|
ละยาบ้ามาเล่นหวย ลิเวอร์พูลนำไทยรุ่งโรจน์ โดย รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ บทความ รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์, จากท่าพระจันทร์ถึงสนามหลวง วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 เมื่อแรกที่ผมได้ยินเรื่องการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ผมรู้สึกมึนงงอย่างยิ่ง เพราะมีการกล่าวอ้างว่า ด้วยการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลดังกล่าว ประเทศไทยจะรุ่งโรจน์หาที่สุดมิได้ ผมหมกตัวในห้องสมุดหลายวัน แต่ค้นไม่พบกลไกที่จะโยงใยการซื้อสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ไปสู่ความรุ่งโรจน์ของประเทศ ความไม่รู้สร้างความกลัดกลุ้มแก่ผมอย่างยิ่ง ผมเริ่มละเมอถึงลิเวอร์พูล ทั้งยามตื่นและยามหลับ จนเพื่อนที่เป็นหมอเตือนว่า ผมกำลังจะเป็นโรค Liverpool Syndrome หากอาการรุนแรงร่างกายจะไม่ยอมรับสิ่งที่มิใช่ลิเวอร์พูล จะกินข้าว ก็กินได้แต่ข้าวลิเวอร์พูล จะหายใจ ก็หายใจได้เฉพาะออกซิเจนลิเวอร์พูล แม้ในยามอึ ก็ต้องอึด้วยส้วมลิเวอร์พูล มิฉะนั้นจะอึไม่ออก ตดไม่เหม็น ซึ่งสร้างความเสียหายแก่สิ่งที่ไม่มีตัวตนที่เรียกว่า "ตด" อย่างยิ่ง ด้วยเหตุที่มีการจุดประเด็นสหสัมพันธ์ระหว่างสโมสรฟุตบอล กับความรุ่งเรืองแห่งชาติ ผมจึงสนใจสืบค้นดูว่า สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล สร้างความมั่งคั่งแก่อังกฤษมากน้อยเพียงใด สโมสรฟุตบอลในอังกฤษ มักก่อเกิดในเมืองขนาดใหญ่ หรือเมืองอุตสาหกรรม เพราะสโมสรฟุตบอล ต้องอาศัยรายได้จากค่าผ่านประตู สโมสรฟุตบอลที่ตั้งในเมืองเล็กๆ แม้จะมีอยู่บ้าง แต่มักจะไม่รุ่งโรจน์ ด้วยเหตุดังนี้ ความมั่งคั่งจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อเกิดและธำรงสโมสรฟุตบอลอาชีพ เมื่อสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1892 นั้น อังกฤษกำลังสูญเสียฐานะผู้นำสังคมเศรษฐกิจโลก เพราะการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สอง (Second Industrial Revolution) กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ฐานะสัมพัทธ์ของอังกฤษในระบบทุนนิยมโลกเสื่อมทรุดตามลำดับ และตกต่ำอย่างยิ่งภายหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล มิอาจเหนี่ยวรั้งมิให้อังกฤษตกต่ำทางเศรษฐกิจได้ เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ที่เรียกกันว่า The Great Depression ในทศวรรษ 2470 นอกจากสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลจะไม่สามารถกอบกู้ระบบเศรษฐกิจอังกฤษได้แล้ว ตัวสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลเองกลับเผชิญภาวะระทด เพราะกรรมกรเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งว่างงานเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีเงินเสียค่าผ่านประตูชมการแข่งขันของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ประเทศที่รุ่งเรืองจนเป็นผู้นำของระบบทุนนิยมโลก ไม่มีประเทศใดที่ถือหุ้นในสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และญี่ปุ่น และไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ ด้วยเหตุดังนี้ ผมจึงมีอาการแก้วหูอักเสบ เมื่อได้ยินคำให้สัมภาษณ์ และการอภิปรายของท่านผู้สื่อข่าวและผู้นำในวงการกีฬาหลายท่านว่า หากไทยสามารถซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลได้ ไทยได้แสดงศักดา ชนิดที่ประเทศอื่นเทียบเทียมได้ยาก เพราะมองไปประเทศไหนๆ ก็ไม่มีประเทศใดถือหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล หากการถือหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล เป็นดัชนีวัดความมั่งคั่งแห่งชาติ แสดงให้เห็นว่า ผู้นำประเทศเหล่านั้นโง่เขลาที่มิได้ถาโถมซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล เพราะเพียงด้วยการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ประเทศเหล่านั้นจะรุ่งเรืองอย่างสุดๆ ความภาคภูมิใจในชาตินำมาซึ่งความมั่งคั่งแห่งชาติ แต่ความมั่งคั่งแห่งชาติจะก่อเกิดได้อย่างไร เพียงด้วยการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ผู้นำรัฐบาลบางท่านเผยวจีว่า ลิเวอร์พูลนั้น เป็น Global Brand Name เพียงด้วยการพะยี่ห้อลิเวอร์พูล ติดไปกับผลผลิตอันเกิดจากโครงการ "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" ผลผลิตเหล่านี้ย่อมส่งออกกระฉูดในอัตราเร่งระดับเดียวกับ Bullet Train ของญี่ปุ่น สโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ ล้วนมีนโยบายสร้างชื่อของตนให้เป็น Global Brand เพราะยี่ห้อนั้นมีมูลค่าการตลาด แต่ลิเวอร์พูลยังห่างชั้นจากแมนเชสเตอร์ยูไนเตดมาก ในปี 2546 สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล มีรายได้จากการขายสินค้าที่ติดยี่ห้อลิเวอร์พูล เพียง 11.347 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (เทียบกับ 9.726 ล้านปอนด์สเตอร์ลิงในปี 2545) การแสวงหารายได้ตามช่องทางนี้ ยังขยายได้อีกมาก ดังนั้น จึงเป็นเรื่องไร้เดียงสาอย่างยิ่งที่จะคิดเอาเองว่า เมื่อไทยถือหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (เพียง 30%) แล้วจะสามารถนำยี่ห้อลิเวอร์พูลมาใช้กับผลผลิตจากโครงการ "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" ได้โดยสะดวกดาย โดยที่สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ไม่คิดค่าเครื่องหมายการค้า ความไร้เดียงสายิ่งขยายต่อได้อีก หากคิดเอาเองว่า สินค้าไทยจะมีป้ายโฆษณารอบสนาม โดยลิเวอร์พูลไม่คิดค่าโฆษณา แต่ผู้ที่มีความคิดไร้เดียงสาเช่นนี้มีตัวตนอยู่จริงๆ ในช่วงที่ Liverpool-Mania ขยายตัวดุจฟองสบู่ ผู้นำรัฐบาลพรรคไทยรักไทย นำเสนอวิสัยทัศน์ว่า ด้วยการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล วงการฟุตบอลไทย จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะลิเวอร์พูล อยู่ในฐานะที่จะช่วยพัฒนานักฟุตบอลไทย ความเป็นไปได้ในเรื่องนี้มีอยู่พอสมควร หากลิเวอร์พูลยอมรับเด็กไทยเข้า Liverpool Academy หรือส่งโค้ชมาฝึกปรือวิทยายุทธ์นักฟุตบอลไทย ทั้งนี้ต้องมีการตกลงเงื่อนไขสำคัญที่ว่า ใครจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย หากไทยต้องการบริการจากสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ไทยก็ต้องเป็นผู้รับภาระค่าบริการ การวาดวิมานในอากาศว่า ด้วยการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล นักฟุตบอลไทยสามารถประกาศศักดา ในฐานะนักฟุตบอลสโมสรดังกล่าว นับเป็นฝันเฟื่องที่เข้าข้างตนเองมากจนเกินไป สโมสรฟุตบอลอาชีพไม่ว่าสโมสรใด มิอาจพึ่งพิง "เด็กเส้น" ไม่ว่าจากประเทศใด สโมสรฟุตบอลจำเป็นต้องธำรงตำแหน่งผู้นำใน