หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
งัดกฎเหล็ก "ธนะพรพันธุ์" ทาบวัด "ผู้ว่าการแบงก์ชาติ"

ประชาชาติธุรกิจ หน้า 12  วันที่ 30 สิงหาคม 2547 ปีที่ 28 ฉบับที่ 3614 (2814)

"อลัน กรีนสแปน" ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกามาแล้ว 5 สมัย ทั้งที่แก่หง่อมเป็นมะเขือเผา แต่ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันหรือพรรคเดโมแครต ต่างไว้วางใจในตัวกรีนสแปนไม่เปลี่ยนแปลง แตกต่างจากประเทศไทย ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่ผลัดใบเกือบจะทุกรัฐบาลในช่วงหลัง

โดยเฉพาะในช่วงปี 2514 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน อายุการดำรงตำแหน่งของผู้ว่าการธนาคารกลางของไทย มีอายุเฉลี่ยไม่ถึง 4 ปี ล่าสุดสมบัติผลัดกันชมตกมาเป็นของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการ ธปท.คนที่ 20 (31 พ.ค. 2544-ปัจจุบัน) เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว

ช่วงหลังมานี้เองที่มีการปล่อยข่าวลืออัปมงคลต่อ "หม่อมอุ๋ย" อยู่เป็นประจำ ทั้งๆ ที่ผู้ว่าการ ธปท.ก็หารือกับขุนคลัง "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" อย่างใกล้ชิดอยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่ก็ไม่วายที่สื่อบางฉบับคอยจะทิ่มแทง "หม่อมอุ๋ย" ไม่เว้นแต่ละวัน เสมือนมีวาระซ่อนเร้น

"ประชาชาติธุรกิจ" ตรวจสอบกฎแห่งการรักษาอำนาจของผู้ว่าการธนาคารกลางย้อนหลังไป 8 ปี จนพบกฎเหล็กของ "รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์" อาจารย์ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจจากท่าพระจันทร์ เป“นกฎเหล็กที่แหลมคม และเข้ากับสถานการณ์มากที่สุด

อาจารย์รังสรรค์ ตั้งกฎเหล็ก (iron law) 10 ประการของการรักษาอำนาจของผู้ว่าการธนาคารกลางไว้เมื่อกรกฎาคมปี 2539

ปีนี้ 2547 "ประชาชาติธุรกิจ" นำกฎธนะพรพันธุ์ 10 ประการ มาทาบวัดกับผู้ว่าการธนาคารกลางคน ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่า หม่อมอุ๋ย มีคุณสมบัติขาดและเกินอย่างไร

กฎข้อที่หนึ่ง ต้องวิ่งเต้น

กฎข้อนี้ประยุกต์จากกฎของท่านประธานเหมา เจ๋อ ตุง ที่ว่า ชัยชนะจักสมปองต้องต่อสู้ หากนั่งงอมืองอเท้าคงมิอาจหวังชัยชนะได้มากนัก คนที่อยากเป็นผู้ว่าการธนาคารกลาง หากงอ มืองอเท้าให้ราชรถมาเกย คงหวังได้ยากยิ่ง ฉะนั้น "ต้องวิ่งเต้น"

กฎข้อที่สอง

ต้องฝึกปรือการใช้เลื่อย

หากผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางอยู่ก่อนแล้วไม่ยอมลงจากเก้าอี้ ท่านต้องหาทางทำให้เก้าอี้ต่ำเตี้ย มรรควิธีที่ทรงประสิทธิ ผลในการทำให้เก้าอี้ผู้ ว่าการธนาคารกลางต่ำเตี้ย ก็คือการใช้เลื่อย หากความสามารถในการใช้เลื่อยอยู่ในระดับอ่อน หัด ท่านต้องแสวงหาสำนักเกจิอาจารย์เพื่อฝึกฝนวิทยายุทธ์ หากฝีมือการใช้เลื่อยยังไม่พัฒนา ควรล้มเลิกความตั้งใจที่จะยึดเก้าอี้ผู้ว่าการธนาคารกลาง เพราะถึงจะยึดได้ก็รักษาเก้าอี้ไว้ได้ไม่นาน

