หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
ธุรกิจครอบงำการเมือง หยุดเข้ายึดครองประเทศ

ณรงค์ โชควัฒนา nchokwatana.com   กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ประเทศไทยของเราวันนี้ มีคนชั่วคนเลวจำนวนหนึ่ง กำลังหมกมุ่นสนุกสนาน กับการทำงานการเมืองแบบธุรกิจ หรือทำธุรกิจทางการเมือง คือ การเข้าครอบงำการเมืองไทย ทั้งที่ควรจะเป็นเรื่องราวของการเสียสละ ผลประโยชน์และความผาสุก ของตัวเองเพื่อสร้างประโยชน์ และความผาสุกแก่สาธารณชน มาเป็นการเมืองแบบธุรกิจ คือ เป็นธุรกรรมที่มุ่งแสวงหาผลกำไรล้วนๆ จากการลงทุน และถอนทุน

ซึ่งลงทุนด้วยการซื้อคะแนนเสียงคะแนนนิยม เพื่อจะชนะการเลือกตั้ง แล้วถอนทุนคืนในรูปแบบของการคอร์รัปชันสารพัดรูปแบบการลงทุน มีตั้งแต่แบบหน้าด้านๆ ตรงไปตรงมา ด้วยการให้เงินสิ่งของ และผลประโยชน์ ผ่านหัวคะแนนในเครือข่ายของธุรกิจการเมืองกับประชาชนที่มีฐานะยากจน เพื่อแลกกับคะแนนเสียง

จนถึงรูปแบบการลงทุนทำกลยุทธ์การตลาดขายภาพลักษณ์ ด้วยการใช้จ่ายเงินก้อนใหญ่กับเอเยนซีโฆษณาในการระดมความคิด สติปัญญาเพื่อสร้างภาพมายาลวงตา ใช้สื่อโฆษณาการประชาสัมพันธ์ด้วย โปสเตอร์ขนาดเล็กและใหญ่ ใบปลิว แผ่นพับ โปสการ์ด เดินเครื่องขยายเสียงและรถยนต์ขยายเสียงโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ วิธีการพิสดารสารพัดที่จะเนรมิตภาพลักษณ์นโยบายวิสัยทัศน์ที่ดูดีสวยหรูให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นเผด็จการ บกพร่องทางศีลธรรม ไร้ความสามารถ มีประวัติในการเอารัดเอาเปรียบสังคม จนชนะการเลือกตั้ง แล้วถอนทุนด้วยการใช้อำนาจรัฐทุจริตคอร์รัปชัน หลังจากชนะการเลือกตั้ง นับตั้งแต่

1. การทุจริตคอร์รัปชันการจัดซื้อจัดจ้างใช้เงินงบประมาณแผ่นดินเป็นประโยชน์กับตัวเองและพรรคพวก

-ล็อกสเปคให้ข้อมูลให้ประโยชน์กับผู้ผลิตหรือผู้ขายที่เป็นพรรคพวก

-จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษไม่ต้องประกวดราคา โดยอ้างว่าเป็นงานเร่งด่วน

-ขมขู่คุกคามกีดกันผู้ประมูลงานรายอื่น

- ล้มการประมูลเมื่อผู้ชนะไม่ใช่พรรคพวก เพื่อเปิดการประมูลภายใต้กติกาใหม่

2. การทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบายที่สร้างความร่ำรวยมหาศาลได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

-สร้างโครงการใหญ่ๆ ที่ใช้เงินงบประมาณหรือเงินกู้มากโดยไม่เกิดประโยชน์การใช้สอยจริงกับประชาชน

- เปลี่ยนสาธารณสมบัติส่วนรวมของแผ่นดิน ให้เป็นทุนส่วนตัวของภาคเอกชน

- ใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงินในการชี้นำตลาดหลักทรัพย์ ชี้นำราคาหุ้นขึ้นลงเพื่อสร้างผลกำไร

- เจรจาเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคี (FTA) กับต่างประเทศโดยมีผลประโยชน์แฝงทางธุรกิจ

