หน้าแรก บทความ Down Load เชื่อมโยง

สมุดเยี่ยม

บทความปี 2004 p2

บทความปี 2004 p1 บทความปี 2003 p2 บทความปี 2003 p1 บทความปี 2002
เกมการค้าที่ไม่มีวันชนะอย่างถาวร

ธุรกิจไทยสู้โลก : เกียรติศักดิ์ จิรเธียรนาถ  กรุงเทพธุรกิจ  วันที่  23 สิงหาคม 2547

ความพยายามของอเมริกา ที่ต้องการครองโลกตลอดมา กำลังจะถึงบทพิสูจน์ว่า คงจะไม่รอด และเป็นการพ่ายแพ้ที่หมดรูป เช่นเดียวกับการใช้หลักคิด ในการเข้ายึดครอง ของจักรวรรดิโรมัน หรือของประเทศล่าอาณานิคม

จนวันนี้ผู้คนเริ่มไม่ชินกับคำกล่าวที่ว่า ?พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน?

การเข้าครอบงำหรือยึดครองทางเศรษฐกิจโลกของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นจิตวิญญาณที่ฝังแน่นมานาน ที่ต้องการใช้อำนาจเข้าจัดการปัญหา แม้กระทั่งในปัจจุบันนี้ กองเรือสหรัฐที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในโลก ยังคงใช้เป็นสัญลักษณ์ ในการแสดงอำนาจที่เหนือกว่า

ไม่มียกเว้นในการเจรจาทางการค้า องค์การการค้าโลก ไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก สหประชาชาติ ล้วนแต่เป็นองค์กรระดับโลก ที่สหรัฐริเริ่มขึ้นมา และครอบงำตลอดมา โดยการเป็นเจ้ามือรายใหญ่ที่สนับสนุนการเงินให้องค์กรเหล่านี้ดำเนินต่อไปได้ แล้วจะมีใครในโลกนี้ที่ร่างกติกาเพื่อประโยชน์ของคนอื่น และผู้ใดที่พูดว่า ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน

FTA กำลังยุ่งเหยิงอยู่ทุกวันนี้ก็เกิดสัญญาณจากสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 1996 ที่เริ่มมีการจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบ แล้วทำการเจรจาทวิภาคีอย่างเอาจริงเอาจัง ดังนั้น ประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ที่ต้องเดินตามเกมที่สหรัฐคิดขึ้นมา

พอ FTA เริ่มสำเร็จไปบ้าง และกำลังเผชิญกับการตั้งข้อสงสัยจากประชาชนในชาติ และภาคการเมืองของสหรัฐ จึงเกิดการลงเอยในเบื้องต้น สำหรับการประชุม WTO เมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่นักวิเคราะห์จำนวนมาก รวมทั้งตัวผมด้วยต่างอ่านว่าเป็นเกมการประวิงเวลา ที่สหรัฐไม่ต้องการแตกหักก็เพราะว่าเมื่อบวกลบคูณหารแล้ว คงจะทนแรงเสียดทานจากประชาคมโลกต่อไปไม่ไหว

เกมที่สหรัฐอเมริกา (รวมถึงบริษัทด้วย) ก็คือการสร้างกฎเกณฑ์ให้ผู้อื่นเล่นตาม โดยเรียกสิ่งนี้ว่า ?ความริเริ่ม (Initiative)? แล้วใช้อำนาจทางการทหาร การเมืองระหว่างประเทศ และอำนาจเงินเข้าสู่การเจรจา ซึ่งแต่ละประเทศที่อ่อนแอกว่าก็เป็นผู้แพ้ .........คำถามต่อมาคือ จะเป็นผู้แพ้นานเท่าใด?

อย่างไรก็ดีในขณะนี้ บริษัทต่างๆ ในสหรัฐอเมริกายังคงมีความเข้มแข็งอยู่มาก และยังคงเหนือกว่าประเทศต่างๆ อีกหลายขุม ดังเช่นการจัดลำดับบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลก 50 อันดับ หรือ บริษัทที่คนอยากทำงานด้วย บริษัทของสหรัฐอเมริกายังครองอันดับจ่าฝูงอยู่เช่นเคย ดังที่สรุปไว้ในตาราง

เกมที่บริษัทอเมริกาใช้อยู่ตอนนี้ คือ พยายามสร้างกติกาให้คนอื่นเดินตามหมากที่ตนวางไว้ คือ 1) การขยายขนาดกิจการโดยการควบรวม 2) ใช้เทคโนโลยีในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการช่วงชิงจังหวะเวลา และความเร็วในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า 3) สร้างภาพให้สินค้าของตนโดดเด่น หรือที่เรากำลังพูดกันแทบทุกวงการว่า ?สร้างแบรนด์? นั่นเอง 4) สร้างเครือข่ายชั้นในกับบริษัทที่เรียกว่า ?คอเดียวกัน? เพื่อรวมหัวกันครอบครองส่วนแบ่งตลาด 5) ใช้รัฐบาลเป็นเครื่องมือในการสร้างแรงกดดันแก่บริษัทคู่แข่งในประเทศต่างๆ