กฎข้อที่สาม ตาต้องมีแวว

แววตาเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะบ่งบอกอนาคตของผู้คน แววตานอกจากส่อระดับความฉลาดหลักแหลมแล้ว ยังฉายแสงแห่งความซื่อสัตย์สุจริตหรือความคดโกงอีกด้วย เมื่อยังมิได้ยึดครองเก้าอี้ผู้ว่าการธนาคารกลาง ตาต้องมีแววในการเลือกผู้อุปถัมภ์ หากเลือกผู้อุปถัมภ์ผิดอาจต้องคิดจนตัวตาย การวิ่งเต้นมิได้อาศัยความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเท่านั้น หากยังต้องวิ่งให้ถูกทิศด้วย มิฉะนั้นถึงจะวิ่งได้สวยและทนมากปานใด ก็อาจเป็นเพียงการย่ำเท้าอยู่กับที่ เมื่อยึดครองเก้าอี้ผู้ว่าการธนาคารกลางได้แล้ว ก็ยังต้องอาศัยแววตาในการเพ่งพินิจผู้อยู่ใต้การบังคับบัญชา มิฉะนั้นอาจมอบความไว้วางใจผิดคน อันมีผลกระทบต่ออายุความยืนยาวในการยึดกุมเก้าอี้

กฎข้อที่สี่

ต้องรู้จักแบ่งแยกและปกครอง

เมื่อเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางแล้ว ต้องมุ่งมั่นศึกษาตำราของแมคเคียเวลลิ เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะยืดอายุในตำแหน่งให้ยืนยาว ดังนั้น ผู้ว่าการต้องรู้จักแยกแยะลูกน้อง เลี้ยงดูและส่งเสริมเฉพาะลูกน้องที่สวามิภักดิ์ ลูกน้องคนใดตั้งตัวเป็นเสรีชนหรือแสดงความกระด้างกระเดื่อง ต้องเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้า อย่าให้ผุดให้เกิด มิฉะนั้นอาจกลายเป็นเสี้ยนหนามในภายหลัง

กฎข้อที่ห้า

ต้องสร้างเครือข่ายเชิงอุปถัมภ์

เครือข่ายความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ที่สำคัญเป็นเครือข่ายที่มีกับชนชั้นปกครองไม่ว่าทหารหรือพลเรือน การสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อาจเริ่มต้นด้วยการจัดงานเลี้ยง โดยใช้เงินงบฯรับรองของธนาคารกลางนั่นเอง

หากงบฯรับรองไม่พอ ต้องผลักดันให้คณะกรรมการธนาคารกลางเพิ่มงบฯรับรอง อย่าควักกระเป๋าตัวเองเป็นอันขาด เพราะไม่เพียงแต่เสียเหลี่ยมเท่านั้น หากยังเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอีกด้วย

ผู้ว่าการจักต้องรู้จักให้ของกำนัลแก่ผู้นำฝ่ายทหารและพลเรือน รวมตลอดจนภรรยาของคนเหล่านั้น ในสำนักผู้ว่าการจักต้องมีกองบริการสันทนาการ ซึ่งมีหน้าที่ส่วนหนึ่งในการเสาะหาข้อ มูลเกี่ยวกับรสนิยมของเหล่าผู้นำและภรรยา ใครชอบดื่มไวน์ต้องกำนัลด้วยไวน์ ใครชอบเพชรนิลจินดาก็กำนัลด้วยเพชรนิลจินดา ใครชอบเงินก็ต้องกำนัลด้วยเงิน

แต่การสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์มิได้จำกัดเฉพาะชนชั้นปกครองเท่านั้น หากยังต้องขยายสู่ผู้อยู่ใต้การปกครองด้วย สายสัมพันธ์ที่สำคัญไม่น้อยกว่าสายสัมพันธ์อื่นๆ ก็คือ ความสัมพันธ์กับสื่อมวลชน ไม่เพียงแต่จะต้องกระชับสายสัมพันธ์นี้เท่านั้น หากยังต้องหล่อเลี้ยงด้วยวิธีนานัปการ ผู้ว่าการต้องมีศิลปะในการให้ของกำนัลหรือการให้ซองขาว มิฉะนั้นสายสัมพันธ์อาจไม่ยืนยาว