Football League เพราะมีผลต่อรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากค่าผ่านประตู และรายได้จากการขายสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์ ด้วยเหตุดังนี้ ผลการแข่งขันจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดระดับรายได้ของสโมสร สโมสรฟุตบอลจะมีผลการแข่งขันดี ก็แต่โดยสามารถซื้อนักฟุตบอลฝีเท้าเยี่ยม รวมทั้งผู้จัดการและโค้ชฝีมือดี ไม่มีผู้บริหารสโมสรคนใดที่สติปัญญาต่ำเตี้ย พอที่จะรับนักฟุตบอล "เด็กเส้น" ไม่ว่าจากประเทศใด ข้อเท็จจริงปรากฏว่า บรรดามหาอำนาจกีฬาฟุตบอล ไม่มีประเทศใดซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ไม่ว่าจะเป็นบราซิล อาร์เจนตินา เยอรมนี อิตาลี และฝรั่งเศส สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลเองตกอยู่ในฐานะสโมสรชั้นสองใน Premier League ของอังกฤษ เพราะห่างชั้นจากสโมสรชั้นนำเป็นอันมาก จนต้องบีบให้ผู้จัดการออกจากตำแหน่ง เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2547 ใครก็ตามที่คิดว่า ด้วยการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล วงการฟุตบอลไทยจะสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด ใครคนนั้นอาจมีอาการทางสมอง หรือมิฉะนั้นอาจมุ่งหวังผลประโยชน์แฝงเร้น ประชาชนคนไทยได้แต่รับรู้ว่า รัฐบาลต้องการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล แต่ไม่เคยรับทราบรายละเอียดของแผนการดังกล่าว ส่วนสำคัญเป็นเพราะผู้นำรัฐบาลมิได้มีความคิดที่ตกผลึก ในชั้นแรกโฆษกรัฐบาลให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลจะใช้งบประมาณแผ่นดิน ซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ประหนึ่งว่าการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอล ให้ประโยชน์แก่สังคมไทยอย่างยิ่งยวด แต่แล้วเมื่อเผชิญเสียงวิพากษ์จากสาธารณชน รายละเอียดของแผนการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ก็ลื่นไหล จนท้ายที่สุด การซื้อหุ้นกลายเป็นการขายหวย รัฐบาลกำหนดแผนการขายหวยมูลค่า 10,000 ล้านบาท หวยใบละ 1,000 บาท จำนวน 10 ล้านใบ ในการนี้ จะมีการจัดตั้งบริษัทเพื่อบริหารการขายหวย และการซื้อหุ้นภายใต้การดูแลของกีฬาแห่งประเทศ โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้เงิน 1 ล้านบาท เพื่อจดทะเบียนบริษัท ไม่เป็นที่ชัดเจนว่า บริษัทนี้เป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่ ข้อที่แน่ชัดก็คือ บริษัทที่เพิ่งจัดตั้งเช่นนี้จะยังไม่สามารถจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ ในขณะนี้ผู้นำรัฐบาลต้องการให้เป็นบริษัทจดทะเบียน และขุนนางบริวารพร้อมที่จะแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้เป็นบริษัทจดทะเบียนให้ได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายด้วยว่า บริษัทนี้มีอำนาจออกหวยหรือไม่ ในเมื่อการออกหวยเป็นอำนาจตามกฎหมายของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และรายได้จากการขายหวยต้องแบ่งปันเป็นรายได้ของแผ่นดินหรือไม่ ในเมื่อกฎหมายสลากกินแบ่งรัฐบาลมีข้อกำหนดในเรื่องนี้ ด้วยเหตุที่จุดเน้นเปลี่ยนจากการซื้อหุ้น มาเป็นการขายหวย ผู้นำรัฐบาลจึงกำหนดสิ่งจูงใจในการขายหวย ด้วยการกำหนดรางวัลหวยรวม 11,316 รางวัล (ดูตาราง) รางวัลที่หนึ่ง 1,000 ล้านบาท