|
||||||||||
|
PrimeMinister"sTaskForce เปิดแผนสุดหรู หมู่บ้าน SML
ประชาชาติธุรกิจ หน้า 10 วันที่ 26 สิงหาคม 2547 ปีที่ 28 ฉบับที่ 3613 (2813) หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศว่าจะดำเนินนโยบาย "เหนือเมฆ" ภายใต้หลักการ social democracy ไปไม่นาน คณะรัฐมนตรีทั้ง 34 คนก็ได้ "รับหลักการ" การลดอำนาจรัฐเพิ่มอำนาจประชาชน จัดสรรงบประมาณ เพื่อประชาชน โดยประชาชน หรือมีอักษรย่อตามอักษรภาษาอังกฤษว่า "SML" นโยบายใหม่อยู่ในดีกรีระดับ prime minister"s task force มีการขออนุมัติงบประมาณนำร่องไปแล้ว 15,300 ล้าน เพื่อดำเนินการในโครงการ "หมู่บ้านต้นแบบ" แผนงานดังกล่าวระบุหลักการไว้สวยหรูว่า "เพื่อพลิกฟื้นหมู่บ้าน (empowerment) ดังนั้น คณะทำงานที่มี นายพรชัย นุชสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ต้องเร่งตีความนโยบายและแนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาเป็น "รูปแบบ" การนำนโยบายลงสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดให้ "งบฯพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน" หรืองบประมาณ SML เป็นเงินอุดหนุนโดยตรงสู่ประชาชน เพื่อการลงทุนพัฒนา (public goods) ที่ก่อให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจแก่ประชาชน แต่เป็นสิ่งที่เอกชนไม่สนใจจะลงทุน การพลิกฟื้นหมู่บ้าน รัฐบาลจะจัดสรรเงินโดยตรงให้กับหมู่บ้านผ่านการเปิดบัญชีของหมู่บ้านโดยผ่านธนาคารของรัฐบาล การจัดสรร การใช้จ่ายเงิน การทำบัญชี และการจัดซื้อจัดจ้างของคณะกรรมการหมู่บ้านต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ในระเบียบกลางที่ได้จัดทำขึ้น โดยใช้เกณฑ์ประชากรในหมู่บ้านขนาดเล็ก ประชากรไม่เกิน 500 คน ได้รับการจัดสรร 200,000 บาท หมู่บ้านขนาดกลางประชากรตั้งแต่ 500 คน ไม่เกิน 1,000 คน ได้รับการจัดสรร 250,000 บาท หมู่บ้านขนาดใหญ่ ประชากรตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป ได้รับการจัดสรร 300,000 บาท โดยก่อนหน้านี้นายกฯประกาศว่าได้ตั้งไว้ประมาณ 20,000 ล้านบาท ทั้งนี้ แผนการดำเนินการทดลอง "หมู่บ้านต้นแบบ" จะเริ่มต้นด้วยการออกแบบหลักการ แนวทางในการนำไปสู่ต้นแบบของการปฏิบัติและเตรียมความพร้อมเรื่องงบประมาณเพื่อใช้ในการดำเนินการ ซึ่งแล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากนั้นเตรียมร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรม การและอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ พร้อมอนุมัติงบประมาณภายในเดือนสิงหาคม 2547 พร้อมกับจัดประชุมชี้แจงต้นแบบที่ได้และกระบวนการต่างๆ ให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลัก โดยนายกรัฐมนตรี และจัดทำคู่มือกฎเกณฑ์และระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การทดลองหมู่บ้านต้นแบบ ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม คณะทำงานของนายกรัฐมนตรีจะนำรายงานให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบ final comments ครั้งสุดท้าย จากนั้นจะคัดเลือกหมู่บ้านประมาณ 921-1,000 หมู่บ้าน และให้แต่ละฝ่ายเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการ (implementation) ตามขั้นตอนที่กำหนด จัดทำคู่มือ กฎเกณฑ์ เพื่อในไปใช้ในหมู่บ้านต้นแบบ พร้อมกับชี้แจงพันธกิจและภารกิจต่างๆ เบื้องต้น ทดลองร่างคู่มือเบื้องต้นในหมู่บ้านเป้าหมายภายในเดือนกันยายน ส่วนเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงต้นของปีงบ ประมาณ 2548 นายกรัฐมนตรีจะเปิดโครงการหมู่บ้านต้นแบบ 921-1,000 หมู่บ้าน และภายในเดือนธันวาคมปีนี้ซึ่งเป็นช่วงก่อนเลือกตั้ง 3 เดือน จะมีการติดตามประเมินผลเพื่อนำไปปรับปรุงร่างคู่มือที่ใช้ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง หลังจากวิเคราะห์และทดสอบการจัดทำหมู่บ้านต้นแบบเสร็จแล้วจะจัดทำเป็น "ระเบียบ" ในการดำเนินงาน พร้อมกับ "คู่มือ" การปฏิบัติงานในระยะต่อไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ สำหรับวิธีการบริหาร "งบฯพัฒนาหมู่บ้าน/ ชุมชน SML" จะมี 10 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) จัดตั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน 2)เปิดรับปัญหาจากทุกครัวเรือนในหมู่บ้าน 3)นำปัญหารวบรวมเข้าสู่คณะกรรมการงบฯพัฒนาหมู่บ้าน 4)ให้มีการระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางแก้ไขและพัฒนาในลักษณะ matching fund กับหน่วยงานอื่น 5)กรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการพิจารณาและคัดเลือกโครงการ รวมทั้งวงเงินที่จะใช้ในแต่ละโครงการ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดต้องเป็นที่ยอมรับของคนในหมู่บ้านไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 6)กรรม การจัดทำบัญชี การจัดสรรงบประมาณ และ พิจารณาจัดสรรค่าใช้จ่ายในแต่ละโครงการให้แก่กลุ่ม คณะบุคคล ตามผลการพิจารณา 7)กรรมการกำกับดูแลการจัดซื้อ จัดจ้าง การดำเนินงานเอง 8)จากนั้นกลุ่มคณะบุคคลดำเนินการจัดทำบัญชีกลุ่ม และเบิกจ่ายตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติให้จัดซื้อจัดจ้าง 9)กรรมการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของงบฯพัฒนาหมู่บ้านเพื่อตรวจสอบ และขั้นตอนสุดท้ายจำเป็นและสำคัญที่สุดสำหรับนโยบาย "หาเสียง" คือ 10)กรรมการต้องชี้แจงและรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการของงบฯพัฒนาหมู่บ้าน พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนในหมู่บ้านร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส แม้ว่าเป็นเพียงโครงการนำร่อง 1,000 หมู่บ้าน แต่คนที่เป็นนักการเมืองย่อมคาดหมายได้ว่า นโยบายที่มาอย่างเหนือเมฆของพรรคไทยรักไทยครั้งนี้มีผลสำเร็จหลังการเลือกตั้งต้นปี 2548 เป็นเดิมพันที่สำคัญ ประชาชาติธุรกิจ หน้า 10
|