บทเรียนความเจ็บปวดเสียหายจากการที่นักธุรกิจเข้าครอบงำการเมือง ก็คือ

1. สังคมเริ่มตระหนักว่าการเมืองการปกครองในระบอบการเลือกตั้งเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ ถ้าประชาชนเจ้าของประเทศผู้มีสิทธิเลือกได้ยกอำนาจรัฐให้กับนักธุรกิจการเมือง เพราะความเห็นแก่ผลประโยชน์ เงินทอง ข้าวของเล็กน้อยที่ผู้สมัครมาเสนอให้

2. นักธุรกิจผู้มีความสามารถและประสบความสำเร็จในการแสวงหากำไรจากการลงทุน และถอนทุน ประชาชนคนไทยควรจะปล่อยให้อยู่ทำกำไรแต่ในภาคเอกชน และดูแลให้เสียภาษีอากรจากการทำกำไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ควรเลือกผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงทางธุรกิจ และบุคคลในแวดวงธุรกิจจำนวนมากเข้าไปทำงานการเมือง เพราะใช้ทักษะและความสามารถต่างกัน

ตราบใด ถ้าคนไทยยังเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ เห็นแก่เงินทองข้าวของเล็กน้อย ที่หัวคะแนนนักธุรกิจการเมืองนำมาแจก นำมาให้ แล้วไปเลือกอีก

ตราบใด ถ้าคนไทยยังนิยมเลือกผู้สมัครที่เป็นนักธุรกิจร้อยล้านพันล้านหมื่นล้าน หรือบุคคลที่เป็นลูกจ้างกินเงินเดือนของพรรคธุรกิจการเมือง โดยดูแค่หีบห่อภายนอกของสินค้า การเมืองดูแค่รูปร่างหน้าตาเสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องประดับภายนอก

ตราบใด คนไทยยังนิยมดูจากป้ายโฆษณา ดูจากนโยบายสวยหรูที่ผู้สมัครสามารถเสกสรรปั้นแต่งมาหลอกลวงอย่างไรก็ได้ แทนที่จะพิจารณาดูเนื้อในคุณภาพของสินค้า ตัวตน และจิตใจที่แท้จริงของผู้สมัครรับการเลือกตั้งจากพฤติกรรมที่ทำมาในอดีตว่า เติบโตมาอย่างไร เลี้ยงชีพมาแบบไหน มีจิตใจสาธารณะหรือไม่ เห็นแก่ตัวมากน้อยแค่ไหน เป็นคนลุแก่อำนาจหรือเปล่า เก่งจริง ดีจริง เสียสละจริงเพื่อคนอื่น เพื่อสังคม เพื่อประเทศชาติมากน้อยเพียงใด คนไทยสมควรเลือกผู้สมัครจากตัวตน และพฤติกรรมที่สะท้อนให้เห็นจิตใจที่แท้จริงของแต่ละคน

ตราบนั้น วงจรการครอบงำการเมืองของนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนและถอนทุนซื้อเสียงนานัปการ จะมีอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนไทยทุกคน จะปฏิรูปความคิด เลิกเห็นแก่ผลประโยชน์ใหญ่น้อยของตัวเอง เลิกสนับสนุนเลิกเลือกคนไม่ดี เลิกเลือกนักธุรกิจการเมืองให้เข้าไปมีอำนาจรัฐในมือ

และคนไทยพร้อมใจหันมาช่วยกันสร้างสรรค์การเมืองใหม่ที่ไม่ใช่ธุรกิจการเมือง ไม่ใช่การลงทุนถอนทุน แต่เป็นการเมืองใหม่ที่ปลอดธุรกิจ ไม่แสวงหากำไร เป็นการเมืองใหม่ที่ขายความดี ขายคุณภาพ ขายคุณธรรม ขายความถูกต้อง ขายความซื่อตรง ขายความเสียสละอุทิศตนเหมือนนานาอารยะประเทศเขา

เมื่อไรดีครับ ?