รางวัลเลขท้าย 3 ตัวรางวัลละ 50,000 บาท ในการนี้ บริษัทที่ตั้งขึ้นจะต้องจ่ายรางวัลหวยรวมทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาท แต่ขายหวยได้ 10,000 ล้านบาท (หากขายได้หมด) ใช้ไปในการซื้อหุ้นสโมสรลิเวอร์พูล 4,600 ล้านบาท คงเหลือ 1,400 ล้านบาท โดยที่ต้องหักรายจ่ายในการจำหน่ายหวยด้วย ผมเป็นสัตว์เศรษฐกิจไม่ต่างจากผู้นำรัฐบาล หากผมจะพิจารณาซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ผมจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ฐานะการเงินของสโมสรดังกล่าว ผมคงไม่ซื้อหุ้นเพียงเพื่อความภาคภูมิใจแห่งชาติ ในเรื่องนี้ ผมพบว่า รัฐบาลมิได้ใส่ใจให้ข้อมูลที่สมบูรณ์แก่ประชาชน มีแต่การโฆษณาชวนเชื่อ จนถึงขั้นมีการสร้างกระแสข่าว ในสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม 2547 ว่า ลิเวอร์พูลตกลงขายหุ้นให้ไทยแล้ว โดยที่ไม่มีข่าวจากลิเวอร์พูล ข่าวการขายหุ้นลิเวอร์พูลให้ไทยที่เผยแพร่ในอังกฤษในช่วงเวลาดังกล่าว ล้วนอ้างอิงแหล่งข่าวจากประเทศไทย หาได้อ้างอิงแหล่งข่าวจากสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลไม่ แม้จนย่างสู่ปลายเดือนพฤษภาคม ก็ยังไม่มีมติที่ชัดเจนว่า ลิเวอร์พูลจะขายหุ้นแก่ไทยหรือไม่ ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลมิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน การซื้อหุ้น จึงต้องอาศัยการเจรจาโดยตรง การหารายได้จากการซื้อถูกขายแพงทำได้ยาก หากผมซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล แล้วมิได้รับผลตอบแทนดังคาด ผมจะขายหุ้นดังกล่าวทิ้ง ผมต้องหาผู้ซื้อเอง หรือมิฉะนั้นก็ต้องขายให้แก่บริษัทที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น ผมไม่แน่ใจว่า หากประชาชนคนไทยทุกคนแห่กันขายหุ้นลิเวอร์พูล บริษัทดังกล่าวอยู่ในฐานะที่จะรับซื้อได้หมดหรือไม่ ในประการสำคัญหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลไม่มีราคาตลาดที่จะอ้างอิงได้ ราคาจึงขึ้นอยู่กับอำนาจต่อรอง ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย สำหรับผู้ซื้อรายย่อย อำนาจต่อรองนี้ไม่มีเลย สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลมีฐานะการเงินดีพอใช้ แต่ไม่ถึงกับดีเลิศ สโมสรมีรายได้ 102.504 ล้านปอนด์สเตอร์ลิงในปี 2546 เทียบกับ 98.668 ล้านปอนด์สเตอร์ลิงในปี 2545 แต่กำไรก่อนเสียภาษีในปี 2546 ตกต่ำลงมาก กล่าวคือ ได้เพียง 3.641 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง เทียบกับ 9.092 ล้านปอนด์สเตอร์ลิงในปี 2545 ทั้งนี้เป็นผลจากการทุ่มการใช้จ่ายในการซื้อนักฟุตบอล โดยที่นักฟุตบอลหลายคน มิอาจสร้างผลผลิตในรูปรายได้แก่สโมสร รายจ่ายในรูปเงินเดือน และผลตอบแทนอื่น ที่จ่ายให้นักฟุตบอลอยู่ในระดับสูงยิ่ง ครั้งหนึ่งในปี 2543 เคยสูงถึง 85% ของรายได้ ผู้บริหารสโมสรพยายามลดอัตราส่วนนี้ตามลำดับ จนเหลือ 52% ในปี 2546 กระนั้นก็ตาม ยังอยู่ในขีดอันตราย ตามมาตรฐานของสำนักบัญชี Deloitte and Touche ผู้ตรวจสอบบัญชีสโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ในยุโรป ซึ่งกำหนด Rule of Thumb ว่า สโมสรฟุตบอลที่จ่ายเงินเดือน และผลตอบแทนอื่นแก่นักฟุตบอลเกินกว่า 50% ของรายได้ จะเผชิญฐานะการเงินอันง่อนแง่น ด้วยเหตุที่สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล มีกำไรก่อนหักภาษีในปี 2546 น้อย จึงมิได้จ่ายเงินปันผลในปีนั้น ในปัจจุบัน สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลกำลังสร้างสนามใหม่ ขนาดความจุ 60,000 ที่นั่ง โดยใช้งบประมาณ 120 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง ซึ่งตามกำหนดการจะเปิดใช้ในฤดูการแข่งขัน 2549/2550 สนามใหม่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนคุ้มการลงทุนภายในกำหนดเวลา 15 ปี ในระหว่างนี้ การไม่จ่ายเงินปันผล อาจเป็นนโยบายหลักของลิเวอร์พูล ประชาชนที่มีความมุ่งมั่นซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล แต่ไม่ชอบเล่นหวย ย่อมต้องผิดหวัง เพราะรัฐบาลผูกหุ้นกับหวยเข้าด้วยกัน มิหนำซ้ำจ่ายเงินซื้อหวย 1,000 บาท มีสิทธิได้หุ้นมูลค่าเพียง 200 บาทเท่านั้น โดยที่หุ้นดังกล่าว เป็นเพียงหุ้นบริษัทที่จัดตั้งขึ้น หาใช่หุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลไม สำหรับนักเล่นหวย คำถามพื้นฐานมีอยู่ว่า หวยลิเวอร์พูลมีสิ่งจูงใจมากน้อยเพียงใด คำตอบก็คือ ความเป็นไปได้ที่จะถูกรางวัลมีอยู่ไม่มาก เพราะหวย 10 ล้านใบ มีรางวัลเพียง 11,316 รางวัล โอกาสที่จะถูกรางวัลมีอยู่เพียง 0.011316% (ดูตาราง)
ด้วยเหตุดังที่อธิบายข้างต้นนี้ ในฐานะสัตว์เศรษฐกิจผู้มีรายได้น้อย ผมคงมิบังอาจซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และในเมื่อผมไม่ชอบเล่นการพนัน ผมจึงไม่ซื้อหวยลิเวอร์พูล ข้อสำคัญ การซื้อหวยแม้จะได้หุ้น แต่มิใช่หุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลดังที่โฆษณาชวนเชื่อ เมื่อแรกที่มีการชูประเด็นการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล สาธารณชน รวมทั้งผมต่างเข้าใจว่า ท่านนายกรัฐมนตรี จะควักกระเป๋าซื้อเอง แต่แล้วภาพการควักกระเป๋าเองค่อยๆ เลือนหายไป เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเปล่งมธุรสวาจาว่า ต้องการให้ประชาชนคนไทยมีส่วนเป็นเจ้าของ ผู้คนจำนวนมากเริ่มตั้งข้อกังขาว่า เหตุใดท่านนายกรัฐมนตรีไม่ร่วมควักกระเป๋า (สัก 4,000 ล้านบาท) ร่วมซื้อกับประชาชน ในเมื่อการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล เป็นการประกาศศักดาแห่งชาติ อีกทั้งได้ความภาคภูมิแห่งชาติ ความก้าวหน้าของวงการฟุตบอล และความรุ่งโรจน์ของประเทศไทย ในฐานะผู้แอบชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีข้างสังเวียนการเมือง ผมรู้สึกผิดหวังที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ควักกระเป๋าซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และรู้สึกผิดหวังยิ่งกว่าที่การกำหนดนโยบายการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลดังกล่าว มิได้ตกผลึกก่อนการประกาศต่อสาธารณชนประพฤติกรรม "พูดก่อนคิด" กำลังทำลายความน่าเชื่อถือของท่านนายกรัฐมนตรีเอง ในประการสำคัญ รัฐบาลยืนหยัดที่จะขายหุ้นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพราะต้องการลดบทบาทของรัฐบาล ในกิจการการไฟฟ้า แต่รัฐบาลกลับเข้าไปมีบทบาทในกิจการการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอล ในด้านหนึ่ง รัฐบาลรณรงค์ต่อต้าน และปราบปรามยาบ้า แต่ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลกลับส่งเสริมให้ประชาชนเล่นหวย ผมได้แต่ภาวนาให้พระสยามเทวาธิราชโปรดช่วยประเทศไทยด้วย
|
| กลับหน้าแรก |