|
||||||||||
|
กรีนพีซโชว์เอกสารขย่ม"แม้ว" ส.ว.มะกันบีบไทยรับจีเอ็มโอ
มติชนรายวัน วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 27 ฉบับที่ 9665 "กรีนพีซ"นักวิชาการสับ "ทักษิณ" เละ ดันพืชจีเอ็มโอปูทาง"เอฟทีเอ"สหรัฐ โชว์จดหมายกลาง กมธ.วุฒิ ที่แท้ ส.ว.มอนซานโต้สั่งผู้แทนการค้ามะกันบีบไทยรับจีเอ็มโอ เตือนคิวต่อไปสหรัฐบีบไทยออก กม.สิทธิบัตรสิ่งมีชีวิต ยึดพันธุ์พืชไทยเกลี้ยงประเทศ "ไกรศักดิ์"ประกาศกร้าวต้องต้านทุกรูปแบบ เตรียมเชิญ"กร"แจง เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การต่างประเทศ วุฒิสภาที่มี นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ว.นครราชสีมา ประธาน กมธ.การต่างประเทศทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณากรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ทดลองปลูกมะละกอตัดแต่งพันธุกรรม(จีเอ็มโอ)ในประเทศ โดยเชิญตัวแทนจากลุ่มกรีนพีซประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย นางจิราภรณ์ คชเสนีย์ ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นาง.เจเน็ต ค็อดเตอร์ ดร.ผู้เชี่ยวชาญจากกรีนพีซ ดร.สุวิทย์ วรรณไพโรจน์ อาจารย์ประจำคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาให้ข้อมูล นางจิราภรณ์กล่าวว่า ถ้าปล่อยให้มีการปลูกพืชจีเอ็มโอในไทย โอกาสที่จะเกิดการปนเปื้อนมีสูงมาก และยังทำให้เกิดมลภาวะทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถแก้ให้กลับมาเหมือนเดิมได้ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อนโยบาย "ครัวไทย ครัวโลก" เพราะพืชจีเอ็มโอจะส่งผลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแน่นอน ทั้งนี้ ประเทศเม็กซิโกซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดข้าวโพดได้ประสบปัญหานี้ หลังจากมีการนำเม็ดพันธุ์ข้าวโพดจากอเมริกาเข้ามา ทำให้เกิดการปนเปื้อน รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม มีการคาดการณ์ว่า ระยะเวลาที่จะแก้กลับมาเหมือนเดิมอาจเป็นร้อยๆ ปี ที่ร้ายกว่านั้นคือ พืชชนิดนั้นอาจสูญพันธุ์ได้ นางเจเน็ตกล่าวว่า การปลูกพืชจีเอ็มโอทำให้เกิดความเสี่ยงด้านนิเวศวิทยา ซึ่งยากที่ประเมินค่าความเสียหาย เพราะระบบเกษตรมีความซับซ้อนมาก จีเอ็มโอ ยังส่งผลต่อพืชชนิดอื่น ซึ่งอาจติดโรคข้างเคียง ขณะที่แมลงชนิดอื่นก็อาจจะตาย ที่สำคัญจะทำให้ไวรัสกลายพันธุ์เป็นชนิดใหม่ เพราะวันนี้ไวรัสมีวิวัฒนาการที่ซับซ้อนมาก ไม่มีใครตามทัน ข้อมูลล่าสุดพบว่า มะละกอจีเอ็มโอที่ฮาวายเมื่อปลูกไป ไม่สามารถต้านทานไวรัสได้ ยังติดโรคเชื้อราจุดดำ ซึ่งต้องฉีดยาแก้ถึง 10 วัน และถ้ามาปลูกในไทย สภาพแวดล้อมของไทยกับฮาวายก็แตกต่างกันมาก สุดท้ายอาจมีไวรัสพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นได้ หรือที่ไต้หวันซึ่งเคยทดลองพืชจีเอ็มโอ ในที่สุดก็ยกเลิกไป