กฎข้อที่หก ต้องเป็น big brother

ผู้ว่าการต้องสอดส่องความประพฤติของลูกน้อง สำนักผู้ว่าการต้องมีหน่วยเกสตาโป คอยดัก ฟังโทรศัพท์ คอยแอบถ่ายวิดีโอ และติดตามพฤติ กรรมทางเพศ โดยเฉพาะลูกน้องที่มีท่าทีว่าจะกลายเป็นปรปักษ์ หน่วยเกสตาโปของสำนักผู้ว่าการอาจขยายขอบข่ายงานครอบคลุมถึงผู้นำนอกธนาคารกลาง รัฐมนตรีที่คุมธนาคารกลาง รวมตลอดจนนายธนาคารพาณิชย์ ข้อมูลลับเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของผู้ว่าการ โดยเฉพาะในยามที่มีการต่อรองหรือในยามที่ต้องการเล่นงานลูกน้อง

กฎข้อที่เจ็ด ต้องรู้จักสร้างภาพลักษณ์

ภาพลักษณ์ของธนาคารกลางไม่สำคัญเท่าภาพลักษณ์ของผู้ว่าการ ในการนี้ผู้ว่าการต้องอาศัยบริการสร้างภาพลักษณ์ เพื่อให้สาธารณ ชนเห็นว่าผู้ว่าการเป็นผู้นำของภาคเศรษฐกิจการเงินและชุมชนวิชาการ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความเอื้ออาทรต่อกลุ่มชนผู้เสียเปรียบในสังคม แม้ข้อเท็จจริงจะเป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามก็ตาม

กฎข้อที่แปด ต้องเป็นนักวาดภาพ

ผู้ว่าการต้องรู้จักระบายสีให้สังคม เศรษฐกิจไทยมีภาพอันสดใส รายงานของธนาคารกลางจักต้องไม่กล่าวถึงอัปลักษณ์ของสังคมเศรษฐกิจไทย เพราะอาจสร้างความโกรธเคืองแก่รัฐบาล การไม่รายงานมิได้หมายความว่าโกหก เพราะการไม่รายงานมิได้แปลว่าไม่มีปัญหา ในการรายงานภาวะเศรษฐกิจในช่วงปลายปี ผู้ว่าการต้องสั่งการให้รายงานอัตราการจำเริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าผลการประมาณการ 0.05% ให้รายงานอัตราเงินเฟ้อและส่วนขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเมื่อเทียบกับ GDP ต่ำกว่าผลการประมาณการ 0.5-1.0%

กฎข้อที่เก้า ต้องรู้จักตักตวงส่วนเกินทางเศรษฐกิจ

ผู้ว่าการต้องรู้จักตักตวงเกินทางเศรษฐกิจ ขั้นปฐมได้แก่ การใช้ทรัพยากรของธนาคารกลางเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและสมุนบริวาร ปฏิบัติการขั้นมัธยมได้แก่ การรับหุ้นราคาพาร์ บริษัทที่ต้องจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ หากมิได้แจกหุ้นราคาพาร์หรือแจกน้อยเกินไป ผู้ว่าการมีสิทธิอันชอบธรรมในการเตะถ่วงการจดทะเบียน ปฏิบัติการขั้นอุดมได้แก่ การรีดส่วนเกินทางเศรษฐกิจจากสถาบันการเงิน ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า สถาบันการเงินล้วนมีบาดแผลบนสันหลังทั้งสิ้น การรีดส่วนเกินทางเศรษฐกิจจึงทำได้ง่าย ยิ่งบาดแผลบนสันหลังเหวอะหวะมากเพียงใด ยิ่งรีดได้ง่ายเพียงนั้น

กฎข้อที่สิบ อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน

ผู้ว่าการพึงระแวงคนทุกคนที่รู้จัก นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีการคลัง ซึ่งมีอำนาจปลดตนเอง ไปจนถึงนักการภารโรงซึ่งอาจจงใจไม่ทำความสะอาดสำนักงาน จนเป็นเหตุให้ผู้ว่าการเป็นโรคภูมิแพ้อย่างรุนแรง ผู้ว่าการไม่พึงวางใจเมียหลวงเท่าๆ กับเมียน้อย เพราะอาจถูกวางยาพิษในอาหารและเครื่องดื่ม การวางใจรองผู้ว่าการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ หรือพนักงานระดับล่างลงไป ยิ่งไม่ควรทำ เพราะความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย

อย่างไรก็ตาม อาจารย์รังสรรค์แนะนำว่า คนที่ได้ดิบได้ดีจากคำแนะนำก็มีไม่น้อย แต่ที่ฉิบหายก็มีมากเช่นกัน

ประชาชาติธุรกิจ หน้า 12