หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
1.2 ล้านแรงงานต่างด้าว ก่อภาระชิ้นใหญ่ของประเทศในอนาคต

รายงาน  ประชาชาติธุรกิจ หน้า 12  วันที่ 23 สิงหาคม 2547  ปีที่ 28 ฉบับที่ 3612 (2812)

1 เดือนเต็มที่รัฐบาลตีฆ้องร้องป่าวให้แรง งานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมด ทั้งที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายและที่ลักลอบเข้าเมืองมาจดทะเบียนใหม่ ให้ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงมากที่สุด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ปรากฏว่ามีคนต่างด้าวยื่นแบบขอจดทะเบียนราษฎร์ผู้ไม่มีสัญชาติไทยทั่วประเทศเพียง 1,269,074 คนเท่านั้น และในจำนวนนี้ยังไม่สามารถแยกได้ว่าแรงงานจริงๆ มีเท่าไหร่ ในขณะที่นายจ้างยื่นขอจดทะเบียนแจ้งความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวถึง 1,392,702 คน สูงกว่าจำนวนคนต่างด้าวที่มาขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ถึง 123,628 คน

ตัวเลขนี้ถึงแม้จะเป็นเพียงข้อมูลดิบที่ได้จากการจดทะเบียนในช่วงเดือนวันที่ 1-31 กรกฎาคมที่ผ่านมาก็จริง แต่ได้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงบางอย่างเกี่ยวกับมาตรฐานแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวแบบบูรณาการครั้งนี้ นั่นคือ นโยบายเอื้ออารีของรัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถขจัดปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้สูญพันธุ์ไปได้

ปรากฏการณ์ที่เกิดหลัง 31 กรกฎาคม 2547 ที่รัฐบาลกำหนดเส้นตายปิดประตูรับแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ และประกาศล้างบางแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมด แต่ทว่าตามแนวชายแดนยังมีการจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาขายแรงงานให้กับนายจ้างคนไทยทุกวัน ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่รัฐบาลต้องหามาตรการรับมืออย่างเร่งด่วน

ยิ่งเมื่อหันมาดูความจริงของคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยจากการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จะเห็นแก่นของปัญหาที่แท้จริงในเรื่องนี้อย่างชัดเจนมากขึ้น

จังหวัดที่นายจ้างแจ้งความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ กรุงเทพ มหานคร จำนวน 233,071 คน หรือร้อยละ 16.74 จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 128,761 คน หรือร้อยละ 9.25 จังหวัดตาก จำนวน 91,127 คน หรือร้อยละ 6.54 จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 72,706 คน หรือร้อยละ 5.22 และจังหวัดชลบุรี จำนวน 64,481 คน หรือร้อยละ 4.63

กิจการที่ต้องการแรงงานต่างด้าวมากที่สุด คือ กิจการเกษตรและปศุสัตว์ซึ่งถือเป็นอาชีพหลักของคนไทย ต้องการแรงงานต่างด้าวถึง 336,821 คน รองลงมาเป็นกิจการก่อสร้างธุรกิจที่กำลังเฟื่องฟูอยู่ในขณะนี้ ต้องการแรงงานต่างด้าว จำนวน 205,910 คน

ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคลซึ่งดูเหมือนว่ายังสามารถหาแรงงานไทยทำได้อยู่ แต่นายจ้างแจ้งขอใช้แรงงานต่างด้าวถึง 154,232 คน ส่วนกิจการต่อเนื่องประมงและกิจการประมง ที่นายจ้างกล่าวอ้างมาตลอดว่า คนไทยไม่ทำงานประเภทนี้ มีความต้องการแรงงานต่างด้าวจำนวน 115,008 คน และ 108,814 คน ตามลำดับ เหมืองแร่ จำนวน 2,375 คน

โรงสีข้าว โรงอิฐ โรงน้ำแข็ง ขนถ่ายสินค้าทางน้ำ เป็นอีกประเภทกิจการที่แจ้งความจำนงว่าต้องการแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงาน จำนวน 11,784 คน, 9,251 คน 6,692 คน 7,255 คน ตามลำดับ

นอกจากนี้ยังมีนายจ้างอีกส่วนหนึ่งแทงกั๊ก ไม่ระบุประเภทกิจการแต่ขอใช้แรงงานต่างด้าวอีกถึง 434,560 คน เรียกว่ามียอดสูงที่สุด