ส่วนที่ญี่ปุ่นพบว่าไม่อนุมัติให้นำเข้ามะละกอจากฮาวายและถ้าจะมีการทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอ เกษตรกรต้องมีเขตกันชนของตัวเอง นางเจเน็ตกล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่ามีการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอในประเทศไทยแล้วซึ่งต้องรีบควบคุมก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย พืชจีเอ็มโอยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในอาหาร และผลิตโปรตีนชนิดใหม่ที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ มีตัวอย่างชัดที่ประเทศอังกฤษ เมื่อสองเดือนที่แล้วมีการออกคำเตือนว่าพืชจีเอ็มโอจะก่อให้เกิดภูมิแพ้ นางเจเน็ตยังหักล้างคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ระบุว่า ยุโรปให้การยอมรับพืชจีเอ็มโอว่า ไม่เป็นความจริง อาจจะมีก็เพียงข้าวโพดกับถั่วจีเอ็มโอ ส่วนพืชอื่นไม่มีการอนุญาตให้ปลูก เพราะผู้บริโภคปฏิเสธและบริษัทที่ทำผลิตพืชจีเอ็มโอ ถึงกับยกเลิก อย่างเช่น ข้าวสาลีของบริษัทมอนซานโต้ ก็กำลังถูกยกเลิกไม่ให้ปลูกในยุโรป ดังนั้นถ้าประเทศไทยยอมรับให้ปลูกก็เท่ากับว่า เป็นหนูทดลองยา ด้านนายสุวิทย์กล่าวว่า การที่มีผู้ออกมารับประกันว่า พืชจีเอ็มโอในไทย มีความปลอดภัยเพราะปัจจุบันผู้สร้างจีเอ็มโอ กลับกลายเป็นผู้ตรวจสอบความปลอดภัยของจีเอ็มโอเอง ดังนั้นจึงไม่มีใครออกมาค้านงานของตัวเอง ที่น่าห่วงคือ ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายออกมารับประกันความปลอดภัยในพืชและสัตว์ที่อาจจะได้รับผลข้างเคียงจากพืชจีเอ็มโอ หากให้จำบทเรียนกรณีฝ้ายจีเอ็มโอในไทยที่ได้แพร่ระบาดในหลายพื้นที่ สุดท้ายก็ไม่มีรัฐบาลใดยอมรับ นายสุวิทย์ยังชี้ว่า พืชจีเอ็มโอจะส่งผลต่อพืชอื่นๆ สิ่งมีชีวิตรอบข้างอาจต้องตายไปได้ ในอดีตเคยมีกรณีนี้เกิดขึ้นกับเราโดยผู้บริโภคได้รับประทานพืชจีเอ็มโอโดยที่ไม่มีใครทราบมาก่อน แต่วันนี้ถ้าเราปล่อยให้มาปลูกในไทย คนรุ่นเราอาจไม่เป็นอะไร แต่มันจะส่งผลยังคนรุ่นใหม่ที่กินแล้วอาจตายได้ เพราะไม่มีใครชี้ว่าพืชจีเอ็มโอปลอดภัย โอกาสเกิดอันตรายมีสูง นักวิทยาศาสตร์บางรายอ้างว่า ได้ทดลองกับหนูแล้วพบว่ามีความปลอดภัย ความจริงหนูกับมนุษย์ต่างกัน เพราะอายุขัยต่างกัน เคยมีผลวิจัยโดยอ้างการทดลองว่าหนูกินแล้วไม่เป็นอันตรายแต่พอมนุษย์กินเข้าไปกลับต้องแท้งลูก ด้าน ดร.สุวิทย์กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ยังไม่มีใครพูดคือ การปลูกพืชจีเอ็มโอทำให้เกษตรกรต้องเพิ่มต้นทุนการผลิตเพราะต้องเพิ่มแปลงปลูก เพิ่มไซโลต่างหาก เพราะจะใช้อันเดียวกันไม่ได้ ต้องแยกออกจากพืชที่ไม่มีจีเอ็มโอ นอกจากนี้ยังต้องมีแนวกันชนในการกันพื้นที่ เชื่อว่าเรื่องนี้จะส่งผลต่อราคาพืช สุดท้ายก็จะไม่เกิดประโยชน์ในทางการค้า ช่วงหนึ่ง นายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ส.