วเหลือง กลุ่มบริษัท มาลีสามพราน จำกัด ที่จะเข้าไปส่งเสริมปลูกข้าวโพดหวานในแขวงคำม่วนและแขวงบริคำไชย กลุ่มบริษัท สยามน้ำมันละหุ่ง จำกัด เข้าไปปลูกละหุ่งในแขวงจำปาสัก กลุ่มบริษัทสมาคมโรงเลื่อยจักร ซึ่งได้ร่วมกับบริษัทในแขวงคำม่วนรับซื้อไม้แปรรูป ซึ่งไม้เป็นทรัพยากรสำคัญของแขวงคำม่วน

หรือ กลุ่มเกษตรรุ่งเรืองเข้าไปปลูกต้นยูคาลิปตัสเพื่อผลิตเยื้อกระดาษป้อนโรงงาน หรือแม้แต่ศูนย์ประชุมแห่งชาติของลาวแห่งแรกในกรุงเวียงจันทน์ก็เป็นการลงทุนของนักธุรกิจไทย

ย้อนกลับไป 14 ปีที่แล้ว ร้อยละ 80 ของรายได้ของลาว คือ รายได้จากการขายไฟฟ้าจากเขื่อนน้ำงึม และนี่คือแหล่งสร้างเงินตราต่างประเทศ แหล่งสำคัญแหล่งเดียวให้แก่ลาว

ปัจจุบัน ไทยเป็นประเทศที่ลาวนำเข้าสินค้ามากที่สุดติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี คิดเป็นอัตราส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของสินค้านำเข้าทั้งหมด ในปี 2546 การค้าไทย-ลาวมีมูลค่ารวม 23,220.70 ล้านบาท

สินค้าออกที่สำคัญของไทย คือ น้ำมันสำเร็จรูป ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผ้าผืน เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ ส่วนสินค้านำเข้าจากลาวที่สำคัญ ได้แก่ ไม้ซุง ไม้แปรรูป และไม้อื่นๆ สินแร่โลหะและเศษโลหะ ผลิตภัณฑ์ไม้

ใครเลยจะนึกว่า ที่ปรึกษาเศรษฐกิจให้แก่รัฐบาลลาวเมื่อปี 2533 จะกลับมาจุดประกายการลงทุนมูลค่านับแสนล้านในอีก 10 ปีถัดมา

หน้า 25