สำหรับตัวตนของแรงงานต่างด้าวในจำนวน 1,269,074 คนที่มาขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ เป็นคนต่างด้าวสัญชาติพม่า 905,881 คน หรือร้อยละ 71.38 ส่วนคนต่างด้าวสัญชาติลาวและกัมพูชามีสัดส่วนใกล้เคียงกัน จำนวน 181,614 คน และ 181,579 คน หรือร้อยละ 14.31

จากข้อมูลตัวเลขคนต่างด้าวยื่นแบบคำร้องขอจดทะเบียนนั้น พบว่า 5 จังหวัดแรกที่มีแรงงานอยู่มากที่สุด ไม่แตกต่างจากภาพในอดีตที่เคยประมาณการกันไว้มากนัก นั่นคือ ร้อยละ 16.36 หรือ 207,642 คน อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดตาก 120,636 คน จังหวัดสมุทรสาคร 101,951 คน จังหวัดเชียงใหม่ 76,952 คน จังหวัดระนอง 55,106 คน

และเมื่อนำตัวเลขคนต่างด้าวที่มาจดทะเบียนผนวกกับความต้องการแรงงานต่างด้าวของนายจ้าง ปรากฏว่าในพื้นที่กรุงเทพฯนั้น ความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวโอเวอร์ซัพพลายอยู่ถึง 25,429 คน

วันนี้ไม่ว่าตัวเลขที่ได้จากการขึ้นทะเบียนคนต่างด้าวและแจ้งเจตนารมณ์ของนายจ้าง ในเรื่องความต้องการของคนต่างด้าว จะตรงกับข้อเท็จจริงในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน แต่เมื่อเปรียบเทียบจำนวนคนต่างด้าวที่มาขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ กับยอดประมาณการแรงงานต่างด้าวในปี 2545 พบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ บางจังหวัดที่คาดกันว่าน่าจะมีแรงงานต่างด้าวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเปิดให้มีการตีทะเบียน กลับมีผู้มาขึ้นทะเบียนน้อย

ที่เห็นชัดๆ จังหวัดสมุทรสาคร ปี 2545 คาดการณ์ว่ามีคนต่างด้าว 140,000 คน แต่ปรากฏว่ามีคนต่างด้าวมาจดทะเบียนเพียง 101,951 คน จังหวัดกาญจนบุรีเขตติดต่อชายแดน ปี 2545 คาดว่ามีแรงงานต่างด้าวทำงานอยู่ 96,508 คน แต่มีคนต่างด้าวมาจดทะเบียนแค่ 32,615 คน จังหวัดตาก จากประมาณการจำนวน 200,000 คน มาขึ้นทะเบียน 120,636 คน จังหวัดแม่ฮ่องสอน จาก 152,373 คน เหลือ 8,589 คน จังหวัดภูเก็ต จาก 70,000 คน เหลือ 31,473 คน จังหวัดระนอง จาก 60,000 คน เหลือ 55,106 คน

และในหลายจังหวัดที่คาดว่ามีแรงงานอยู่น้อย แต่พอมีการเปิดให้จดทะเบียนจริง กลับปรากฏชื่อคนต่างด้าวที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยจำนวนมาก ที่ชัดที่สุดคือพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากตัวเลขประมาณการในปี 2545 กรุงเทพมหานครมีจำนวนแรงงานต่างด้าว 110,536 คน เพิ่มเป็น 207,642 คน ในปี 2547 จังหวัดนครปฐม จาก 15,677 คน เป็น 29,205 คน จังหวัดนนทบุรี จาก 11,555 คน เป็น 28,337 คน จังหวัดปทุมธานี จาก 12,113 คน เป็น 38,642 คน

จังหวัดสมุทรปราการ จาก 23,075 คน เป็น 50,409 คน จังหวัดจันทบุรี จาก 5,362 คน เป็น 12,458 คน จังหวัดชลบุรี จาก 18,206 คน เป็น 49,318 คน

นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรกของการจัดระบบแรงงานต่างด้าวแบบบูรณาการ ที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปอะไรได้ แต่ที่รู้ๆ ความใจกว้างของพี่ไทยที่เปิดรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาอุปการะอย่างเป็นทางการกว่าล้านคนในครั้งนี้ เป็นภาระอันใหญ่หลวงสำหรับประเทศไทยในอนาคตอย่างแน่นอน

ประชาชาติธุรกิจ หน้า 12