ว.อุบลราชธานี ได้ถามว่า การผลักดันของ พ.ต.ท.ทักษิณ กรณีพืชจีเอ็มโอ มีความเกี่ยวข้องกับเอฟทีเอมากแค่ไหน ดร.สุวิทย์ ได้ตอบพร้อมกับนำเอกสารชิ้นหนึ่งที่อ้างว่า เป็นเอกสารที่เอ็นจีโอไทยนำมาเผยแพร่ โดยเป็นหนังสือของบริษัท มอนซานโต้ โดยบอกว่า ส.ว.สหรัฐคนนี้ ซึ่งมีส่วนสนับสนุน บริษัท มอนซานโต้ ได้เขียนถึงผู้แทนการค้าสหรัฐว่า ในโอกาสที่สหรัฐเตรียมเปิดเสรีทางการค้ากับไทย ทราบว่าทางไทยยังไม่เห็นด้วยกับพืชจีเอ็มโอ ดังนั้น การเจรจากับไทยก็ควรหยิบประเด็นนี้มาหารือด้วย จึงเชื่อว่า เรื่องนี้ต้องเกี่ยวพันกับเอฟทีเอแน่นอน "หนังสือพิมพ์ได้จับเท็จนายกฯทักษิณที่อ้างว่า ไม่รู้จัก ส.ว.สหรัฐคนนี้ เขาก็ตรวจสอบโดยเอาคำพูดของนายกฯทักษิณ ในรายการพบประชาชน ก็พบว่านายกฯ เคยพูดชื่นชม ส.ว.สหรัฐคนนั้นว่า เป็นมหามิตรที่ดีของประเทศไทย ดังนั้น ถ้าต่อจิ๊กซอว์เรื่องนี้จะเห็นได้ว่า หลังเราทำเอฟทีเอกับสหรัฐไปแล้ว สุดท้ายไทยจะต้องถูกสหรัฐบีบเพื่อให้ออกสิทธิบัตรสิ่งมีชีวิต ซึ่งต่อไปเราต้องไปซื้อสิทธิบัตรพันธุ์พืชของเราที่สหรัฐนำไปดัดแปลง เราจะยอมไม่ได้ เพราะไทยเป็นประเทศเขตร้อน ไม่ควรตกเป็นทาสทางเทคโนโลยี เพื่อมายึดกุมพืชพื้นเมืองของเรา" นายสุวิทย์กล่าว นายไกรศักดิ์กล่าวว่า ญี่ปุ่นและยุโรปต่อต้านจีเอ็มโอ เพราะส่งผลกระทบพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม และยังไม่มีการตรวจสอบที่พิสูจน์ชัดว่ามีความปลอดภัยต่อมนุษย์เพียงใด ดังนั้น คนไทยต้องร่วมกันต่อต้านทุกมิติ เพื่อรักษาพันธุกรรมของพืชพื้นเมือง และรักษาวัฒนธรรมเกษตรกรรมของไทย มิฉะนั้นจะเสียเปรียบบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ รัฐบาลนี้ไม่เคยสนใจผลกระทบนี้ ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน แต่ผู้นำรัฐบาลก็ไล่ให้เกษตรกรเปลี่ยนอาชีพแทน ทั้งนี้ในครั้งต่อไปจะเชิญนายกร ทัพพะรังสี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาชี้แจง นายชวาลวุฒฑ ไชยานุวัติ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 สิงหาคม ตัวแทนบริษัท มอนซานโต้ ประจำประเทศสิงคโปร์ ได้เดินทางเพื่อขอเข้าพบนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่นายสมศักดิ์ติดภารกิจในต่างจังหวัด จึงมาหารือกับตน โดยตัวแทนบริษัทได้สอบถามถึงความคืบหน้าและท่าทีของกระทรวงเกษตรฯต่อการทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอในระดับไร่นา โดยทางบริษัทระบุว่า หากคณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2544 ที่กำหนดให้มีการทดลองพืชจีเอ็มโอได้เฉพาะในแปลงทดลองของหน่วยงานราชการเท่านั้น ทางมอนซานโต้ก็พร้อมจะให้ความร่วมมือในการศึกษาวิจัยร่วมกับกระทรวงเกษตรฯในการทดลอง เนื่องจากบริษัทดังกล่าวมีคุณค่าทางเศรษฐกิจและแนวโน้มในอนาคตทั่วโลกจะให้การยอมรับ ซึ่งตนก็ได้รับทราบไว้เท่านั้น หน้า 1
|