เกมเหล่านี้ต่างใช้ ?อำนาจเป็นธรรม? ทั้งสิ้น อำนาจเช่นว่านี้ คือ อำนาจเงิน อำนาจเครือข่าย อำนาจการเมือง และอำนาจทางทหาร ที่ผสมผสานเข้าด้วยกัน โดยความตั้งใจเพื่อสร้างความได้เปรียบในการค้า

แต่เกมนี้ กำลังจะเข้าตาจน เพราะความแข็งแกร่งของจีน ญี่ปุ่น และอนุภูมิภาคในเอเชีย ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ณ วันนี้ เอเชียมีประชากรกว่า 65% ของโลก แต่มีส่วนแบ่งของ GDP เพียง 35-40% เท่านั้น อย่างไรก็ดี เอเชียเริ่มเป็นผู้มีอิทธิพลต่อระบบเศรษฐกิจ และประเพณีการค้าของโลกแล้ว

ผมเคยฟันธงเมื่อ 7 ปีที่แล้วว่า ภายในปี ค.ศ.2015 เอเชียจะครองโลกด้วยพลังของเอเชีย และประเทศในอเมริกา เหนือ กลาง และใต้ จะเป็นคู่ค้า แต่ไม่ใช่คู่แข่ง ยุโรปกับแอฟริกา จะเป็นเพียงลูกค้าของเอเชียเท่านั้น เพราะการขยายตัวในภาคอาหาร และบริการของเอเชีย จะมีอัตราการเติบโตที่ก้าวกระโดดได้

ส่วนภาคอุตสาหกรรมในวันนี้ บริษัทในเอเชียกำลังกลายเป็นผู้นำในเวทีโลกมากขึ้นเรื่อยๆ อาทิ Sumsung เข้าไปเสริมทัพญี่ปุ่น จนยึดครองตลาดโลกได้สำเร็จ ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตของอุตสาหกรรมนี้ เช่น GE, White Westing House, Phillipe ฯลฯ ต่างต้องปรับกระบวนทัพใหม่ ณ วันนี้ TCL ได้ยึดครองตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ไปแล้ว

อาหารจีน ในปัจจุบันนี้ถือว่า อยู่ในดิวิชัน 1 ของอาหารโลก โดยมี ฝรั่งเศส อิตาลี และจีน เป็นจ่าฝูงอยู่ ในระยะนี้ อาหารไทยกำลังจะขอขึ้นทำเนียบในอันดับ 4 ตามยุทธศาสตร์การแข่งขันของประเทศไทย นอกจากนี้ อาหารญี่ปุ่น ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ นี่คือ ความแข็งแกร่งของเอเชีย

อุตสาหกรรมพื้นฐานที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูงมากของสหรัฐอเมริกา และยุโรป กำลังอยู่ในสภาพที่ถอยร่น และดูเหมือนว่า ไม่มีทางที่จะตีโต้กลับได้ภายในระยะเวลา 10 ปี ข้างหน้านี้ เพราะว่า

1) สินค้าชื่อดังเหล่านี้ไม่มีทางในการลดต้นทุน และเพิ่มคุณภาพได้ 2) การขนส่งสินค้ามาเอเชีย จะเกิดความเสียเปรียบทันที เพราะสินค้าของเอเชียมีความได้เปรียบกว่ามาก 3) บริษัทยุโรป หรืออเมริกา ออกแบบสินค้าตามรสนิยม และวัฒนธรรมของตะวันตก ดังนั้น การซื้อสินค้าของคนเอเชีย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของรสนิยม หรือเป็นไฮโซ ไฮซื้อ ก็ตาม แต่กระแสหลักของเอเชีย เริ่มใส่ใจกับสินค้าของเอเชียมากขึ้น

เกมการค้าที่ใช้ความยิ่งใหญ่ หรืออำนาจเงินเข้าบดขยี้ผู้ค้ารายย่อยแล้วยึดครองนั้น จะประสบความสำเร็จในระยะแรกๆ ในที่สุดก็จะย่อยยับไปตามเหตุปัจจัยของมัน นั่นคือ ถ้าใช้อำนาจรัฐออกกฎหมาย ก็จะหมดเมื่อกฎหมายนั้นบังคับใช้ไม่ได้ หากใช้เงินซื้อมา เมื่อเงินหมด อำนาจก็หมดด้วย ดังนั้น ยุทธศาสตร์เพื่อก้าวไปสู่ความยั่งยืนของสินค้า และบริษัทนั้น ต้องเป็นสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพดี ในทัศนคติของลูกค้า ไม่ใช่คุณภาพที่วิศวกรภูมิใจ หรือที่เถ้าแก่มั่นอกมั่นใจ

นอกเหนือจากคุณภาพที่โดนใจลูกค้า (เฉพาะกลุ่มที่ตนต้องการเจาะทะลวง อย่าฝันหวานไปจับนกทั้งฟ้าเลยครับ จะเจ็บตัวเปล่าๆ ) ความคุ้มค่าของเงินที่ลูกค้าควักจากกระเป๋าเขา ยังคงเป็นตัวตัดกันเสมอ

สรุปว่า เกมการค้าที่ประเมินพลังของลูกค้าต่ำไป ย่อมไม่มีทางที่จะประสบชัยชนะอย่างยั่งยืนได้ วันนี้ลูกค้ากำลังมีโอกาสเลือกซื้อหาจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก .......นั่นคือ สินค้าหรือบริการต้อง ?ดีๆ ถูก ๆ?